เดินเล่น จิบกาแฟในคาเฟ่สุดคูลที่อิสตันบูลวันฝนพรำ

Rainy Day in Istanbul

- June, 2018 -

ถ้าคุณคือคนที่ประสบปัญหาฝนฟ้าไม่เป็นใจในทุกที่ที่กรูไป อยากบอกว่าติดตาม Movearound Journey ไว้น่ะดีแล้ว เพราะเรามันคนพันธุ์เดียวกัน ไปที่ไหนก็เหมือนมีก้อนเมฆสีดำส่วนตัวลอยอยู่บนหัวตลอดเวลา 555T.T55 แต่ก็นะ .. ถึงจะเซ็งบ้างอะไรบ้าง แต่ฝนฟ้ามันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม เอาใจไปหงุดหงิดกับเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ไปก็เท่านั้น หันมาเปลี่ยนมุมมองตัวเองแล้วเอนจอยไปกับมันดีกว่า เพราะบางสถานที่ในบางทีที่มีฝน มันก็ให้อารมณ์สวยงามไปอีกแบบนะ โพสต์นี้ก็เลยจะพาไปเที่ยว “อิสตันบูล” ในวันฝนพรำ เพราะอิสตันบูลในความทรงจำของเรา ไม่มีวันไหนที่ได้เห็นแสงแดดเลย อยู่อิสตันบูล 3 วัน ฝนตกฝนพรำแม่มทุกวันเลยจ้า 5555 .. แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการเที่ยวหรอก บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกล จะขลุกตัวเองหลบฝนอยู่แต่ในห้องได้ไง จริงมั๊ย? คว้าร่มหนึ่งคันแล้วออกไปเดินเล่น จิบกาแฟในคาเฟ่คูลๆ ทั้งที่ฝนตกนี่แหละ ถือซะว่าโพสต์นี้เป็นไอเดียเที่ยวอิสตันบูลวันฝนพรำแล้วกันนะ เผื่อใครไปเจอ Rainy Day เหมือนกันจะได้รู้ว่าอิสตันบูลในวันที่ท้องฟ้าไม่เป็นสีบูล เราก็สามารถเที่ยวแบบคูลๆ ได้เหมือนกัน : )

อย่างที่เล่าไปแล้วในโพสต์ เที่ยว “ตุรกี” ด้วยตัวเอง สวยกว่าที่คาด และไม่ยากอย่างที่คิด ว่าเราเดินทางไปตุรกีด้วยสายการบิน Etihad โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศอาบูดาบี แล้วไปถึงสนามบินอาตาตูร์ก (IST) ที่อิสตันบูล ตอนประมาณบ่ายสอง ซึ่งวิธีการเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินอาตาตูร์กจะมีอยู่หลักๆ ประมาณ 2 วิธี ไม่นับรวมการเรียกแท็กซี่ที่เสี่ยงโดนโกงและราคาค่อนข้างสูงกว่าวิธีอื่นๆ นะ โดย 2 วิธีที่ว่านั่นก็คือเลือกระหว่างนั่งรถไฟ กับ รถบัส ทั้งนี้จะเลือกวิธีไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับย่านที่เราเลือกพักด้วย

โดยทริปนี้เราเลือกพักที่ย่านทักซิม (Taksim) เพราะหลังจากเที่ยวอิสตันบูลเสร็จ เรามีแพลนบินไป คัปปาโดเกีย แต่เช้าตรู่ ซึ่งต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอิสตันบูล ซาบิฮา กุคแซง (SAW) ที่เปรียบเสมือนสนามบินดอนเมืองของบ้านเรา ฉะนั้นใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปตุรกีอย่าลืมดูชื่อสนามบินให้ดีๆ นะ เพราะส่วนใหญ่ไฟลท์อินเตอร์ฯ จะขึ้น – ลงที่อาตาตูร์ก แต่ไฟลท์ในประเทศส่วนใหญ่จะขึ้น – ลงที่ซาบิฮา ถ้าวางแผนผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะเว้ย 5555

