แผนเที่ยว “ไต้หวัน” ฉบับ รวบรัด จัดเต็ม แค่ 4 วัน 3 คืน ก็เที่ยวได้แบบเต็มอิ่ม!

Itinerary for a trip to Taiwan in 4 Days

- August, 2018 -

“ไต้หวัน ขยายฟรีวีซ่าถึง 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562” ได้ยินแบบนี้แล้วยังมีใครใจแข็งไม่เดินทางไปเที่ยวไต้หวันได้อีกเหรอออ!?

.. ประเทศที่มีค่าครองชีพใกล้เคียงกับบ้านเรามากกก
เวลาจะใช้เงินทีนี่แทบไม่ต้องแปลงค่าเงินกลับไปกลับมาให้เสียเวลาเลย

.. ประเทศที่มี Street Food อร่อยสุดๆ
หิวขึ้นมาตอนดึกแค่พุ่งไปตลาดกลางคืนก็อิ่มแปล้แล้ว

.. ประเทศที่ผู้คนมีระเบียบวินัยไม่แพ้ประเทศญี่ปุ่น
จนหลายคนขนานนามไต้หวันให้เป็น Little Japan

.. ประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามไม่แพ้ที่อื่นใด
ใครเป็นสายแลนด์สเคปรับรองว่าจะต้องตกหลุมรักไต้หวันจนถอนตัวไม่ขึ้น!

แล้วถ้าใครยังลังเลไม่มั่นใจว่าจะสามารถไปเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองได้หรือเปล่า วันนี้เราขอเอาแผนเที่ยว “ไต้หวัน” มาฝาก แน่นอนว่ารวมวิธีการเดินทางอย่างละเอียดให้สามารถตามรอยกันได้ด้วย จะลอกตามแผนนี้เลยก็ได้ หรือว่าจะเอาไปประยุกต์ให้เข้ากับแผนตัวเองก็ได้ ม้ะ! เตรียมตัวให้พร้อม ทริปนี้เราจะพาไปเดินชิลชมเมืองไทเป แวะพักขาที่คาเฟ่ชิคๆ แล้วเปลี่ยนเมืองไปถ่ายรูปเก๋ๆ ริมทะเลสาบสุริยันจันทรากับชิงจิ้ง ฟาร์มกัน!

การเดินทางสู่ไทเป

เราเดินทางไปไทเปด้วยสายการบิน EVA Air กดได้ราคาได้ที่ 9,780 บาท ซึ่งถือว่าถูกสำหรับการจองล่วงหน้าแค่ไม่กี่วัน เป็น Full Service ด้วย โหลดกระเป๋าได้ตั้ง 30 กิโลฯ แถมเวลาบินยังดีอีกด้วย ไฟลท์บินตีสอง ถึงไทเปตอนเจ็ดโมงเช้า ส่วนไฟลท์กลับก็ยังได้กลับตั้งสามทุ่ม ถึงกรุงเทพฯ ตอนเกือบตีหนึ่ง มีเวลาเที่ยวเพิ่มอีก 2 วันเต็มๆ

ข้อดีอีกอย่างก็คือ สายการบิน EVA Air สามารถทำ In Town Check-in ก่อนได้ตั้งแต่ที่สถานี Taoyuan Airport MRT ตรง Taipei Main Station เหมือนที่ฮ่องกงเลย แต่ที่ไต้หวันจะมีแค่ 4 สายการบินเท่านั้นที่ให้บริการ In Town Check-in คือ EVA Air, China Airlines, Mandrain Airlines และ Uni Air

