แผนเที่ยว “แหลมปี๋โถเจียว” เส้นทางเดินแนวสันเขาเลียบทะเลที่มีวิวสวยขั้นเทพของไต้หวัน!

Guide to Exploring Bitou Cape

- March, 2018 -

ถึงแม้ไต้หวันจะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามว่าเป็น “Little Japan” เพราะมีบรรยากาศคล้ายประเทศญี่ปุ่น ในต้นทุนการเที่ยวที่ต่ำกว่าเกือบครึ่ง หลายคนอาจจองตั๋วบินไปไต้หวันแบบไม่คาดหวังอะไร เพราะเจอตั๋วถูก วันลาเหลือ หรือเพื่อนชวนไปก็ดี .. แต่เชื่อเรามั้ย? แทบทุกคนที่กลับมาจากไต้หวันมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แม่งเกินคาดหวังว่ะ” .. ใช่ ไต้หวันเป็นประเทศที่มีหลายอย่างเซอร์ไพรส์เรามากจริงๆ โดยเฉพาะธรรมชาติที่ต้องขอบอกว่าสวยเกินจิตนาการไปหลายเบอร์ จนเผลอคิดว่าเอาจริงๆ แล้วประเทศนี้ก็ไม่เหมือนญี่ปุ่นไปซะทีเดียว เพราะทุกสถานที่ในไต้หวันต่างก็มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง รวมถึง “Bitou Cape” หรือ “แหลมปี๋โถเจียว” ที่เราจะพาไปเที่ยวกันด้วย ถึงแม้จะเป็นเส้นทางเดินกึ่งๆ ไฮกิ้งหรือปีนเขา แต่เชื่อเรา มันไม่เหนื่อยอย่างที่คิด! เพราะมีจุดพักชมวิว ถ่ายรูปสวยๆ เยอะมากกก ที่สำคัญ อยู่ไม่ไกลจาก “จิ่วเฟิ่น (Jiufen)” หมู่บ้านโบราณชื่อดังของไต้หวันด้วย ฉะนั้นใครจะจัดปี๋โถเจียวเป็น One Day Trip สักครึ่งวัน ตกเย็นไปเที่ยวจิ่วเฟิ่นต่อก็แจ่มเลย!

รู้จัก “แหลมปี๋โถเจียว” กันสักหน่อย

แหลมปี๋โถเจียว หรือ Bitou Cape Geological Park (鼻頭角) ตั้งอยู่ที่เมืองรุ่ยฟาง (Ruifang) ซึ่งอยู่ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของไทเป หรือที่เรียกกันว่า “New Taipei” นั่นเอง แต่ถ้าใครยังทำหน้าเด๋อด๋า งงๆ ว่า เฮ้ย! นิวไทเป นี่มันที่ไหนฟะ? ก็ขอให้ลองนึกถึงภาพเมืองโบราณสวยๆ ที่มักปรากฏอยู่ในสื่อโปรโมทของประเทศไต้หวัน รวมไปถึงอะนิเมะชื่อดังของสตูดิโอจิบลิอย่าง “Spirit Away” ซึ่งเราต่างก็รู้จักเมืองโบราณแห่งนี้กันในชื่อ “จิ่วเฟิ่น” นั่นไง .. แหลมปี๋โถเจียวตั้งอยู่ห่างจากจิ่วเฟิ่นนิดเดียวเท่านั้นเอง ฉะนั้นจึงสามารถจัดเป็น One Day Trip ไว้ในวันเดียวกันได้แบบสบาย