ซึ่งย่านทักซิมนับเป็นป้อมปราการที่ดีที่สุดในการเดินทางระหว่างสองสนามบินนี้ เพราะมีรถบัส Havabus วิ่งระหว่าง Ataturk Airport <—> Taksim และ Sabiha Gokcen Airport <—> Taksim ให้บริการตั้งแต่ตี 4 ถึง ตี 1 เลยทีเดียว ฉะนั้นถ้าใครพักย่านทักซิมก็สามารถเดินออกมาขึ้นรถ Havabus ด้านหน้าสนามบินได้เลย ค่ารถ คนละ 12 ลีรา ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็จะถึงย่านทักซิมจ้า

ส่วนอีกย่านที่หลายคนนิยมพักก็คือย่านเมืองเก่าสุลต่านอาห์เหม็ด แต่ถ้าเลือกพักย่านนี้ต้องเข้าเมืองด้วยการนั่งรถไฟประมาณ 2 ต่อ อาจจะใช้เวลานานกว่านั่งรถบัสนิดนึง แต่ก็เป็นจุดที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่มากกว่าย่านทักซิม หลายคอมเมนท์บอกกันว่าชอบพักย่านนี้มากกว่า แต่สำหรับเราที่ต้องเดินทางไปสนามบินซาบิฮาแต่เช้าตรู่ไม่สามารถพักที่ย่านนี้ได้ เพราะรถไฟเที่ยวแรกของอิสตันบูลจะให้เปิดบริการตอน 6 โมงเช้า แต่เราต้องออกเดินทางตั้งแต่ตี 5 แล้ว ไม่งั้นได้ลิ้มรสการตกเครื่องแน่ ฉะนั้นจึงจำใจต้องพักย่านทักซิมที่ค่อนข้างจอแจกว่า แต่ก็ไม่แย่นะ

จตุรัสทักซิม ศูนย์กลางของย่าน อดีตเคยมีคนมาระเบิดพลีชีพกันในย่านนี้ด้วย แต่ทุกวันนี้มีทหารถือปืนคุมเข้ม ทำให้รู้สึปลอดภัย แต่อันตรายต่อสายตาและหัวใจ เพราะทหารหล่อมากกก ; p

โดยที่พักของเราในอิสตันบูลชื่อ Ada Home Istanbul เป็นโรงแรมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่อยู่ค่อนข้างไกลจากจตุรัสทักซิมสักหน่อย เพราะอ่านคอมเมนท์ส่วนใหญ่ของคนที่พักย่านทักซิมชอบบ่นว่าเสียงดังจอแจยันตีสอง ตีสาม ทั้งเสียงคน เสียงดนตรี เราเลยพยายามเลือกที่พักที่มีคอมเมนท์บ่นเรื่องเสียงดังน้อยที่สุด ซึ่งที่ Ada Home ก็ถือว่าค่อนข้างเงียบสมใจ อาจจะมีบ้างที่ได้ยินเสียงดนตรีเล็ดลอดเข้ามาแต่ก็ไม่ดังจนนอนไม่ได้ ที่สำคัญภายในห้องยังแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน มีครัวเล็กๆ ไว้สำหรับทำอาหาร มีระเบียงไว้นั่งรับลมเย็นๆ ในราคา 2 คืน 420 ลีรา (ประมาณ 3,280 บาท) พอถึงเช้าวันที่จะเช็คเอาต์ไปคัปปาโดเกีย เราก็เดินลากกระเป๋าไปขึ้นรถบัส Havabus ไปสนามบินซาบิฮาได้เลย เดินแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ถือว่าโรงแรมนี้ค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียวสำหรับเรา : )

เดินเล่น จิบกาแฟในคาเฟ่สุดคูล ที่อิสตันบูลวันฝนพรำ

สำหรับสายคาเฟ่ห้ามพลาดย่านคาราคอย (Karakoy) เลยนะ ตั้งอยู่ใกล้ย่านทักซิมนีสเดียว จะนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Karakoy หรือจะเดินมาก็ได้ แนะนำว่าให้เดินผ่าน “Istiklal Street” ซึ่งเป็นถนนช็อปปิ้งเส้นยาววววว อัดแน่นด้วยร้านค้าทั้งแบรนด์เนม และแฟชั่นแบรนด์ของประเทศตุรกี เฮ้ย มันเพลิดเพลินมาก เรานี่ใช้เวลาเดินผ่านหลายชั่วโมง เดินยังไงก็ไม่ถึงคาราคอยสักที หมดเงินในกระเป๋าไปหลายเลยแจ้ 5555

เดินเล่นที่ Istiklal Street ตอนเย็นๆ ค่ำๆ จะมีคนมาเล่นดนตรีกันหลายจุด สังเกตพ่อหนุ่มจิ๋วตรงกลาง คงนึกในใจว่า "โตขึ้น ป๋มจะเป็นแบบพี่ๆ ให้ได้ฮ่ะ"

เอกลักษณ์ของ Istiklal Street คือ รถรางสีแดงสดคันนี้แหละ ใครไป ใครมาก็ต้องหยุดถ่ายรูป ซึ่งรถรางนี้สามารถขึ้นไปนั่งได้นะ เขาจะวิ่งระหว่างสถานี Taksim – Tunel ซึ่งนับเป็นรถไฟเก่าแก่ของประเทศตุรกีเลยทีเดียว

ระหว่างทางที่เดินไปย่านคาราคอยจะผ่านหอคอยกาลาตา (Galata Tower) ซึ่งปกติเขาจะขึ้นไปดูวิวจากด้านบนหอคอยกัน แต่ในวันฝนตกแบบนี้ ขึ้นไปคงเห็นแต่สีขาวโพลนไปหมด เราก็อดเก็บรูปสวยๆ ไปนาจาา T.T

ขนมปังเนี่ยเป็นอาหารหลักของคนตุรกีเลยนะ ซึ่งขนมปังกลมๆ แบบนี้มีขายทั่วไป ราคา 1.50 ลีรา แต่แข็งและเหนียว กัดทีฟันแทบหักเลยละ 5555

นักช็อปสายโลคอลแนะนำร้านนี้นะ Koton เป็นเสื้อผ้าแบรนด์แฟชั่นของตุรกี ดีไซน์สวยงามหลากหลาย แถมราคายังไม่แพงมากอีกด้วย มีหลายสาขาทั่วตุรกี อินี่เจอกี่สาขาก็ต้องแวะเข้าไปส่องมันทุกสาขาเพื่อระบายเงินออกจากกระเป๋าจ้าา 5555

ไอติมตุรกี คอนเซปต์ สั่งชาตินี้ อาจจะได้กินชาติหน้า อย่าลืมไปโดน 5555

แนะนำคาเฟ่สุดชิคไว้นั่งจิบชาเมาท์มอยยามสายฝนโปรยปราย

อิสตันบูลมีคาเฟ่เยอะมากกกกก โดยเฉพาะคาเฟ่ที่มีโซนที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ เฮ้ย มันชิคๆ คูลๆ มากเลยอ่ะ ยุโรปสไตล์สุดๆ เสียดายที่เราอดสัมผัสโมเมนต์นั่งจิบชารับลมเย็นๆ ตรงที่นั่งด้านนอก ต้องระเห็จมานั่งหลบฝนอยู่ด้านในแทน T^T แต่ก็มีบางร้านที่มีกันสาดกันฝนนะ ฉะนั้นถ้าเกิดไปอิสตันบูลแล้วเจอพิษเรนนี่เดย์ขึ้นมา ขอแนะนำว่าจงหาคาเฟ่เข้าไปนั่งเมาท์มอยจิบชาร้อนๆ เถอะ มันโอเคกว่านอนอืดอยู่ที่ห้องมากเลยนาาา ^^

Han Karakoy

พิกัด : 41.024682, 28.978299
แผนที่ : https://goo.gl/PoG5zd
ร้านเปิดทุกวัน 11.00 – 23.30 น.

ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านคาราคอย มีทั้งโซนที่นั่งเอาท์ดอร์ และอินดอร์ รวมถึงมี 2-3 ชั้นเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่คาเฟ่ที่ใหญ่มากนักนะ แต่ละชั้นจะมีที่นั่งอยู่ประมาณ 5-6 โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศดูน่ารัก อบอุ่น เหมาะแก่การหลบฝน เมนูแนะนำคือ คุกกี้จุ่มนม! ฟังดูเหมือนเป็นเมนูเด็ก แต่เด็ดกว่าที่คิดว่ะ คุกกี้ช็อกโกแลตชิพหั่นมาเป็นรูปสามเหลี่ยมชิ้นพอดีคำ เป็นคุกกี้นิ่มนะ พอเอามาจุ่มกับนมที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน เฮ้ย มันอร่อยเหลือเชื่อ! เมนูนี้ราคา 14 ลีรา หรือประมาณ 100 บาทเท่านั้นเอง อร่อยคุ้มมม

อ้อ ถ้าใครเป็นโรคขาดคาเฟอีนไม่ได้ แนะนำลองสั่ง “Cookie Chink Latte” มาลองชิมดู เกิดมานี่ก็กินลาเต้มาหลายรสชาตินะ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอลาเต้กลิ่นคุกกี้เท่าไร แล้วมันก็คุกกี้จริงๆ แกร๊ ไม่ได้มโน จิบไปทีนี่กลิ่นคุกกี้ติดที่ปลายลิ้นเลย แก้วนี้ราคา 15 ลีรา แต่แก้วใหญ่ทีเดียว ถือว่าราคารับได้เลย

Pim Karakoy

พิกัด : 41.025689, 28.980761
แผนที่ : https://goo.gl/26ywgQ
ร้านเปิดทุกวัน 10.00 – 01.00 น.

เดินไปไม่ไกลจากร้าน Han Karakoy จะเจอร้าน Pim Karakoy เออ คนที่นี่เขาก็ตั้งชื่อคาเฟ่ง่ายดีเนอะ แค่เติมคำว่า Karakoy ต่อไปด้านหลังเท่านั้นเอง 5555 แต่ร้าน Pim Karakoy ค่อนข้างดังพอสมควรนะ เพราะบล็อกเกอร์ชาวตุรกีรีวิวร้านนี้ค่อนข้างเยอะ แล้วนอกจากชา กาแฟ แล้วก็ยังมีอาหารจานหนักไว้ให้สั่งเติมพลังอีก พอตกดึกหน่อยก็จะกลายร่างเป็นบาร์ เออ เปิดทีคุ้ม! 5555

เราลองสั่ง “Fume Salmon Pita Patates” มาชิม ราคา 36 ลีรา ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ เป็นภาษาบ้านเราก็คือ แซนด์วิซแซลมอนรมควัน นั่นเอง แต่ที่นี่เขาจะใช้แป้งพิตตา (Pita) เป็นแป้งที่ใช้ทำขนมปังตั้งแต่สมัยโบราณ คนตุรกีนี่กินแป้งเก่งจริงๆ สังเกตดูว่าทุกมื้อจะต้องมีอิแผ่นแป้งเนี๊ยะ ไม่ก็ขนมปัง เราเองก็เจอพิษแป้งตุรกีเล่นงาน กลับไทยมารีบวิ่งขึ้นลู่วิ่งเกือบไม่ทัน อ้วนขึ้นมากกก T^T แต่สำหรับจานนี้ถืออร่อย ใช้ได้เลยนะ ถ้าใครแวะไปก็ลองสั่งมาชิมได้ นอกจากแซลมอนแล้ว ที่ร้านยังมีรสชาติอื่นๆ ให้เลือกชิมด้วยเด้ออ

มาถึงตุรกีแล้วไม่กินชาตุรกีนี่ถือว่าผิดนะ เพราะถือว่าเป็นวัฒนธรรมของเขาเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่ตามคาเฟ่หรือร้านอาหารทั่วไปจะขายกันที่ราคา 6 ลีราจ้า

Karabatak Cafe

พิกัด : 41.025331, 28.979265
แผนที่ : https://goo.gl/5CdcF7
ร้านเปิดทุกวัน 09.30 – 22.30 น.

