Gili Meno Island

สวรรค์แห่งการติดเกาะ

- July, 2018 -

ถ้าเธอกำลังมองหา สถานที่พักกาย พักใจ จากเรื่องที่ชวนเหนื่อยล้า แต่ไม่อยากไปไหนไกลเพราะงบน้อย แล้วก็อยากสัมผัสกับบรรยากาศที่คุ้มค่าเกินสตุ้งสตางค์ที่เสียไป เราขอแนะนำ เกาะกิลี (Gili Islands) สามเกาะน่ารักที่เป็นมิตรต่อใจ แถมยังห่วงใยสิ่งแวดล้อม เพราะบนเกาะทั้ง 3 เกาะนั้นไม่มีรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซต์เลย คนที่นี่ใช้การเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือ Cidomo (รถม้า) ในการเดินทางรอบเกาะ อากาศบนเกาะจึงสดชื่นบริสุทธิ์กว่าเกาะอื่นๆ ที่เคยไปมา ที่สำคัญหมู่เกาะกิลียังอยู่ห่างจากบาหลีแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงหากเดินทางด้วยเรือ ฉะนั้นใครที่ไปเที่ยวอินโดนีเซียแล้วอยากเปลี่ยนฟีลไปสัมผัสความเงียบสงบระดับน้องๆ มัลดีฟส์ เราภูมิใจเสนอเกาะกิลีเป็นอย่างยิ่ง!

โดยหมู่เกาะกิลีนั้นประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ตั้งอยู่เรียงกันใกล้เกาะขนาดใหญ่อย่างเกาะลอมบอก (Lombok) ที่ตั้งของภูเขาไฟรินจานีที่หลายคนอยากเดินทางไปพิชิต ซึ่งทั้ง 3 เกาะนี้สามารถเดินทางถึงกันได้ด้วยเรือข้ามเกาะ ฉะนั้นถ้ามีเวลาจะไปเที่ยวทั้ง 3 เกาะเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เขาจะนิยมเลือกแค่เกาะเดียวแล้วซื้อทริปดำน้ำออกไปเที่ยวบริเวณรอบๆ มากกว่า เนื่องจากเรือข้ามเกาะไม่ได้มีทั้งวัน จะต้องเล็งรอบเรือให้ดีๆ ด้วย

เห็นภูเขาลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มั้ย นั่นแหละ .. ภูเขาไฟรินจานี

สำหรับทริปนี้เรามีโอกาสได้ไปพักผ่อนบนเกาะกิลี เมโน (Gili Meno Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเกาะกิลี ตราวังอัน (Gili Trawangan) และกิลี แอร์ (Gili Air) ความพิเศษของหมู่เกาะกิลีคือทั้ง 3 เกาะมีบรรยากาศที่ไม่ซ้ำกันเลย ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่มีสไตล์การเที่ยวแบบไหนก็สามารถเที่ยวเกาะกิลีได้แบบตรงกับใจ ถ้าเป็นคนชอบปาร์ตี้ รักชีวิต Night life อารมณ์แบบมีบาร์ มีเสียงเพลง เคล้าคลอตลอดทั้งคืน ให้เลือก Gili Trawangan แต่ถ้าเป็นคนรักความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย อารมณ์ว่าไปกับแฟน อยากไปฮันนีมูน ให้เลือก Gili Meno (เหมือนเรา) และสุดท้ายถ้าเป็นคนที่รักชีวิตธรรมดา ชอบความ Local เน้นพักผ่อนตามวิถีชีวิตชาวบ้าน ให้เลือก Gili Air .. เห็นไหมว่าไปแค่ที่เดียวแต่สามารถเที่ยวได้ครบทุกฟีลเลยทีเดียว : )

ปล. ถ้าเรียงตามลำดับโดยยึดจากเกาะลอมบอก กิลี แอร์ จะอยู่ใกล้เกาะลอมบอกมากที่สุด ถัดมาก็จะเป็นกิลี เมโน และกิลี ตราวังอัน ตามลำดับ (Lombok > Gili Air > Gili Meno > Gili Trawangan)