ส่วนวิธีการนั้นง่ายดายและสะดวกรวดเร็วสุดๆ เพราะทุกขั้นตอนสามารถทำได้ด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด แม้กระทั่งการโหลดกระเป๋า แถมคนน้อยแล้วก็มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตามจุดต่างๆ ที่สำคัญ มีเมนูภาษาไทยด้วย! ซึ่งบริการ In Town Check-in เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่มีไฟลท์บินกลับตอนกลางคืนแบบเรา เพราะสามารถแว๊บออกไปเที่ยวได้อย่างสบายใจจนกว่าจะถึงเวลาใกล้บอร์ดดิ้ง เราก็แค่เดินทางไปสนามบินแล้วตรงไปที่เกทได้เลยโดยไม่ต้องไปต่อแถวรอเช็คอินอีก โดยคนที่จะทำ In Town Check-in จะต้องมีไฟลท์บินภายในวันเดียวกัน โดยจะต้องมาทำการเช็คอินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทางนาจา

Day 1 : Sun Moon Lake

ไฟลท์จากกรุงเทพฯ มาถึงไทเปตอน 06.50 น. เราสามารถยิงตรงไปเที่ยว “Sun Moon Lake” หรือ ทะเลสาบสุริยันจันทราได้เลย หรือถ้ากลัวเหนื่อยเกินไป จะแวะนอนไทเปก่อนสักคืนก็ได้ แล้วถ้าใครไม่อยากหอบของพะรุงพะรังไปต่างเมืองด้วย เราขอแนะนำสถานที่รับฝากกระเป๋าใกล้สถานี Taipei Main Station เหมาะสำหรับการฝากกระเป๋าข้ามคืนหรือระยะยาว เพราะราคาถูกกว่าฝากไว้ตามล็อคเกอร์ ชื่อ “Taipei Station Baggage Service Center” ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Taipei Main เดินออกประตู 3 แล้วข้ามถนน เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงเลย ส่วนราคาคือ กระเป๋าใบใหญ่ NT$50 ใบเล็ก NT$30 เป็นราคาต่อวันนะ เช่น ฝาก 3 วันก็ราคา NT$150 หลังจากฝากกระเป๋าเสร็จก็ข้ามถนนกลับมาที่สถานี Taipei Main Station เพื่อเดินทางไปทะเลสาบสุริยันจันทราต่อแบบตัวเบาหวิวได้เลย

หลังฝากจะได้ใบนี้มา เก็บไว้กับตัวดีๆ นะ เพราะต้องนำมารับกระเป๋าคืนด้วย

ทะเลสาบสุริยันจันทรา ตั้งอยู่ในเมืองหนานโถว ระแวกเดียวกับอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไต้หวันอย่าง Cingjing Farm วิธีการเดินทางนั้นแทบจะเหมือนกันเลย ต่างกันตรงที่ต้องนั่งรถบัสอีกคันซึ่งขับไปคนละเส้นทางเท่านั้นเอง โดยจะเลือกเดินทางไปชิงจิ้ง ฟาร์มก่อน หรือทะเลสาบสุริยันจันทราก่อนก็ได้ ส่วนวิธีการเดินทางจากไทเปก็ตามนี้เลย

1.นั่งรถไฟความเร็วสูง THSR จากสถานี Taipei ลงสถานี Taichung ราคาประมาณ 700 NT$ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง สามารถจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ก่อนได้นะ ถ้าจองล่วงหน้าอย่างน้อย 5-28 วัน มีลดตั้งแต่ 10% ,20% และสูงสุด 35% เลยนา จองได้ที่เว็บไซต์นี้เลย > THSR < แต่ถ้าใครไม่อยากจองก่อนจะไปซื้อตั๋วที่สถานีเลยก็ได้ มีตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ซื้อง่ายมากกก สามารถเลือกวันเดินทาง เลือกเวลาได้ หรือถ้าอยากชัวร์จะซื้อกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกันเด้อ

2.เมื่อถึงสถานี Taichung ออกจากชานชาลาแล้วมองหาทางออก 5 จะมีป้ายบอกทางไว้ว่า Bus Station เคาน์เตอร์ของ Nantou Bus จะตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง หาไม่ยากเลย ตรงนั้นจะเป็นจุดที่ขายตั๋วรถบัส ขาย Pass สำหรับเดินทางไป Sun Moon Lake และ Cingjing Farm สามารถบอกกับพนักงานได้เลยว่าจะซื้อตั๋วรถบัสไปที่ไหน ส่วนค่ารถบัสไป Sun Moon Lake จะอยู่ที่เที่ยวละ 195 NT$ ไป-กลับ 360 NT$ สามารถดูตารางเวลาการเดินรถได้ที่นี่เลย > Bus Timetable <

