บินลัดฟ้าไปย่ำทะเลทรายแดนปลาดิบที่ "ทตโตริ" กัน!

Tottori with All Nippon Airways

- March, 2018 -

ภาพทะเลทรายที่มีวิวมหาสมุทรสุดกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราจดๆ จ้องๆ จังหวัดทตโตริ (Tottori) แห่งภูมิภาคชูโกะกุ (Chugoku) มานานแล้ว ติดที่เมื่อก่อนการเดินทางยังค่อนข้างยากไปนิด เพราะไม่ใช่เมืองทางผ่าน ฉะนั้นจึงต้องตั้งใจไปเที่ยวเท่านั้น เลยทำได้แค่คิดและฝันถึงทะเลทรายแดนปลาดิบอยู่เนื่องๆ .. แต่เหมือนสวรรค์มีตา ฟ้ามีใจ เพราะได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้การไปเยือนทตโตรินั้นไม่ยากอย่างที่เคย! เนื่องจากสายการบิน ANA เขามีเที่ยวบินไปสู่จังหวัดทตโทริโดยที่ไม่ต้องนั่งรถบัสให้เมื่อยก้นกันแล้ววว เอ้า งั้นก็จัดสิคะ จะรออัลไร๊!?

การเดินทางสู่จังหวัดทตโตริ

จากเดิมที่ต้องนั่งรถบัสกันยาวๆ ด้วยระยะเวลานานแสนนาน ทุกวันนี้มีวิธีการเดินทางสู่จังหวัดทตโทริที่ง่ายกว่าเดิมแยะ! เพราะเราสามารถจองตั๋วเครื่องบินจากเมืองไทยบินตรงสู่ญี่ปุ่นด้วยสายการบิน ANA (All Nippon Airways) ไปลงสนามบินฮาเนดะ แล้วต่อเครื่องที่ Domestic Terminal ไปยังจังหวัดทตโตริได้เลย โดยมีไฟลท์ให้เลือกทั้งเช้าและดึก อยากจะบินเช้าถึงดึก หรือบินดึกถึงเช้าก็ได้ตามแต่ใจ แต่เราแนะนำว่าเลือกไฟลท์ที่บินดึกถึงเช้าน่าจะดีกว่า บินลัดฟ้าออกจากไทยตอนกลางคืน นอนหลับบนเครื่องไปแบบสบายๆ แล้วไปอรุณสวัสดิ์เจแปนกันตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินฮาเนะดะอีกไม่นาน เผลอแปบเดียว ขาก็ไปเหยียบอยู่ที่สนามบินในจังหวัดทตโตริแล้ว เร็วทันใจ!

อีกหนึ่งอย่างที่ง่ายแก่ชีวิตก็คือการโหลดกระเป๋าและเช็คอิน เพราะเราสามารถเช็คอินครั้งเดียวจากประเทศไทย จากนั้นจะได้แท็กกระเป๋าไว้สำหรับนำกระเป๋าเข้าไปฝากโหลดต่อได้ในบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินภายในประเทศ (Domestic) ของ ANA ตรงบริเวณขาเข้าของสนามบินฮาเนดะ (International Terminal) ได้เลย โดยไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นรถบัสไปต่อเครื่องให้ทุลักทุเล อ้อ ที่แจ่มว้าวอีกอย่างคือไฟล์ทบินจากฮาเนดะมีให้เลือกเดินทางไปจังหวัดทตโตริถึง 11 ไฟล์ทต่อวัน! ที่สำคัญบนเครื่องยังมีบริการ Free WiFi ให้ใช้เช็คอิน เล่นอินเทอร์เน็ตกันเพลินๆ ฟรี! ระหว่างบินในประเทศตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เลยด้วย ขาโซเชียลอย่างเราฟังแล้วโคตรเฮ! ส่วนค่าโดยสารจากสนามบินฮาเนดะไปยังสองสนามบินของจังหวัดทตโตริจะอยู่ที่ 10,800 เยนต่อเที่ยว แพงกว่านั่งรถบัสนิดเดียว แต่สบายกว่ากันเยอะ ราคานี้สเปเชียลเฉพาะผู้โดยสารที่บินมาจากประเทศอื่นและจองตั๋วกลับบ้านแล้วด้วยเท่านั้นนะ ใครพำนักในญี่ปุ่นอย่าได้หวัง (แฮร่) ; p

วิวขากลับ ถ้าบินจากทตโตริมาโตเกียว จะมีโอกาสได้เห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยนะ

ส่วนแผนการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดทตโตริของเราเริ่มต้นที่สนามบินโยนาโกะ คิทาโร (Yonago Kitaro Airport) และจะบินกลับจากสนามบินทตโตริ แซนด์ดูนส์โคนัน (Tottori Sand Dunes Conan Airport) เพราะดีตรงที่ว่าไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมาให้เปลืองพลังงาน เอาละ .. แล้วเราจะมาทำอะไร ที่ไหน อย่างไร กันได้บ้างในจังหวัดนี้ คำตอบเริ่มที่นี่ค่ะ สตาร์ท!!

