ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 8
    Shares

เที่ยว ‘เขาค้อ’ ไม่ง้อหมอก!

Khao Kho, phetchabun

- June, 2019 -

“ .. หลายครั้งที่เราเดินทางไปถึงจุดหมายแล้วไม่เจอสิ่งที่คาดหวังไว้
แต่กลับได้พบเจอสิ่งที่สวยงามกว่าบนเส้นทางแห่งความผิดหวัง
ที่สวยงามที่สุดในโลกใบเล็กๆ ของเราเอง”

ตั้งแต่ทำเพจท่องเที่ยวมา สิ่งนึงที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอคือ “ทำไมไปแล้วไม่เห็นสวยเหมือนในรูปเลย” เออ .. ในฐานะคนที่ชอบเดินทาง เราเองก็เจอความผิดหวังจากการเดินทางอยู่บ่อยๆ นะ จะปฏิเสธอย่างเต็มคำก็ไม่ได้ว่าการแต่งรูปก็มีส่วน แต่สิ่งที่สำคัญเหนือไปกว่านั้นคือ เมื่อเราเดินทางบ่อยขึ้น เราจะไม่คาดหวังอะไรจากการเดินทาง เราจะเริ่มเข้าใจธรรมชาติของธรรมชาติว่าบางครั้งเราก็ไปยืนอยู่ตรงนั้นในบริบทที่ต่างกัน มันจะไม่ใช่แค่การแต่งรูปที่ทำให้ “สิ่งที่คิด” กับ “สิ่งที่เจอ” ของเราแตกต่างกัน แต่มันรวมไปถึง ช่วงเวลา สถานการณ์ หรือแม้กระทั่งมุมมองของแต่ละคน




เรา .. เป็นคนนึงที่ได้ชื่อว่าดวงกุดมาก จนอยากนิยามตัวเองว่าเป็น ‘Loser Traveler’ เพราะโอกาสน้อยมากจริงๆ ที่จะได้เจอโมเมนต์ดีๆ เหมือนคนอื่นเขา ขนาดว่าไปเขาค้อมา 5 วัน ยังไม่เจอหมอกลงสวยๆ สักวัน ทั้งที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดูน่าจะเหมาะสมมากที่สุดแล้ว

แต่เราไม่เคยผิดหวัง เพราะทุกช่วงเวลาต่างก็มีความสวยงามในโมเมนต์ของมัน และนี่คือโอกาสดีที่เราจะได้มองเห็นความสวยงามของ เขาค้อ ในวันที่เงียบสงบ ไร้ผู้คน เป็นเขาค้อในเวอร์ชั่นที่ใครหลายคนอาจมองผ่านไป เพราะไม่มีทะเลหมอกสวยๆ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสเสน่ห์ของเขาค้อในอีกหนึ่งมุมมอง ป่ะ .. วางความคาดหวังไว้ที่บ้านแล้วไปเที่ยวเขาค้อแบบไม่ง้อหมอกด้วยกันสักทริปนะ : )

ทุ่งแสลงหลวง

ถึงจะไม่มีโอกาสได้ไปที่นี่ในช่วงเวลาที่สวยที่สุดอย่างตอนรุ่งเช้า เพราะ ทุ่งแสลงหลวง ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในเขาค้อ แต่เพราะเรามาแบบไม่ง้อหมอก ไม่สนฤดูกาล เราจึงมองว่าทุ่งแสลวงหลวงในตอนกลางวันก็สวยชุ่มฉ่ำดีเหมือนกัน ยิ่งเป็นช่วงฤดูฝนแบบตอนนี้ มองไปทางไหนก็เขียวขจีไปหมด ดูกว้างใหญ่สมฉายา “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” ถึงแม้จะไม่ได้ฟีลหญ้าแห้งๆ เหมือนที่แอฟริกาก็ตาม