การเที่ยวรอบทะเลสาบสุริยันจันทรานั้นบางคนอาจจะซื้อพาสสำหรับขึ้นกระเช้าลงเรือ แต่ส่วนตัวเราเช่าแค่จักรยานหนึ่งคันแล้วปั่นเที่ยวรอบทะเลสาบเพื่อซึมซับบรรยากาศ ตอนเช้าๆ อากาศดีมากก แอบแนะนำว่าถ้ามานอนค้างที่นี่ วันรุ่นขึ้นตื่นให้เช้าแล้วออกไปเดินเล่นด้วยนะ รับรองว่าอาจจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ลืมไม่ลงทีเดียว 

Day 2 : Cingjing Farm

ถ้าวางแผนไปเที่ยวทะเลสาบสุริยันจันทราแล้ว แนะนำอย่างแรงให้พ่วง Cingjing Farm เข้าไปด้วย เพราะตั้งอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่บรรยากาศนั้นแตกต่างกันมากทีเดียว โดย Cingjing Farm ได้ชื่อว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แดนไต้หวัน” ด้วยลักษณะภูมิทัศน์ที่มีความคล้ายคลึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างมาก เพราะตั้งอยู่ในหุบเขา อากาศก็ดี๊ดี ไปช่วงปลายปีไม่ต้องพึ่งแอร์เลย ต้องพึ่งฮีตเตอร์แทนเพราะอากาศหนาวมากก

การเดินทางนั้นต้องนั่งรถขึ้นเขาไปใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง โดยสามารถเดินทางจาก Sun Moon Lake ก็ได้ หรือจะยิงตรงมาจากไทเปก็ได้ ส่วนตัวเราเดินทางจาก Sun Moon Lake โดยจองบริการ Shuttle Bus ผ่านเว็บไซต์ KKDay เพราะอยากยิงยาวไปที่ Cingjing Farm เลย แต่ราคาค่อนข้างสูง ตกคนละ 471 NT$ โดนเลือกเวลาออกจาก Sun Moon Lake ได้ 2 เวลา คือ 11.00 น. หรือ 16.30 น. ถ้าเลือกรอบ 11 โมง ก็จะไปถึง Cingjing Farm ประมาณเที่ยง หรือถ้าอยากประหยัดจะนั่งรถบัสแทนก็ได้ แต่ก็จะต้องไปเปลี่ยนรถที่สถานี Puli ก่อน ราคาคนละ 179 NT$ ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมง รวมเวลาเปลี่ยนรถที่ Puli ด้วย

ถ้าจอง Shuttle Bus รถก็จะไปส่งตรงที่พักเลย ทริปนี้เราพักที่ “The Cotswold Villa” รีสอร์ทน่ารัก อบอุ่น สไตล์ยุโรป ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ฟาร์มแกะ Green Green Grasslands สามารถเดินไปถึงฟาร์มแกะได้โดยที่ไม่ต้องนั่งรถบัสหรือโบกแท็กซี่ เจ้าของน่ารักมาก เคยมาเที่ยวเมืองไทยด้วย แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แนะนำร้านอาหาร พร้อมให้เบอร์แท็กซี่ไว้ด้วย เผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะคนที่นี่สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เท่าไร