บุกหลังบ้าน ดูการผลิตรองเท้าสัญชาติแดนปลาดิบยอดฮิต “Onitsuka Tiger NIPPON MADE” ด้วยมือ ที่เดียวในญี่ปุ่น!

เข้าใจว่านาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักรองเท้าแบรนด์โอนิซึกะ ไทเกอร์ (Onitsuka Tiger) แต่เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าจังหวัดทตโตรินี่ละ เป็นจังหวัดเดียวในญี่ปุ่นที่ทำการผลิตรองเท้าโอนิซึกะรุ่น NIPPON MADE ที่ถือเป็นลิมิเต็ดวางขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น และทีเด็ดอยู่ตรงที่ว่าเขาผลิตกันด้วยมือค่ะ! หรือจะเรียกให้เก๋ก็ “แฮนด์เมด” นั่นละคู๊ณณ .. นอกจากการผลิตเพื่อวางขาย ที่นี่ยังมีบริการ “Custom Made” หรือการผลิตตามออเดอร์เฉพาะบุคคลอีกด้วยนะ โดยออเดอร์ของลูกค้าจะเริ่มต้นด้วยการสั่งซื้อจากในช็อปโอนิซึกะ ไทเกอร์ สาขา Onitsuka Tiger OMOTESANDO NIPPON MADE เพียงที่เดียวเท่านั้น เมื่อเลือกกำหนดสีพื้น สีลวดลาย หรือแม้กระทั่งอยากให้ปักตัวอักษรอะไรลงไปในรองเท้าที่เขาต้องการเรียบร้อยแล้ว รายการทั้งหมดจะถูกส่งมายังโรงงานนี้ เพื่อทำการผลิตทีละคู่! ด้วยเวลาทำราว 6 สัปดาห์ เพียงเท่านี้ก็มีรองเท้าโอนิซึกะ ไทเกอร์ แบบโคตรลิมิเต็ดเด็ดตรงที่มีคู่เดียวในโลก! จะไปรับที่ช็อปเหมือนตอนสั่ง หรืออยากจะให้ส่งมาที่เมืองไทย ก็ทำได้ทั้งนั้นจ้า

ส่วนด้านในโรงงาน San-in ASICS Industry Co., Ltd. ที่เปิดให้เราได้เข้าชมนั้น มีเรื่องราวประวัติความเป็นมาของแบรนด์ รองเท้ารุ่นแปลกๆ ที่เคยผลิตเพื่อใช้ในกรณีพิเศษต่างๆ รวมถึงการเดินพาชมกันชนิดกระทบไหล่พนักงาน พร้อมการอธิบายขั้นตอนต่างๆ ให้เราฟังกันเพลินๆ แต่การเข้าชมโรงงานก็ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะต้องมีทั้งล่าม ต้องติดต่อผ่านนายหน้า และต้องไปเป็นกรุ๊ปทัวร์เท่านั้น! แต่คาดว่าในอนาคตอาจจะทำได้สะดวกขึ้นนะ คอยตามข่าวให้ดีก็แล้วกัน คราวนี้ก็ดูผ่านเรื่องเล่าของเราไปก่อนเนอะ หรือถ้าสนใจจริงๆ อาจจะลองติดต่อผ่าน Wendy Tour ที่กำลังจะจัดทัวร์พาชมโรงงานโอนิซึกะ ไทเกอร์เป็นเจ้าแรกดูก็ได้ ได้ข่าวมาว่าเขากำลังจะเปิดในเร็ววันนี้แหละ > โทร. +81(0)-3- 3459-1386 email : all@wendytour.jp) จ้ะ : )

เยือนวัด Oohirasan Konpira-in ไม่ใช่แค่เลือกซื้อเลือกหา แต่มาที่นี่ สามารถทำเครื่องรางได้ด้วยตัวเอง!

