ขับรถเที่ยว “บิเอะ” เมืองมินิมอลที่มีเส้นทาง Road Trip สวยงามกว้างไกลสุดสายตา

Hokkaido Road Trip : One Day Trip in Biei

- October, 2017 -

ขออนุญาตทำตัวเป็นคนลำเอียงหนึ่งวัน เพราะตั้งแต่เที่ยวญี่ปุ่นจากเหนือจรดใต้มา ส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าหลงรักฮอกไกโดมากที่สุด! ดินแดนสุดขอบแดนอาทิตย์อุทัยที่ตั้งอยู่ทางเกาะเหนือสุดของแดนปลาดิบแห่งนี้มีภูมิทัศน์สวยงาม แปลกตา จนบางช่วงแอบรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่นเลย เราว่าฮอกไกโดเป็นเมืองเหงานะ เพราะมีจำนวนประชากรค่อนข้างเบาบางหากเทียบกับขนาดพื้นที่ แต่เชื่อมั้ย ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ เรามีความเหงาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เป็นความเหงาที่ไม่เปล่าเปลี่ยวทรมาน ฮอกไกโด เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกอยากปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างนั้น ไม่ต้องมีแผนอะไรมากมาย แค่อยากเดิน อยากนั่งอยู่เงียบๆ มองธรรมชาติสวยๆ ปล่อยให้ชีวิตได้สัมผัสถึงความมินิมอลอย่างแท้จริง ฉะนั้นเราจึงนำแผนขับรถเที่ยว “บิเอะ” มาฝาก เมืองที่เรารู้สึกว่า ที่นี่มีมวลมินิมอลมากจริงๆ มินิมอลในที่นี่คือไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวอัดแน่นให้มากมาย แค่วิวข้างทางแบบธรรมดาเนี่ยก็เอาอยู่แล้ว ที่นี่เป็นเมืองที่มีเส้นทาง Road Trip สวยงามติดอันดับด้วยนะ ฉะนั้นใครสนใจอยากไปเที่ยวบิเอะ เราแนะนำว่าเช่ารถขับเวิร์กสุด อ้ะ.. ไม่ต้องกังวลว่าเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นจะเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเปล่า มาเซอร์เวย์ผ่านแผนเที่ยวของทริปนี้ไปด้วยกัน เรื่องข้อมูลแน่นๆ Movearound Journey เราถนัดอยู่แล้ว!

รู้จักเมืองบิเอะ (Biei) กันสักเล็กน้อย

บิเอะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอาซะฮิกาวะ (Asahikawa) กับฟุระโนะ (Furano) ภูมิทัศน์ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งสลับเนินเขา เนื่องจากเป็นเมืองเกษตรกรรม มีการเพาะปลูกข้าวบาร์เลย์ และพืชผลนานาพันธุ์สลับผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล เช่น ข้าวโพด มันฝรั่ง ฟักทอง เมลอน ฯลฯ จึงทำให้มีภาพวิวทิวทัศน์เป็นท้องทุ่งสลับแนวทิวเขาลดหลั่นไล่ระดับตามแสงและเงาทอดยาวไปจนไกลสุดลูกหูลูกตา นับเป็นภาพที่ถูกอกถูกใจบรรดาช่างภาพสายแลนด์สเคป การเดินทางท่องเที่ยวเมืองบิเอะที่แนะนำคือเช่ารถยนต์ขับเที่ยวรอบตัวเมือง หรือใครฟิตหน่อยจะเช่าจักรยานปั่นกินลมชมบรรยากาศก็เพิ่มความฟินได้ไม่น้อย แต่แอบกระซิบไว้ว่าต้องแข็งแรงหน่อยนะ เพราะที่นี่กว้างใหญ่มากจริงๆ!

วิธีการเช่ารถแบบ Step by Step

เนื่องจากไฮไลท์ของบิเอะคือวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สถานที่ท่องเที่ยวจึงไม่มีมากนัก ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนก็ได้ ทั้งนี้แผนเที่ยวแนะนำคือเช่ารถขับไปเที่ยวบิเอะแบบ One Day Trip จากเมืองอาซาฮิกาวะ (Asahikawa) ตกเย็นก็ซิ่งรถกลับไปคืน แล้วนอนที่เมืองอาซาฮิกาวะ เราแนะนำว่าควรหาที่พักแถวสถานีรถไฟ JR Asahikawa จะสะดวกสุด เพราะส่วนใหญ่แล้วเคาน์เตอร์รับรถจะอยู่แถวสถานีแทบทุกเจ้าเลย โดยวิธีการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นก็ไม่ยุ่งยากอะไร แถมญี่ปุ่นยังขับรถฝั่งเดียวกับบ้านเราด้วย เอาละ มาดูวิธีการเช่ารถแบบ Step by Step กันเลยดีกว่า สามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับเช่ารถขับได้ทั่วญี่ปุ่นเลยนะ : )

Step 01

เลือก และจองรถยนต์ผ่านเว็บไซต์

มีบริษัทเช่ารถยนต์มากมายพอสมควรให้เลือกใช้บริการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเรื่องสภาพรถยนต์ ราคา และสถานที่รับ – คืนรถ โดยเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทย คือ