จองที่พัก The Cotswold Villa กับ Booking.com

ห้องพักที่เราจองเป็น Type แบบราคาถูกที่สุด ราคาตอนที่จองคือ 3,400 NT$ พร้อมอาหารเช้า ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมสรรพ ยกเว้นแอร์และฮีตเตอร์ ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่ที่ชิงจิ้ง ฟาร์ม จะไม่มีแอร์อยู่แล้ว เพราะอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี แล้วโรงแรมแทบทุกโรงแรมในไต้หวันก็จะไม่มีฮีตเตอร์ เพราะฤดูหนาวบ้านเขาไม่ได้หนาวเย็นถึงขั้นติดลบอะไร แต่ที่ The Cotswold Villa มีผ้าห่มไฟฟ้าให้ ถ้าใครไปช่วงปลายปีรับรองว่าได้ใช้งาน เพราะกลางคืนหนาวมากทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ในชิงจิ้ง ฟาร์ม ก็จะมี “ฟาร์มแกะ Green Green Grasslands” เสียค่าเข้าคนละ 160 NT$ ด้านในเป็นฟาร์มแกะที่มีบรรยากาศคล้ายประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เราเลยเรียกว่า สวิตซีแลนด์ (สวิตเซอร์แลนด์ + นิวซีแลนด์) ซะเลย เพราะมีทั้งแกะ และหุบเขา 555

ใกล้ๆ กับฟาร์มแกะจะมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดอย่าง “Cingjing Skywalk” เป็นเส้นทางเดินที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,700 เมตร ด้วยระยะทางทั้งหมด 1.2 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินจนจบเส้นทาง หรือจะเข้าไปถ่ายรูปเล่นเฉยๆ ก็ได้ เพราะเสียค่าเข้าแค่ 50 NT$ แล้วถ้าเดินเต็มเส้นทางจะต้องใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่า แล้วแต่ว่าจะหยุดถ่ายรูปนานแค่ไหนจ้า

Day 3 : Teipei

เดินทางกลับไทเปด้วยการนั่งรถ Nantou Bus จากหน้าที่พัก (The Cotswold Villa) โดยแวะเปลี่ยนรถที่สถานี Puli แล้วต่อไปลงที่สถานี Taichung เพื่อนั่ง THSR กลับไทเป สำหรับเมืองไทเป เราพักที่โรงแรม Taipei H Imperial ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานี Taipei Main Station เลย สะดวกเวลาเดินทางมาก แต่ห้องค่อนข้างเล็กและไม่มีหน้าต่าง เราจองได้ที่ราคาคืนละ 1,400 NT$ ถ้าเทียบกับทำเลแล้วถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

หลังจากเก็บของเข้าโรงแรมเรียบร้อย ก็เริ่มใช้เวลาเดินชิลในไทเปได้! โดยแผนวันนี้ไม่มีอะไรมากเพราะเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ฉะนั้นเราจะพาไปเดินเล่น ช็อปปิ้ง และนั่งชิลในคาเฟ่ตามย่านชิคๆ ของไทเปกัน!

Huashan 1914 Creative Park

แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปของคนที่มีใจรักในงานศิลปะ เพราะที่นี่เป็นศูนย์ศิลปะที่รวบรวมเอาความอาร์ตทั้งหลายมาจัดแสดงในอดีตโรงงานผลิตไวน์และบุหรี่ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งชุมนุมของชาวไต้หวันในวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างตอนที่เราไปก็มีการจัดงานอีเวนท์กัน แลดูคึกคักมากทีเดียว

เดินหลบหลีกจากผู้คนมาด้านหลังสักนิดก็จะได้เจอกับร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดิบ เท่ อย่าง “Coffee DPT” ซึ่งเจ๋งตรงที่มี Shop สำหรับขายเสื้อผ้าแฟชั่น รวมถึงกระเป๋า รองเท้า ไว้ให้ช็อปปิ้งกันเพลินๆ ที่ข้างร้านกาแฟด้วย อ้อ คุกกี้ของร้าน Coffee DPT อร่อยมากกกกกก อร่อยน้ำตาไหล ถึงแม้จะราคาชิ้นละ 120 NT$ แต่แนะนำให้ลอง เพราะชิ้นใหญ่ และกรอบนอกนุ่มใน กินแล้วติดใจสุดๆ