การเดินทางสู่เกาะกิลี

เนื่องจากเกาะกิลีทั้งสามเป็นเพียงเกาะเล็กๆ จึงไม่มีสนามบินให้เราเดินทางไปถึงภายในต่อเดียว ต้องเลือกต่อเรือจากบาหลีหรือลอมบอก โดยการเดินทางจากบาหลีนั้นใช้เวลามากกว่า แต่ก็มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย ส่วนการเดินทางจากลอมบอกแม้จะใช้เวลาน้อยกว่า แต่ก็ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ฉะนั้นก็ลองตัดสินใจเลือกทางที่สะดวกมากที่สุดนะ

1.นั่งเครื่องบินแอร์เอเชียจากสนามบินดอนเมือง บินตรงสู่สนามบินนานาชาติบาหลีเดนปาซาร์ หรือท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ไรของเกาะบาหลี จากนั้นจะแวะเที่ยวบาหลีก่อน หรือนั่งรถยิงตรงไปท่าเรือ Padang Bai เพื่อต่อเรือไปเกาะกิลีเลยก็ได้ โดยการเดินทางไปท่าเรือนั้นสามารถติดต่อจองรถรับ – ส่งล่วงหน้าจากเอเจนซี่ต่างๆ ทาง Google หรือจะไปเสี่ยงต่อรองราคากับแท็กซี่หน้าสนามบินก็ได้ แต่ราคาไม่ควรเกิน 315,000 รูเปียห์ อ้างอิงจากเว็บไซต์ Baliairport.com จากนั้นนั่งเรือต่อไปลงยังเกาะกิลีที่เลือกพักได้เลย ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับตั๋วเรือนั้นจะไปซื้อเอาหน้างานที่ท่าเรือเลยก็ได้ หรือจะจองผ่านอินเทอร์เน็ตไปก่อนก็ได้ ซึ่งการจองเรือล่วงหน้าบางเจ้ามีรถรับ – ส่งให้ด้วย อย่าลืมดูเงื่อนไขดีๆ เด้อ จะได้ไม่ต้องเสียค่าแท็กซี่ ^^

2.นั่งเครื่องบินลงสนามบินนานาชาติลอมบอก (Lombok International Airport) แล้วเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ท่าเรือ Bangsal ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเลือกต่อเรือเร็ว (Fast Boat) หรือเรือช้าธรรมดา (Public Boat) ไปลงยังเกาะที่กิลีที่เลือกพักได้เลย สำหรับเรือเร็วนั้นราคาจะอยู่ที่ 87,000 รูเปียห์ (ประมาณ 200 บาท) ส่วนเรือช้าอยู่ที่ 15,000 รูเปียห์ (ประมาณ 35 บาท ถูกมากกกก) เรือจะออกต่อเมื่อมีคนขึ้นเรือครบจำนวนของพิกัดเรือ (ประมาณ 20-30 คน) ใช้เวลานั่งเรือประมาณครึ่งชั่วโมง โดยเรือจะจอดที่เกาะกิลี แอร์ก่อน เพราะอยู่ใกล้ลอมบอกมากที่สุด จากนั้นก็จะจอดที่เกาะกิลี เมโน และกิลี ตราวังอัน ตามลำดับ

ส่วนตัวเรานั่งเครื่องบินแอร์เอเชียไปลงที่สนามบินนานาชาติลอมบอก เที่ยวบินออก 10.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ประมาณ 3 ชั่วโมง และไปถึงลอมบอกประมาณทุ่มนึงเห็นจะได้ แต่วิธีการผ่าน ตม. ค่อนข้างใช้เวลา แม้สนามบินจะเล็กมากก็ตาม เพราะโดน ตม. ถามกันเกือบทุกคน ภาษาอังกฤษของคนอินโดก็แอบฟังยากในช่วงแรกๆ เพราะ ร.เรือ เยอะมากกกกก กระดกลิ้นกันแบบรัวๆ 5555 แต่สนามบินลอมบอกค่อนข้างแปลก เพราะหลังจากผ่านด่านศุลกากรออกมาแล้ว ปกติจะเป็นที่ให้คนมายืนรอรับก็ยังไม่ใช่ ต้องออกไปนอกสนามบินนู้นเลย ตรงที่แท็กซี่มาออเรียกผู้โดยสารกันเยอะๆ ซึ่งเราจองรถของโรงแรมให้มารับ เพราะคิดว่ากว่าจะถึงก็มืดค่ำแล้ว ขี้เกียจไปต่อกรกับแท็กซี่ ปรากฏว่าคนขับรถดีเกินคาดมากๆ นอกจากจะสุภาพเรียบร้อยแล้วยังพาแวะกินข้าวก่อนเข้าโรงแรมด้วย เนื่องจากโรงแรม Teras Lombok Bungalow ที่เราจองเป็นโรงแรมเล็กๆ แถวนั้นมีแต่บ้านคน ไม่ค่อยมีร้านอาหาร แต่โรงแรมดีงามมาก ราคา 1,700 บาท (รวมค่ารถมารับที่สนามบินและอาหารเช้า) มีครบทุกอย่าง นอนหลับสบาย และพนักงานก็น่ารัก สุภาพทุกคน โรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Senggigi ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ Bangsal นัก ฉะนั้นตื่นเช้ามาอีกวันเราก็เลยไปท่าเรือชิลๆ เพราะไม่ต้องนั่งรถนานเหมือนมาจากสนามบิน