ออกตัวล้อฟรีก่อนว่า เรามิใช่คนงมงายแต่อย่างใดนะจ๊ะ เพียงแต่รู้สึกว่านี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจและหาทำไม่ได้ง่ายๆ จากที่อื่น เราจึงมุ่งหน้ามาที่ “วัด Oohirasan Konpira-in” เพราะได้ข่าวว่าที่นี่เปิดให้เราเลือกเครื่องรางที่อยากได้ และให้เราลงมือทำด้วยตัวเองได้ด้วย! วิธีการก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการเลือกประเภทของเครื่องรางที่อยากได้ จากนั้นเลือกลวดลายของถุงผ้าที่ชอบ สีของเชือกที่อยากได้ จากนั้นจะมีแผ่นกระดาษให้เขียนชื่อและคำอธิษฐาน และเมื่อเราประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะมีพระมาทำการสวดบริกรรมคาถาให้เพื่อความขลัง เสร็จสรรพก็นำเครื่องรางกลับบ้านได้ ทั้งหมดนี้มีค่าใช้จ่าย 2,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเปิดให้เข้าไปทำได้ตั้งแต่ 9.00 – 15.00 น. ของทุกวันนะ จะให้ดีเข้าไปจองวันและเวลาที่เว็บไซต์ของวัด > Click < ก่อนไปแล้วกัน

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Kurayoshi ออกทางออก North Exit แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 5 นาที

ตระเวนกินทั่วทตโตริ เมืองนี้อาหารเด็ดไม่แพ้ใคร!

ถ้าจะให้ไล่เรียงเมนูทั้งหมดที่เรากินมา คงต้องขอยืมนิ้วคนข้างๆ มานับ เพราะขอบอกว่าเพียบ! เริ่มตั้งแต่ปู ซึ่งถือเป็นของขึ้นชื่อของทตโตริที่ต้องมาลองกันเลยละ เพราะว่ากันว่าปูที่นี่อร่อยเป็นอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่นเลยเชียว เนื่องจากอยู่ติดทะเล จึงมีเสิร์ฟกันตลอดทั้งปี และไว้ใจได้เรื่องความสด ทริปนี้เราไปลองเมนูข้าวเซ็ตปูคานิโทโระด้งที่ “Seafood Market Naka-ura” ใกล้สนามบินโยนาโกะ คิทาโร ที่นี่เสิร์ฟข้าวพร้อมเนื้อปู กุ้งหวาน และมันปู ถ้าเป็นคนรักอาหารทะเล เซ็ตนี้น่าจะถูกใจ!

ต่อจากปู เรามาดูกันที่ฝั่งเนื้อวัวกันบ้าง เนื่องจากมีการเคลมกันว่าวากิวของทตโทริ ก็ถือเป็นเนื้อวัวคุณภาพดีลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลยนะ จะมาในรูปแบบชาบูนุ่มชุ่มน้ำซุปคล่องคอ หรือเป็นข้าวหน้าเนื้อนุ่มๆ ชุ่มซอสรสเข้มข้นก็อร่อยทั้งนั้น ถ้าได้ผ่านมาแถวร้าน “Daisenbou” แห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ควรแวะมาลองจ้า

จบเมนูของคาวกันที่ร้าน “Oenoki-an” กับเมนูข้าวราดแกงกระหรี่สีชมพู! คือแลดูน่ามองมากกว่าจะเป็นของกิน แต่บอกได้เลยนะว่ารสชาติโอเคเลย ข้าวนุ่ม แกงเข้มข้น อร่อยดี

สำหรับคนชอบความหอมหวานของสาลี่ แนะนำให้มาที่ “Tottori Nijisseiki Pear Museum” พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของสาลี่เอาไว้สารพัดสารพัน ด้านในล็อบบี้มีการโชว์โครงของต้นสาลี่ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้วิธีตัดแบ่งออกเป็นหมื่นชิ้นแล้วนำมาประกอบกลับให้เป็นต้นตามเดิมใหม่! ฟังแล้วต้องเอามือทาบอกด้วยความอัศจรรย์ใจในความพยายามของเขานะ บอกเลย! จบจากการเดินเล่นกันเพลินๆ ใจ แนะนำให้มาลองซอฟท์ครีมสาลี่ หวาน หอม ดีงาม อร่อยได้ในราคา 500 เยน!

ปิดท้ายความประทับใจด้วยการดื่มด่ำบรรยากาศยามอัสดงในทะเลทราย ที่สุดของความดึงดูดใจในทตโตริ!