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ MRT Zhonghe-Xinlu Line (สายสีเหลือง) หรือ MRT Bannan Line (สาย 5 สีน้ำเงิน) ลงสถานี Zhongxiao Xinsheng ทางออก 1 แล้วเดินข้ามถนนใต้ทางด่วนไปประมาณ 5-10 นาที ก็จะถึง Huashan 1914 Creative Park ร้าน Coffee DPT จะอยู่ด้านหลังอาคาร

Zhongxiao Dunhua

ย่านช็อปปิ้งที่ค่อนข้างลับแลในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพราะส่วนใหญ่จะเลี้ยวไปที่ซีเหมินติงกันหมด ส่วนหนุ่มสาวชาวไทเปเขาก็เทมาช็อปกันในย่านนี้แหละ นอกจากแฟชั่นจะเก๋ไก๋สไลด์เดอร์กว่าแล้ว ราคายังย่อมเยาว์กว่าอีกด้วย

ถ้ามาย่านนี้แล้ว แนะนำให้แวะไปร้านชานมยอดนิยมของย่านนี้ “雨田先生手沖飲品吧” ดังในกลุ่มคนไต้หวันมากกกก วันเสาร์ อาทิตย์ นี่ต้องต่อแถวกันยาวววววววทีเดียว เป็นคาเฟ่เล๊กเล็ก มีแค่ห้องซึ่งเป็นหน้าร้านสำหรับสั่งเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่มีที่นั่ง แต่มีเมนูเด็ด คือ ชานมที่ใส่มาชเมลโล่รูปหมาชิบะลงไปเพิ่มความมุ้งมิ้ง (แก้วละ 170 NT$) เจ้าของร้านเป็นคุณลุงอายุรุ่นๆ ขะมักเขม้นขายอยู่คนเดียว แกจะผลัดมารับออเดอร์แล้วก็พักไปทำเครื่องดื่ม แล้วทำอย่างประณีตสุดๆ คือ ตั้งใจทำทุกแก้วจริงๆ โนสน โนแคร์ ว่าคนจะเยอะแค่ไหน 5555 แต่ชารสชาติดี แก้วค่อนข้างใหญ่กว่าที่คิด โดยรวมถือว่าคุ้มค่าที่ได้ลองจ้ะ

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ MRT Bannan Line (สายสีน้ำเงิน) ลงสถานี Zhongxiao Dunhua ทางออก 2 ขึ้นมาแล้วเลี้ยวซ้ายซอยที่ 2 เดินตรงไปอีกประมาณ 4 ซอย ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือจ้า

Shilin Night Market

สิ่งที่เราเลิฟมากที่สุดในไต้หวันก็คือ “ตลาดกลางคืน” พูดเลยว่าพอฟ้าเริ่มมืด ตลาดกลางคืนเป็นสถานที่สุดท้ายที่ต้องแวะไปก่อนหมดวัน เพราะเป็นสถานที่ที่เราสามารถเติมพลังงานให้กระเพาะได้โดยไม่ต้องเดินเข้าร้านอาหารเลย แล้วถ้าพูดถึงตลาดกลางคืนของไต้หวันก็จะต้องมีชื่อ “ตลาดซื่อหลิน” ติดอยู่ในโผอย่างแน่นวล เพราะเป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในไทเป

ที่นี่เราจะสามารถเปรมปรีดิ์กับ Street Food ของประเทศไต้หวันได้อย่างอิ่มหน่ำสำราญในราคาที่สบายกระเป๋าแบบสุดๆ แถมยังมีร้านค้าช็อปปิ้งเรียงรายไว้ให้ละลายสตางค์ในกระเป๋าเล่นอีกต่างหาก กล้าพูดได้แบบเต็มอกเลยว่า “นี่แหละ เสน่ห์ที่แท้จริงของประเทศไต้หวันเขาล่ะเธอออ!”