ทุ่งแสลงหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเชียวนา ใครชอบกางเตนท์ ก็มาแคมป์ปิ้งนอนนับดาวค้างคืนกันได้ หรือจะแวะมาเที่ยวตอนกลางวันแบบเราก็ได้ เพราะฤดูฝนแบบนี้อาจไม่ค่อยเหมาะกับการตั้งเตนท์เท่าไร จะไปไหนก็ลำบากเพราะถนนหนทางเปียกชื้นไปหมด จนทำให้เราอดไปสถานที่ไฮไลท์ของทุ่งแสลงหลวงอย่าง ‘ทุ่งนางพญา’ ที่เป็นป่าสนขนาดใหญ่ เพราะทางไม่ดี เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่ารถเก๋งหรือแม้แต่รถกระบะก็ไม่ควรขับฝ่าเข้าไป แต่ไม่เป็นไร .. เพราะบริเวณลานกางเตนท์ก็มีป่าสนให้ถ่ายรูปเล่นเหมือนกัน เจ้าหน้าที่บอกว่าแค่ตรงจุดนี้ก็สวยแล้ว เอาไว้ถึงฤดูหนาวแล้วค่อยมาเที่ยวใหม่ก็ยังไม่สาย : )

แผนที่ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งกังหันลม

พูดไปจะโดนหาว่าเชย เราเคยไปเขาค้อมา 3 ครั้งแล้ว แต่นี่คือครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวทุ่งกังหันลม แถมยังมาในช่วงโลว์ซีซั่นซะด้วย ฉะนั้นทุ่งกังหันลมในทริปของเราก็เลยเงียบสงบ ไร้ผู้คน แถมยังมีดอกไม้สวยๆ ให้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องเบียดเสียดกับใครอีกด้วย

เราไปถึงตอนเย็นๆ แวะถ่ายรูปกับกังหันยักษ์สักพักก็ลองเดินไปไร่ GB เพราะตอนนั้นไม่มีรถรงรถรางอะไรมาคอยรับส่งแล้ว และคาดว่าไร่ก็น่าจะปิดแล้วเหมือนกัน แต่ก็ลองเสี่ยงเดินไปดู เพราะยังเห็นคนถ่ายรูปตรงชิงช้ากันอยู่ ไปถึงก็เจอกับพี่คนเฝ้าเดินสวนออกมาพอดี เลยถามว่าปิดแล้วหรือยังคะ โชคดีมากที่พี่เขาบอกว่า “ปิดแล้ว แต่เข้าไปเถอะ เข้าไปถ่ายรูปได้เลย ตามสบายๆ” โหวว คนเพชรบูรณ์ใจดีสมคำร่ำลือจริงๆ เราเลยมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศช่วงเย็นแบบชิลๆ พระอาทิตย์ตกตรงกังหันลมพอดี ถ่ายรูปกันเพลินเลย



ระหว่างขับรถลงมาจากทุ่งกังหันลมเจอฟ้าระเบิด สวยมากกก ห้ามใจไม่ไหว ต้องจอดรถลงไปถ่ายรูปแล้วก็นั่งดูแสงสุดท้าย นี่เป็นโมเมนต์ที่เราชอบมากที่สุดในทุกๆ ทริปของการเดินทาง เพราะเราเสพติดการดูพระอาทิตย์ตกมากๆ ท้องฟ้าตอนเย็น นั่งดูที่ไหนก็ผ่อนคลาย หายเหนื่อย : )

แผนที่ทุ่งกังหันลม

De Capoc Resort

รีสอร์ทสวยในเขาค้อ ไม่ไกลจากทุ่งกังหันลม แถมที่พักยังสามารถมองเห็นทุ่งกังหันลมได้ทุกห้องอีกด้วย ถึงแม้จะไม่มีหมอกลงที่หน้ารีสอร์ทเหมือนที่อื่นๆ แต่เราชอบบรรยากาศและการออกแบบตกแต่งของที่นี่มากกก มันสวย เท่ ลงตัว และทันสมัย แถมพนักงานทุกคนยังเฟรนลี่ พูดจาดี โดยเฉพาะพี่ที่ล็อบบี้ตอนเช็คอิน ช่วยเหลือดีมากกก ตอนเช็คเอาท์ยังรวดเร็ว ไม่ต้องรอนานเลย

เราจองห้องพักแบบดีลักซ์ ซึ่งในช่วงโลว์แบบนี้ราคาไม่แพงเลยค่ะ เราจ่ายไป 1,920 บาท/คืนเท่านั้นเอง รวมอาหารเช้าอีกต่างหาก เสียดายที่ไม่ได้พักวิลล่าที่มีเตียงตาข่ายหน้าบ้าน เพราะตั้งใจมาเที่ยวแบบประหยัดงบ แต่ดูจากรูปแล้วสวยน่าดูเชียว อ่อ สระว่ายน้ำที่นี่ก็สวยมากนะ ที่เขาค้อนี่หารีสอร์ทที่มีสระว่ายน้ำยากมากนา ฉะนั้นถ้าใครตั้งใจมาเที่ยวเขาค้อแบบไม่ง้อหมอก เราแนะนำ De Capoc Resort เลย ส่วนตัวแล้วประทับใจมากเป็นพิเศษค่า