ทั้งปี๋โถเจียว และจิ่วเฟิ่น สามารถเดินทางจากไทเปไปได้โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ฉะนั้นถ้าใครจะเดินทางไปเที่ยวปี๋โถเจียวก็สามารถตั้งต้นที่ไทเปได้เลย เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินไปไทเปมีโปรโมชั่นราคาถูกออกมาเยอะมาก! ซึ่งโดยส่วนตัว เราก็เป็นคนชอบค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่แล้ว เรียกว่ามีเวลาว่างเป็นไม่ได้ มือมันจ้องจะเข้าไปพิมพ์หาตั๋วถูกอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้สบายขึ้น เพราะดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นของ Traveloka มาไว้ใน iPhone แล้วก็จัดการสมัครสมาชิกเรียบร้อยเพื่อรับไอเท็มใหม่เจ๋งๆ อย่าง “การแจ้งเตือนราคา (Price Alerts)” อยากจะไปเที่ยวที่ไหน ช่วงไหน ก็แค่เข้าไปใส่ข้อมูลไว้ พอมีตั๋วเครื่องบินที่ราคาและรายละเอียดอยู่ในสเป็กที่เราต้องการออกมาเมื่อไร แอปฯ ก็จะแจ้งเตือนโดยตรงมาที่เราทันที! เจ๋งโพ้ดดดด .. ใครที่เป็นแฟนคลับตั๋วเครื่องบินราคาถูกเหมือนกัน ลองเข้าไปดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น Traveloka มาไว้กับตัว รับรองว่าต้องได้ตั๋วราคาถูกสมใจชัวร์ : )

จองตั๋วเครื่องบินไปไต้หวัน กับ TRAVELOKA
การเดินทางสู่แหลมปี๋โถเจียว

เอาละ .. หลังจากบินตรงสู่ไทเป เมืองหลวงของเกาะไต้หวัน จัดการเดินตลาดกลางคืน ช็อปปิ้ง กินของอร่อยกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ได้เวลาไปเดินออกกำลังกายให้จิตใจปลอดโปร่งสดชื่นกันที่แหลมปี๋โถเจียว! การเดินทางก็ง่ายๆ แค่นั่งรถไฟ TRA จากสถานี Taipei มาลงที่สถานี Ruifang ซึ่งมีทั้งรถด่วนมาก รถด่วน และหวานเย็น ถ้าจองรถด่วนมาก (Limited Express) จะใช้เวลาเดินทางแค่ 35 นาทีเท่านั้น แต่ราคาก็จะสูงสุดคือ 76 NT$ ส่วนรถด่วน (Express) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคา 59 NT$ และรถหวานเย็น ช้าสุด คือใช้เวลาประมาณ 58 นาที ราคา 49 NT$ ตามลำดับเด้อ

หลังจากถึงสถานี Ruifang แล้ว ให้เดินข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์สาย 856 (ป้ายรถเมล์เดียวกับที่จะไปจิ่วเฟิ่น) แล้วลงที่ป้าย G7 ชื่อป้าย Bitou นะโดยรถเมล์สายนี้มีชื่อเรียกว่า “Golden Fulong Shuttle bus” จะวิ่งในเส้นทางทองคำของไต้หวัน จอดทั้งหมด 12 ป้าย วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น Gold Waterfall หรือน้ำตกทองคำ ใครมีเวลาว่าง จะวางแผนแวะเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในเส้นทางนี้ด้วยก็ได้ แต่แนะนำว่าควรออกจากไทเปตั้งแต่เช้านะ เพราะวันธรรมดา รถจะวิ่งค่อนข้างน้อยเที่ยว ถ้าพลาดไปสักวินาทีเดียว อาจต้องรอรถเที่ยวต่อไปนานเป็นชั่วโมง (นี่ก็โดนมาแล้วเช่นกัน T^T) ฉะนั้นเผื่อเวลาในการเดินทางกันด้วยนะจ๊ะ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเส้นทางของ Golden Fulong Shuttle bus ได้ที่ > Click <

ตรงแถวๆ สถานี Ruifang ถ้าเดินข้ามถนนไปอีกนิดจะมีตลาดอยู่นะ มีของกิน ของขายมากมาย ใครหิวหรือยังไม่ได้กินข้าวมาก็แวะฝากท้องก่อนได้ เราเองก็หิวโซ่มาจากไทเปเหมือนกัน เลยสั่งข้าวผัด ผัดหมี่ และอะไรสักอย่างคล้ายหอยจ๊อ ใส่กล่องหิ้วมานั่งกินที่เก้าอี้ตรงหน้าสถานี พร้อมจัดชานมไข่มุกร้าน 50 Lan อันแสนโด่งดังไปอีกแก้ว เพื่อเติมพลัง เตรียมพร้อมไปลุยแหลมปี๋โถเจียวเต็มที่!