อีกหนึ่งคาเฟ่ดังของอิสตันบูล แต่คอมเมนท์ใน TripAdvisor ไม่ค่อยโอเคเท่าไร ฝรั่งบ่นกันเยอะมากว่าร้านนี้มีดีแค่บรรยากาศ แต่พนักงานในร้านไม่แคร์ลูกค้าเลย ซึ่งที่เขาคอมเมนท์กันทั้งหมดนั้น … เป็นความจริง 555 เพราะอินี่ไปลองของมาแล้วจ้า คือบรรยากาศในรูปมันยั่วยวนให้อยากไปนั่งมากจริงๆ ตึกดูเก่าๆ ขลังๆ บวกกับเก้าอี้โซนเอาท์ดอร์สุดชิลนั่นด้วยแล้ว .. ไปถึงอิสตันบูลทั้งทีก็ขอให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองสักหน่อยเถอะ ปรากฏว่าไปถึงร้าน เดินหัวโด่หัวดำเข้าไป ไม่มีใครสนใจเลยจ้าา พนักงานไม่แม้แต่จะชายตามามองหรือถามไถ่ด้วยซ้ำ แถมที่นั่งในร้านที่ว่างเกือบ 80% ของร้าน ยังตั้งป้ายว่ามีคนจองทั้งหมดอีกด้วย โอ้วว สมคำร่ำลือเด้อ 555 ฉะนั้นร้านนี้ขอเอาบรรยากาศมาให้ดูกันอย่างเดียวแล้วกันนะ หรือใครจะลองไปดูสักครั้งก็ได้ เพราะถ้าได้ไปนั่งถ่ายรูปก็คงชิคไม่เบาเลยยย

Artist's Kahvesi

พิกัด : 41.033868, 28.979946
แผนที่ : https://goo.gl/DYCBK6
ร้านเปิดทุกวัน 11.00 – 03.00 น.

ร้านนี้ไม่ใช่คาเฟ่ แต่แอบเอามาแนะนำเพราะพิซซ่าอร่อยดี แถมราคาไม่แพงอีกต่างหาก ถาดละ 20 ลีราเท่านั้นเอง (ประมาณ 140 บาท) แต่สามารถกินสองคนได้อิ่มเลย เผื่อใครเป็นสายประหยัดเหมือนเรา 555 .. ร้านตั้งอยู่ในย่านทักซิม ตรง Istiklal Street เดินมาถึงประมาณช่วงกลางของถนนแล้วเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ แถวนั้นร้านอาหารเพียบ แต่อาจจะเหม็นบุหรี่นิดนึง เอ่อ .. เอาจริงๆ ก็ไม่นิดอ่ะ คนอิสตันบูลนี่สูบบุหรี่จัดจริงๆ กลิ่นบุหรี่มีอยู่ทุกอณูของอากาศ ขนาดเราเป็นคนไม่สูบยังรู้สึกว่ากลิ่นติดตรึงปอดจนเหมือนเป็นคนสูบด้วยไปเลย แต่บรรยากาศร้านชิลดีนะ มีที่นั่งเอาท์ดอร์แต่อยู่ในกันสาด ฉะนั้นถึงฝนจะตกก็นั่งด้านนอกได้สบาย แวะไปกินเป็นอาหารเย็นหรือจะจิบเบียร์เย็นๆ ด้วยก็ได้ ; p เพราะร้านนี้เขาเปิดถึงตี 3 กันเลยทีเดียว เอ้า ยาวปายยยย ^^

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

One thought

ใส่ความเห็น