แผนที่ De Capoc Resort

คาเฟ่ในเขาค้อ

ทริปนี้แวะไปมา 4 คาเฟ่เลย เป็นคาเฟ่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไป เพราะคาเฟ่ชื่อดังอย่าง Pino Latte เคยไปมาสองรอบแล้ว ทริปนี้ก็เลยลองไปนั่งอีกหนึ่งคาเฟ่ใกล้ๆ กันอย่าง ‘The Piney Bistro Cafe’ บ้าง บรรยากาศดีไม่แพ้กันเลย ถึงแม้มุมจะต่ำกว่า แต่คนน้อยกว่า ก็เลยชิลกว่า นั่งถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องเกรงใจใครด้วย กาแฟก็รสชาติใช้ได้ทีเดียว ร้านนี้อยู่ใกล้วัดผาซ่อนแก้วมากๆ ค่ะ แวะไปไหว้พระก่อนแล้วค่อยมานั่งจิบกาแฟก็ได้ เรานั่งชิลอยู่นานเลย ลมเย๊นเย็น

แผนที่ The Piney Bistro Cafe

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่อยู่ในระแวกเดียวกันคือ ‘Jolly Cafe’ แต่คาเฟ่นี้จะตั้งอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งถึงแม้จะไม่มีวิวภูเขาสวยๆ ให้ถ่ายรูป แต่ด้วยการออกแบบสไตล์โรงนาฝรั่ง มีความคันทรี่แบบชิคๆ ก็เลยทำให้มีมุมถ่ายรูปเยอะไม่แพ้คาเฟ่วิวภูเขาเลย ขนาดเราตั้งใจไปนั่งกินกาแฟเฉยๆ ยังเผลอเปลี่ยนมุมถ่ายรูปนานเป็นชั่วโมงเลย มันมีมุมน่ารักให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด ถ้าใครเป็นคนชอบถ่ายรูป รับรองว่าจะต้องเลิฟคาเฟ่นี้แน่นอนจ้า



แผนที่ Jolly Cafe

ไม่ไกลจาก Jolly Cafe ก็จะมีอีกหนึ่งคาเฟ่ที่เก๋ไม่หยอก เพราะมีจุดถ่ายรูปสวยๆ เหมือนบาหลี เวียดนาม อย่างมือยักษ์ และรังนกด้วย ซึ่ง ‘Phukaew Peak Cafe’ ตั้งอยู่ในรีสอร์ท Phukaew Resort & Adventure Park สามารถนำรถเข้าไปจอดในรีสอร์ท แล้วจะมีรถรับส่งฟรีเพื่อขึ้นไปยังคาเฟ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ค่อนข้างสูงทีเดียว เดินขึ้นไม่ไหวแน่นอน แต่วิวข้างบนสวยมากกกก เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเขาค้อจ้า




แผนที่ Phukaew Peak Cafe

คาเฟ่สุดท้ายที่เราแวะไปในทริปนี้จะอยู่ค่อนข้างไกลกว่าที่อื่นๆ แต่ก็อยู่ในเส้นทางที่จะไปภูทับเบิก เผื่อถ้าใครตั้งใจไปเที่ยวภูทับเบิกด้วยก็แวะจิบกาแฟที่นี่ก่อนได้ ‘Nana cafe’ Phetchabun’ เป็นคาเฟ่บรรยากาศทุ่งนา ดูแปลกตาและแตกต่างสำหรับคาเฟ่ในเขาค้อ ที่อื่นเขาจะหมอกๆ เขาๆ แต่ที่นี่มีวิวท้องทุ่งให้ถ่ายรูป ในร้านมีมุมให้ถ่ายรุปเยอะเหมือนกัน แวะไปชิคๆ ชิลๆ กันได้ค่า



แผนที่ Nana cafe' Phetchabun


ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 8
    Shares
Tags:

ใส่ความเห็น