วิธีการเดินทาง : นั่ง MRT Tamsui-Xinyi Line (สายสีแดง) ลงสถานี Jiantan ทางออก 1

Day 4 : Teipei

Xiangshan Hiking Trail

Xiangshan หรือภูเขาเซี่ยงซาน มีนิกเนมว่า Elephant Mountain หรือเขาช้าง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตึก Taipei 101 ได้จากระยะไกล เหมาะสำหรับคนที่อยากเก็บภาพวิวเมืองไทเปพร้อมกับแลนด์มาร์กอย่างตึก Taipei 101 โดยจุดชมวิวหลักๆ มีอยู่ประมาณ 2-3 จุด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเดินเต็มเส้นทางจะใช้เวลาในการเดินประมาณ 30-40 นาที ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะ แนะนำให้มาช่วงเช้าๆ (แบบเรา) แต่ถ้าอยากเก็บภาพแสงเย็นกับแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองไทเปด้วย แนะนำให้มาตอนเย็นๆ เด้อออ

วิธีการเดินทาง : นั่ง MRT Tamsui-Xinyi Line (สายสีแดง) ลงสถานี Xiangshan ซึ่งเป็นสถานีสุดท้าย ออกทางออก 2 แล้วเดินตามป้าย Xiangshan Hiking Trail จะมีป้ายอยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ พร้อมกับมีป้ายบอกตลอดทาง ไม่ต้องกลัวหลงเลย

Zhongshan

อีกหนึ่งย่านอาร์ตสุดคูลที่เหมาะสำหรับคนเบื่อซีเหมินติง อยากเดินช็อปปิ้ง ถ่ายรูปชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆ ที่มีคนบางตากว่า พูดเลยว่าต้องลองแวะมาย่านนี้ เพราะนอกจากจะชิคกว่าแล้ว ยังมีร้านช็อปปิ้งอาร์ตๆ และคาเฟ่ชิคๆ ซุกซ่อนตัวอยู่เพียบ ส่วนตัวแล้วแอบรู้สึกว่าให้ฟีลคล้าย ย่านจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka) ในโตเกียว ไม่มีผิด นับเป็นเสน่ห์แปลกใหม่ของไทเปที่หาไม่ได้จากย่านอื่นๆ เลยล่ะ : )

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ MRT Tamsui-Xinyi Line (สายสีแดง) ลงสถานี Zhongshan ทางออก 4

Ximending

ไปย่านชิคแล้วก็ต้องแวะมาย่านฮิตด้วย เพราะคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อนี้ “ซีเหมินติง” ย่านที่เรียงรายและอัดแน่นไปด้วยร้านช็อปปิ้งและร้านอาหาร ผู้คนพลุกพล่าน คึกคัก ให้อารมณ์คล้ายย่านชิบุยะของประเทศญี่ปุ่น แต่ความรู้สึกส่วนตัวเราแอบชอบย่านอื่นๆ มากกว่าเพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย แต่ถ้านับเรื่องความเจริญตื่นหูตื่นตาก็ต้องยกให้เขาแหละ – ซีเหมินติง!

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ MRT Songshan-Xindian Line (สายสีเขียว) หรือ MRT Bannan Line (สายสีน้ำเงิน) ลงสถานี Ximen Station ทางออก 6

Chiang Kai-Shek Memorial Hall

ขอปิดท้ายทริปไต้หวันฉบับรวบรัดจัดเต็มด้วยสถานที่ที่ทุกคนต้องมาเช็คอินเมื่อมาไทเปนั่นก็คือ อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก นั่นเอง โดยที่นี่นับเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองไทเปที่หลายคนต้องแวะมาชมความยิ่งใหญ่อลังการ ภายในบริเวณอนุสรณ์สถานนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่จิตนาการไว้เยอะ ขนาดว่าเรามาตอนฝนตกพรำๆ ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายเลย แอบเสียดายว่าถ้าไปตอนฝนไม่ตกก็คงสวยกว่านี้เยอะ : )

วิธีการเดินทาง : นั่ง MRT Tamsui-Xinyi Line (สายสีแดง) ลงสถานี Chiang Kai-Shek Memorial Hall ทางออก 5

Sharing is caring!

Related Post

ใส่ความเห็น