Nippon Rent-A-Car
ToCoo!
JR Hokkaido Rent a Car
TOYOTA Rent a Car 

ส่วนตัว เราเลือกเช่ากับ JR Hokkaido Rent a Car เพราะมีจุดรับรถอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR ทุกแห่งทั่วฮอกไกโด จึงสะดวกเวลารับ – คืนรถมาก ราคาก็อยู่ในระดับที่โอเคเลย ไม่ถูกและไม่แพงมากเกินไป ฉะนั้นถ้าใครตัดสินใจเลือกบริษัทไม่ได้ เราว่า JR Hokkaido Rent a Car เป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ ^^

STEP 02

เลือกรุ่นรถที่ต้องการ รออีเมลคอนเฟิร์ม แล้วพรินต์ใบยืนยันการจอง

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะใช้บริการเช่ารถกับบริษัทใดให้เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ เลือกรุ่นรถที่ต้องการ โดยเลือกให้เหมาะกับจำนวนคนนั่งและควรเผื่อพื้นที่ไว้เก็บของหรือกระเป๋าเดินทางด้วย จากนั้นกรอกแบบฟอร์ม ระบุวัน เวลา พร้อมสถานที่ในการรับ – คืนรถ สามารถเลือกรับ และคืนรถต่างสถานที่ ต่างเมืองได้ แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หลังจากนั้นระบบจะส่งอีเมลยืนยันการจองมา เราก็แค่พรินต์ใบยืนยันการจองนี้ไว้เพื่อไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่สำนักงานตอนรับรถในวันเดินทาง

Step 03

รับรถ พร้อมตรวจสอบรถยนต์ในวันเดินทาง

ในวันรับรถ ให้แสดงใบยืนยันการจอง พร้อมใบขับขี่สากล และบัตรเครดิต พนักงานจะให้เซ็นต์เอกสาร พร้อมให้คู่มือต่างๆ เช่น วิธีใช้ GPS การเติมน้ำมันว่าควรเติมแบบไหน รวมถึง MAPCODE ที่จะใช้ค้นหาพิกัดสถานที่ใน GPS ด้วย ขั้นตอนสุดท้าย พนักงานจะพาไปตรวจสอบรถยนต์ ควรตรวจดูรอบคันรถให้ดีว่ามีรอยอะไรที่เกิดตั้งแต่แรกหรือเปล่า เพราะตอนนำรถมาคืน พนักงานจะตรวจสอบรอบรถดูอีกครั้ง ถ้ามีรอยที่ไม่ได้ระบุหรือแจ้งไว้แต่แรก จะต้องเสียค่าปรับในการทำให้รถยนต์เกิดรอยเสียหาย

รับรถเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันเลย!

มุ่งตรงจากเมืองอาซาฮิกาวะสู่ Blue Pond (Aoiiko)
✍️ วิธีการเดินทาง : สามารถใช้ Google Map พิมพ์ชื่อ “Blue Pond” หรือขอ Mapcode จากพนักงานที่บริษัทเช่ารถ เพื่อนำมาใส่นำทางใน GPS
⌚ ใช้เวลา : ประมาณ 1 ชั่วโมง
? พิกัด : 43.491717, 142.613806
✍️ Mapcode : 349 568 888
⏰ เวลาเปิด : 24 ชั่วโมง ทุกวัน
⌨️ ค่าเข้า : ฟรี (มีลานจอดรถฟรี)

“Blue Pond” คือ สระน้ำสีฟ้าสด ราวกับผ่านการปรับแต่งสีมาแล้วในโปรแกรมโฟโต้ช็อป เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันโคลนถล่มของภูเขาไฟโทะกะชิ (Tokachidake) ซึ่งเคยระเบิดมาแล้วหนึ่งครั้ง แม้จะยังไม่มีคำอธิบายแน่ชัดถึงที่มาของน้ำสีฟ้าสดใสในสระว่าเกิดจากอะไร แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเกิดจากแร่ธาตุอะลูมิเนียมไฮดอกไซด์ที่มีการตรวจพบในสระน้ำ แต่ไม่ว่าจะเกิดจากอะไร ที่นี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของบิเอะที่ทุกคนจะต้องแวะมาถ่ายรูป เช็คอิน!