ปล. รถเมล์ที่จะไปปี๋โถเจียวจะวิ่งผ่านจิ่วเฟิ่นก่อน ซึ่งใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงปี๋โถเจียว วิธีสังเกตคือ ก่อนถึงป้ายรถเมล์ของปี๋โถเจียว จะเห็นท่าเรือและสะพานปลา ให้เตรียมตัวลงได้เลย ป้ายรถเมล์จะอยู่ก่อนถึงอุโมงค์ ซึ่งถ้าเดินครบรูทของเขา เส้นทางจะพาวนไปที่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นป้ายรถเมล์สำหรับนั่งรถเมล์กลับไป Ruifang หรือจิ่วเฟิ่นพอดี แต่ถ้าใครกะมาถ่ายรูปเล่นแค่ช่วงต้นๆ ของเส้นทางก็สามารถเดินย้อนกลับมา แล้วข้ามไปรอรถเมล์ฝั่งตรงข้ามเพื่อกลับไป Ruifang หรือจิ่วเฟิ่นได้เช่นกัน

เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวกันเลย!

จุดเริ่มต้นของเส้นทางปี๋โถเจียว คือ โรงเรียน Bitou Elementary School ซึ่งจากป้ายรถเมล์ จะต้องเดินข้ามสะพานมาอีกเล็กน้อย อาจจะดูเงียบๆ หน่อยๆ ถ้ามาวันธรรมดา แต่ไม่หลงแน่นอน แค่เดินตามป้าย Bitou Cape Hiking Trail ไปเรื่อยๆ ก็พอ

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

จุดไฮไลท์ของปี๋โถเจียวก็คือบันไดตรงนี้แล ถ้าลองเข้าไปส่องพิกัดใน IG จะพบว่ามีคนมาถ่ายรูปเช็คอินที่จุดนี้กันเยอะมาก เพราะนอกจากจะได้ภาพบันไดที่ลดหลั่นไปตามแนวสันเขาแล้ว วิวทะเลยังสวยมากกกก รวมถึงมีศาลาให้นั่งพักเป็นจุดๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นกลางๆ เส้นทางแล้วนะ เดินมาไกลพอสมควร แต่วิวระหว่างทางสวยจนหายเหนื่อยอ่ะเอาจริง แค่เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็มาถึงตรงบันไดแล้ว ที่สำคัญมันไม่ร้อน! เพราะมีลมทะเลพัดมาปะทะเรือนร่างตลอดเว แถมบางช่วงยังเจอลมแรงจัดหนักจนแทบปลิว! ฉะนั้นถ้าใครไปช่วงปลายปีที่เป็นฤดูหนาวของไต้หวัน อย่าลืมแต่งตัวกันหนาวไปสักนิดเด้อ เพราะเวลาลมพัดมา บางเวลามันก็หนาวจนสั่นจริงๆ ; p

ช่วงสันเขาเลียบแนวทะเลสุดท้ายก่อนจบเส้นทาง เราว่าสวยที่สุด มีหลายมุมที่แอบทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในไต้หวัน ไม่เคยคิดว่าธรรมชาติของไต้หวันจะอุดมสมบูรณ์มากขนาดนี้ เสียดายถ้าได้มาวันฟ้าใสๆ ก็คงเก็บภาพได้สวยกว่านี้มาก แต่สำหรับนักเดินทางอย่างเรา เลิกแคร์ฝน ฟ้า อากาศไปนานแล้ว เพราะถือเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ .. ถ้าวันไหนที่ไม่เป็นดั่งใจ ก็แค่ลองมองหาความสวยงามอย่างอื่นที่ซ่อนอยู่เท่านั้นเอง เพราะหลายครั้ง สิ่งที่เราได้จากการเดินทางนั้นมีมากเกินกว่ารูปภาพสวยๆ หากแต่หมายรวมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งจะกลายมาเป็นความทรงจำดีๆ ที่จะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน : )

Sharing is caring!

Related Post

ใส่ความเห็น