ไฮไลท์ของทตโตริ คงหนีไม่พ้นเนินทรายหรือทะเลทรายแห่งแดนปลาดิบที่เรารู้จักกันนั่นเอง ซึ่งไม่น่าแปลกใจว่าด้วยไซส์จากตะวันตกจรดตะวันออกที่ยาว 16 กิโลเมตร และกว้างจากเหนือจรดใต้วัดได้กว่า 2 กิโลเมตรนั้น จะทำให้นี่เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นกันเลยละ! .. จุดสูงสุดของเนินทรายที่นี่อยู่สูงราว 50 เมตร ดังนั้น เมื่อตะกายขึ้นไปถึงยอดบนสุดได้เมื่อไหร่ รางวัลที่ได้รับจะเป็นวิวพาโนรามาอันกว้างไกลสุดสายตาของท้องทะเลที่อยู่ด้านหลัง สายกิจกรรมขอให้เผื่อเวลามาที่นี่ไว้เยอะหน่อยนะ เพราะมีให้ลองทั้ง Paragliding หรือจะเล่นถาดเลื่อนลื่นไถลลงมาจากเนินทรายก็น่าสน หรือถ้าอยากสวมบทบาทลองขี่อูฐเป็นสาวอาหรับก็ทำได้ เพราะเขามีอูฐให้เช่าด้วยจ้า

อ่ะ แต่คนโสดต้องทำใจหน่อยนะ เพราะช่วงเวลาเย็นย่ำจะทำให้คนไร้คู่สุดแสนทรมานใจ ด้วยความโรแมนติกของวิวรอบกาย ทำให้เหล่าคู่รักมักเลือกมานั่งแอบอิงชมพระอาทิตย์ลับฟ้าด้วยกันไปจนย่ำค่ำ ซ้ำด้วยยามฟ้าเริ่มมืดลงนั้น ดาวที่นี่จะระยิบระยับส่องประกาย ให้ได้นั่งชมดาวบนผืนทรายกว้างไกลกันต่อไปได้อีก เรื่องความสวยไม่ต้องพูดถึง เพราะทะเลทรายแห่งนี้ติดโผหนึ่งในที่ชมดาวที่สวยเร้าใจที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยนะ .. หาคู่ก่อนแป๊บบบ เดี๋ยวคราวหน้าเจอกัน!

อ้อๆ ใครเป็นสายการ์ตูน มีพิพิธภัณฑ์โคนันและคิทาโร่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนี้ด้วยนะ โดยอารมณ์จะต่างกันเป็นสองขั้วเลย Mizuki Shigeru Museum ฝั่งคิทาโร่จะให้อารมณ์ลึกลับหน่อยๆ แล้วก็มีถนนเส้นยาวให้ตามล่าแต้มเก็บจุดแสตมป์กัน 37 จุด ซึ่งถ้าเก็บได้เขามีของที่ระลึกให้ด้วยละ ข้ามมายังฟากโคนันที่ Gosho Aoyama พิพิธภัณฑ์เขาน่ารักนะ มีกลไกอะไรๆ ให้ลองเล่นเพียบ แถมถนนในละแวกใกล้ๆ ยังมีรูปปั้นและเรื่องราวเกี่ยวกับโคนันอยู่เป็นระยะ ตั้งแต่ห้องสมุด สะพาน ยันสถานีรถไฟ เล่าให้ฟังพอเพลินๆ เฉยๆ นะ เอารูปมาฝากไม่ได้จ้า ติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์น่ะ!! เอาเป็นว่าใครเป็นแฟนการ์ตูนสองเรื่องนี้ ลองหาข้อมูลเพิ่มดูล่ะ แวะมาดูก็สนุกดี!

ทั้งหมดที่บอกมา เป็นแค่บางส่วนที่เราได้พบเจอในจังหวัดนี้เท่านั้นนะ เพราะทตโตริยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าถ้าใครอยากไปที่นี่ เผื่อเวลาไว้ซักสามสี่วันจะถือว่าโอเค ให้ได้ใช้เวลาในแต่ละที่อย่างสบายๆ ก็ไหนๆ อุตส่าห์ตั้งใจมาแล้วนี่นา จะได้เห็นอะไรแบบเต็มตา ไม่ใช่มาแบบชะโงกแว้บๆ แล้วก็ไป เสียดายโอกาสแย่เลย ; )

AUTHOR

S.J.

สาว (เหลือ) น้อย ที่ชอบคิดว่าตัวเองยังเอ๊าะ
รักการแบกเป้ตะลุยโลก (โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย) ชอบที่จะได้
เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างของแต่ละตารางเมตรบนแผนที่ผ่าน
อาหารการกินและการเม้าท์มอยกับผู้คนท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง
แต่ยังไปได้ไม่กี่ประเทศเพราะทุนยังไม่อำนวย …
รวยเมื่อไหร่จะพาทุกคนในเว็บนี้ไปให้ได้ ไม่เชื่อคอยดู!

Facebook : มนุษย์ป้าพาเที่ยว
Instagram : yui_zaa

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น