เมื่อถึงเกาะกิลี เมโน

เราเลือกเดินทางไปเกาะกิลี เมโน ด้วยเรือเร็ว โดยเรือจะไปจอดส่งคนที่เกาะกิลี แอร์ก่อน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะกิลี เมโน และจะไปส่งคนที่เกาะกิลี ตราวังอันต่อ สำหรับเกาะกิลี เมโนนั้น เรือไม่สามารถเข้าไปส่งตรงฝั่งได้เลย เข้าใจว่าท้องเรือน่าจะติด ก็เลยต้องนั่ง Shuttle Boat เข้าไปอีกต่อ

นาทีที่เห็นเกาะกิลี เมโนครั้งแรกคือ โอ๊ย น้ำใสมากกกกกกก ใสเหมือนมัลดีฟส์เลย หาดทรายตรงท่าเรือก็ขาวละเอียด เห็นแล้วแทบจะทนไม่ไหว อยากกระโดดลงน้ำซะตอนนี้เลย! แต่ก็ต้องอดทนไว้ เพราะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เราต้องหาทางไปโรงแรมอีก ซึ่งจริงๆ แล้ว กิลี เมโนเป็นเกาะเล็กๆ สามารถเดินได้ทั่วเกาะนะแต่ก็ใช้เวลาพอสมควร โดยการเดินทางบนเกาะนั้นมีอยู่ 3 ทางให้เลือก คือ หนึ่ง เดิน สอง ปั่นจักรยาน และ สาม นั่ง Cidomo หรือรถม้า คิดๆ แล้ว ข้อสองคงต้องตัดออกไป เพราะเพิ่งมาถึง มีกระเป๋าเดินทางหอบพะรุงพะรังมาด้วย แล้วก็ยังไม่รู้ว่าต้องไปเช่าจักรยานจากตรงไหน ทีนี้ก็เหลือสองทางละ คือ เดิน กับนั่งรถม้า แน่นอนว่า Cheap Tourist อย่างเราต้องเลือก “เดิน” อยู่แล้ว 5555 เพราะค่ารถม้าราคา 100,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 230 บาท เลยทีเดียว สำหรับระยะทางที่ไม่ไกลเท่าไร

แต่! ก็ต้องตระหนักว่าตัวเองตัดสินใจผิด เพราะรีสอร์ทที่เราพักนั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากท่าเรือ ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 30-40 นาทีเลยทีเดียว อากาศก็ร้อน แถมเดินไปผิดทาง ต้องผ่านทรายซึ่งเดินยากอีกต่างหาก งานนี้ก็เลยทุลักทุเลพอสมควรกว่าจะถึงรีสอร์ท สุดท้ายวันกลับก็เลยตัดสินใจลองนั่ง Cidomo ดูสักครั้ง โดยเราสามารถบอกกับพนักงานที่โรงแรมให้เรียกรถม้ามารับเราได้เลยตามเวลาที่ต้องการ

รีสอร์ทที่เราเลือกพักบนเกาะกิลี เมโน คือ Avia Villa Resort ตั้งอยู่อีกฟากนึงของท่าเรือกันเลยทีเดียว แต่เป็นรีสอร์ทติดทะเล และห้องส่วนใหญ่ก็เป็น Pool Villa ราคาก็เลยถือว่ารับได้สำหรับห้องแบบ Pool Villa โดยเราจองผ่าน Agoda ได้ราคาที่ 7,400 บาท ต่อ 2 คืน ถือว่าถูกมากกก เพราะที่เมืองไทยคงยากที่จะหา Pool Villa ติดทะเลราคาคืนละสามพันกว่าบาท