ขับรถเล่นกินลมชมวิวสองข้างทาง

☝️ เดินทางจาก : Blue Pond

⏰ ใช้เวลา : ประมาณ 30 นาที

ไฮไลท์ของเมืองบิเอะคือการปล่อยใจลอยละล่องไปกับวิวทิวทัศน์ท้องทุ่งที่ตระการตา ใครจะเชื่อว่าแค่ “ต้นไม้” ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของบิเอะได้แล้ว โดยเราสามารถเลือกชมความสวยงามของเส้นทางท่องเที่ยวได้สองเส้นทางคือ “Patchwork Road” และ “Panorama Road” จะเช่าจักรยาน หรือเช่ารถยนต์ขับก็เพลิดเพลินทั้งนั้น แต่ถ้าใครอยากเดินคงไม่แนะนำเพราะที่นี่กว้างและใหญ่มากกกก

Patchwork Road

ภาพทุ่งข้าวบาร์เลย์สีทองอร่ามรอวันเก็บเกี่ยวเป็นภาพประจำเส้นทาง Patchwork Road ที่ยากจะห้ามใจไม่ให้หลงรัก ที่นี่มีมากกว่าความกว้างใหญ่ เพราะแนวทิวเขาเล็กใหญ่ที่ลดหลั่นกันไปตามเงาแสงตัดกับสีทองเขียวของท้องทุ่ง เป็นเสน่ห์ที่เรียบง่ายแต่สะกดสายตา เส้นทาง Patchwork Road มีสถานที่ท่องเที่ยวและจุดแวะถ่ายรูปสวยๆ อยู่หลายจุด แต่ที่เรียกว่ายอดนิยมและสะดุดตาจนต้องแวะคือ “Hokusei no Oka Observatory Park” สวนขนาดย่อมที่มีหอดูดาวรูปทรงพีระมิดตั้งอยู่กลางสวน สามารถขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา ทั้งกลางวันและกลางคืน

Hokusei no Oka Observatory Park
? พิกัด : 43.606025, 142.457642
✍️ Map Code : 389 070 315
Panorama Road
Biei-13

ถนนสายพาโนรามา ที่การันตีด้วยชื่ออยู่แล้วถึงความกว้างใหญ่เกินจินตนาการ ความพิเศษคือสีสันจากสวนดอกไม้ที่จะผลิบานอวดโฉมให้ชมกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน โดยเฉพาะ Shinei no Oka Tenbo Koen ทุ่งดอกไม้กว้างไกลสุดสายตาที่นอกจากจะมีดอกไม้สวยๆ ให้ชมแล้ว ยังมีตุ๊กตาฟางไซส์ยักษ์ที่เปรียบเสมือนมาสคอตของเมืองบิเอะอีกด้วย แต่ถ้าใครไปช่วงฤดูหนาวก็จะได้เห็นภาพทิวทัศน์ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวโพลนไปสุดลูกหูลูกตาเลย

Shinei no Oka Tenbo Koen
? พิกัด : 43.557668, 142.458870
✍️ Map Code : 349 790 676
ต้นไม้เซเลบฯ ประจำเมืองบิเอะ

ไฮไลท์อีกอย่างของเมืองบิเอะ คือ “ต้นไม้” ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก เพราะต้นไม้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีจุดจอดรถให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปเป็นกิจจะลักษณะ และต้นไม้เด่นๆ หลายต้นของที่นี่ก็เป็นถึง “ซูเปอร์สตาร์” โด่งดังถึงขั้นเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้สินค้าชื่อดังของญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยต้นไม้แต่ละจุดต่างก็มีคนแวะเวียนมาถ่ายรูปอย่างไม่ขาดสาย เรียกว่าเป็นดาราประจำเมืองบิเอะก็ไม่ปาน

Mild Seven Hill

แนวสนที่เรียงรายตัดแบ่งทุ่งหญ้าสีเขียวกับความสดใสของท้องฟ้าซึ่งเคยปรากฏอยู่ในโฆษณาของบุหรี่ยี่ห้อดัง

? พิกัด : 43.557668, 142.458870
✍️ Map Code : 389 036 599
Seven Stars Tree

ต้นโอ๊กสูงใหญ่ก็สวยงามจนได้ไปปรากฏอยู่บนหน้าซองบุหรี่เช่นกัน

? พิกัด : 43.629077, 142.431205
✍️ Map Code : 389 157 155
Ken and Mary Tree

เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์โฆษณาของรถยนต์

? พิกัด : 43.609137, 142.464122
✍️ Map Code : 389 071 727
.. S o m e t i m e s ..
the best therapy is a long drive and music.
cover hokkaido 6day
Munmeplans
6 Days 5 Night in Hokkaido
นั่งรถไฟ ขับรถเที่ยวเกาะเหนือแบบฮิปๆ เรื่องจิ๊บๆ ใครๆ ก็เที่ยวได้

แผนนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของแผนเที่ยวออนไลน์ในรูปแบบไกด์บุ๊ค “Munmeplans” ฉบับ 6 Days 5 Night in Hokkaido : นั่งรถไฟ ขับรถเที่ยวเกาะเหนือแบบฮิปๆ เรื่องจิ๊บๆ ใครๆ ก็เที่ยวได้ เล่มละ 149 บาท อัดแน่นด้วยข้อมูลของการวางแผนเที่ยวฮอกไกโด พร้อมวิธีการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นอย่างละเอียด รวมถึงแผนเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน 5 คืน ตามสถานที่ และเมืองยอดนิยมด้วย ฉะนั้นใครมีแพลนไปฮอกไกโดแล้วอยากอ่านอย่างจุใจ กดดาวน์โหลดไปอ่านกันได้นะ อ่านเล่มเดียว ได้ทั้งแผนเที่ยว ทั้งความรู้ : )

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น