ปล. ลูกเพจน่ารักมากกก ส่งเคสหินนำโชคมาให้เพราะคุยกันถูกคอจากการที่เขา inbox มาปรึกษาเรื่องตุรกี ทริปนี้เลยแอบอัศจรรย์เพราะทุกอย่างราบรื่นและไม่เจอฝนเลย ปกติไม่เคยรอด 555 แต่เคสสวยงามและน่ารักมาก สามารถเลือกได้ว่าจะเอาหินกี่อัน และอยากได้หินที่เสริมเรื่องอะไร ใครชอบเคสสวยๆ แถมเสริมดวงให้โชค ลองจิ้มไปดูได้นะ IG : @socola.case เจ้าของน่ารักและใจดี ขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งนะคะ คุณวิว : )

ยุงบนเกาะค่อนข้างเยอะ ก็เลยต้องนอนในมุ้ง อย่าลืมเตรียมสเปรย์ฉีดกันยุงไปด้วยก็ดีนะ สำหรับคนแพ้แมลง ^^

สระว่ายน้ำในวิลลาค่อนข้างใหญ่กว่าที่เคยเจอมา เล่นน้ำกันสนุกสนานเลย แต่ห้องนอนแอบเล็ก แล้วพื้นห้องก็สกปรกง่ายไปหน่อย เพราะเขาดันใช้ไม้ปูพื้นเดียวกับที่ปูอยู่ด้านนอก เวลาออกไปเล่นน้ำในทะเลกลับมานี่ทรายร่วงกราวเต็มพื้นห้องกันเลยทีเดียว แล้วเราก็ดันได้ห้องติดครัว เสียงดังโช้งเช้งเชียว ฉะนั้นถ้าใครจะไปพักแนะนำว่าให้แจ้งไปเลยว่าขอห้องที่เงียบๆ ยิ่งถ้าใครเป็นคนตื่นสายด้วยแล้ว อาจจำมีรำคาญได้ เพราะช่วงเช้าๆ เขาจะมาทำอาหารกันแต่เช้า ทั้งเสียงมีด เสียงหั่น เสียงสับ มาเต็ม เรียกว่าเป็นนาฬิกาปลุกไปโดยปริยาย 5555

กิจกรรมบนเกาะกิลี เมโน

ตอนไปมัลดีฟส์ เราเคยอ่านเจอหลายคนบ่นว่าที่มัลดีฟส์คือสวยนะ แต่ไม่มีอะไรให้ทำเลย อยู่แค่วัน สองวันก็เบื่อ ซึ่งโดยส่วนตัวเราเองเป็นพวกชอบเที่ยวทะเลแบบไม่อยากทำอะไรอยู่แล้ว 5555 ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องไปติดเกาะแล้วไม่มีอะไรทำ แต่ที่กิลี เมโน รวมไปถึงกิลีอีก 2 เกาะเนี่ย คนที่เคยบ่นว่าไปมัลดีฟส์แล้วไม่มีอะไรทำลองได้มาเที่ยวแล้วจะต้องชอบ! เพราะที่นี่ให้ความรู้สึกสวยงามเทียบชั้นมัลดีฟส์ แต่มีกิจกรรมให้ทำเพียบ! โดยเฉพาะคนที่พักกิลี ที (กิลี ตราวังอัน แต่เขาจะเรียกกันสั้นๆ ว่า กิลี ที) ตกกลางคืนนี่ไฟสว่าง เสียงเพลงกระหึ่ม ไม่มีเงียบเหงา

แต่อีกสองกิลีก็ไม่น้อยหน้านะ เพราะสามารถซื้อทริปดำน้ำ 3 เกาะออกไปเที่ยวได้ในช่วงกลางวัน ราคาตกคนละประมาณ 300-400 บาทเอง แต่เราไม่ได้ซื้อทริปดำน้ำ เพราะสืบเสาะมาว่ากิลี เมโน เนี่ย สวยที่สุดในบรรดาทั้ง 3 กิลีแล้ว (คนขับรถที่ลอมบอกก็ยืนยันตามนั้น เกาะนี้สวยที่สุดแล้วจริงจริง!) สามารถเดินลงไปดำน้ำจากหาดได้เลย มีจุดดำน้ำหลายจุดอยู่บนเกาะ บางคนโชคดีจะได้เจอเต่าอีกต่างหาก แต่เราไม่ได้เจอ (แง) เพราะดันไปดำอยู่ผิดจุด มานั่งคุยกับคนบนเกาะตอนกำลังจะกลับ เขาถึงกับร้อง โห ออกมาอย่างเสียดาย เพราะยูไปดำผิดจุด ยูมาเที่ยวกิลีแล้วไม่เห็นเต่านี่ถือว่ามาไม่ถึงมากเลยนะ .. เอ่อ ก็ได้ๆ เดี๋ยวยังไงไอจะกลับไปซ้ำอีกสักรอบ!

ไฮไลท์ของโลกใต้น้ำที่เกาะกิลี เมโน คือรูปปั้นใต้น้ำ (Underwater Statues) ซึ่งกำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้เป็นอย่างมาก (แต่เราไม่มีรูป เพราะตอนว่ายไปดูนี่คนเยอะมากก เลยไม่มีจังหวะได้รูปสวยๆ เลย ฮืออ) ทัวร์ดำน้ำหลายๆ ทัวร์ยกรูปปั้นใต้น้ำนี้ขึ้นมาเป็นไฮไลท์ แต่รู้หรือไม่ว่ารูปปั้นนี้สามารถว่ายน้ำไปดูได้จากเกาะกิลี เมโนเลย แต่ก็ต้องเป็นคนที่ว่ายน้ำแข็งพอสมควร เพราะค่อนข้างไกลจากฝั่ง แถมยังเต็มไปด้วยอภิมหาทัวร์มากมายเต็มท้องทะเล ชนิดที่ว่าว่ายๆ อยู่อาจโดนเรือชนได้เลยทีเดียว 5555 ฉะนั้นใครว่ายน้ำไม่แข็งแนะนำให้ซื้อทัวร์ ส่วนใครว่ายน้ำแข็ง แนะนำให้มาดำตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 7-8 โมงได้ยิ่งดี เพราะเราไปถึงตอน 10 โมง ทัวร์ก็เริ่มมากันเยอะแล้ว พอเที่ยงนี่บ๊ายบายเลยจ้า เยอะแยะเต็มทะเลไปโหม๊ดดดดดด

ปล. พิกัดของรูปปั้นใต้น้ำจะอยู่ด้านหน้ารีสอร์ท BASK เลย เป็นรีสอร์ทหรูที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งจริงๆ แล้วรูปปั้นนี้ก็เป็นผลงานของ BASK นะ เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดให้คนมาพักที่รีสอร์ท แต่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะไปแล้วในตอนนี้ ใครๆ ก็สามารถมาดำน้ำดูได้ โดยจากรีสอร์ท Avia Villa จะเดินหรือเช่าจักรยานปั่นไปก็ได้ ถ้าเดินจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ถ้าปั่นจักรยานก็จะเร็วกว่านั้นหน่อย แต่ที่รีสอร์ทไม่มีจักรยานให้ยืมฟรี ต้องเดินมาเช่าเอาที่ร้านใกล้ๆ รีสอร์ท ราคาค่าเช่าจักรยานตกวันละ 60,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 140 บาท/วัน จ้า

หลังจากดำผุดดำว่ายเล่นน้ำทะเลจนพอใจ เราก็กลับไปโดดสระว่ายน้ำส่วนตัวต่อ พอเย็นก็ปั่นจักรยานกลับไปที่หน้า BASK รีสอร์ทอีกครั้ง เพื่อไปถ่ายรูปแสงสุดท้าย ซึ่ง Sunset เนี่ย นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเที่ยวเกาะกิลีเลยนะ แต่ดูจากลำดับของเกาะแล้ว กิลี ที น่าจะดูพระอาทิตย์ตกได้สวยที่สุด เพราะอยู่ริมสุด ไม่มีเกาะอื่นมากั้น แต่จากกิลี เมโน ก็สวยไม่เบาเหอะ เพราะเห็นภูเขาไฟอากุงอันโด่งดังของเกาะบาหลีด้วย เป็นภาพที่ทำให้เรารู้สึกสงบมากๆ : )

คืนที่ดาวเต็มฟ้าบนเกาะกิลี เมโน : )

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น