ปักหมุด 10 จุดเช็คอินสิงคโปร์ เก็บทุกจุดแลนด์มาร์คแบบไม่ง้อวันลา!

พูดถึงประเทศฮ็อตฮิตติดอันดับตลอดกาล แน่นอนว่าต้องมีชื่อ “สิงคโปร์” อยู่ในลิสต์ด้วยแน่นอนค่ะ เพราะเดินทางง่าย ไม่ไกลจากเมืองไทย แถมยังเป็นประเทศที่เล็กพริกขี้หนูมาก เพราะแม้ขนาดจะเล็กกว่ากรุงเทพมหานครของเรา แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ Green Space หรือพื้นที่สีเขียวที่ทำเอาคนทั่วโลกยอมรับมาแล้วว่าการยกป่ามาไว้ในเมืองนั้นเกิดขึ้นได้จริงที่สิงคโปร์! ฉะนั้นโพสต์นี้เราก็เลยจะพาไปปักหมุด 10 จุดเช็คอินในประเทศเล็กพริกขี้หนูแห่งนี้กันค่ะ แค่มีเวลาสัก 3 วัน 2 คืน รับรองว่าครบทุกจุดแลนด์มาร์คแน่นอนค่า

10 จุดเช็คอินสิงคโปร์

การเดินทางไปสิงคโปร์

น่าจะเป็นประเทศแรกๆ ในอาเซียนเลยที่เปิดให้เที่ยวแบบไร้มาตรการใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นทุกวันนี้ก็เลยมีไฟลท์บินไปสิงคโปร์หลายสายการบินมากๆ แถมราคายังน่ารัก เริ่มต้นแค่ประมาณ 4-5,xx บาท แล้วแต่โปรโมชั่น และถ้าใครไม่อยากพลาดตั๋วโปรฯ ราคาดีๆ แนะนำให้จองผ่าน Traveloka เลยค่ะ เว็บไซต์ที่รวบรวมไอเท็มสำหรับสายเที่ยวมาไว้ให้ช็อปในที่เดียว! ไม่ว่าจะเป็น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถรับ – ส่ง สนามบิน รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ควรพลาด นอกจากสามารถค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกได้แล้ว ยังตั้ง Price Alert เตือนเราเมื่อมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาดีๆ มาอีกด้วย เราก็ใช้งานบ่อยค่ะ ได้ตั๋วราคาดีมาหลายไฟลท์แล้วว

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ กับ Traveloka

นอกจากจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมไอเทมสำหรับนักเดินทางไว้มากมายแล้ว ทราเวลโลก้ายังมีบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากมายรวบรวมไว้ให้เป็นไอเดียด้วยนะคะ โดยเฉพาะบทความเกี่ยวกับ TravelGlobal ต่างแดนแสนสุข รวมที่เที่ยวห้ามพลาดในต่างประเทศ เที่ยวได้ไม่เกินงบ! ตามไปอ่านบทความไปเที่ยวต่างประเทศ กันได้ที่นี่เลย > Click < สำหรับมาตรการสนามบินก่อนเดินทางไปสิงคโปร์ กับ Traveloka สามารถเช็คได้ที่นี่เลยค่า > Click <

10 จุดเช็คอินสิงคโปร์

Jewel Changi Airport

สิงค์โปร์เป็นประเทศที่เริ่มต้นเที่ยวได้ทันทีหลังเครื่องบินแลนด์ดิ้ง! เพราะมีจุดเช็คอินแลนด์มาร์คยอดฮิตตั้งอยู่ที่สนามบินชางงี สนามบินที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกติดต่อกันมาหลายปี โดยตัวอาคารของ Jewel นั้นอยู่ในสนามบิน สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้เลย มาถึงสิงคโปร์ทั้งทีก็ต้องแชะภาพ น้ำตกยักษ์ ‘HSBC Rain Vortex’ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางห้างก่อนเลย ถ้าเดินเข้ามาจากประตูอาคาร จะเป็นมุมที่มองเห็นรถไฟวิ่งผ่าน หรือถ้าเดินอ้อมไปอีกฝั่งก็จะเป็นมุมที่ได้เห็นน้ำตกแบบเต็มๆ ไม่มีรางรถไฟมากั้นสายตาค่า

Gardens by the Bay

อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อมาสิงคโปร์ ได้ลองมาสักครั้งจะทึ่งในการสร้าง Green Space ของเขาค่ะ แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ ประมาณสัก 4-5 โมงเป็นต้นไปนะคะ เพราะกลางวันร้อนมาก มาถึงนี่แล้วก็อยากให้อยู่รอจนถึงช่วงค่ำ เพราะประมาณ 19:45 น. และ 20:45 น. ของทุกวัน เขาจะมีการจัดแสดงไฟบริเวณ Supertree Grove หรือต้นไม้จำลองทรงแปลกตาเหมือนอยู่ในหนังเรื่องอวตาร ซึ่งการแสดงไฟนี้สามารถชมได้ฟรี ไม่ต้องเสียตังค์ค่ะ ระหว่างรอเวลาแสดงก็ไปเดินเล่นโซนอื่นๆ ได้ เช่น Flower Dome และ Cloud Forest แต่ต้องเสียค่าเข้าคนละ $53 หรือจะขึ้นไปเดินเล่นบน OCBC Skyway ก็ได้ เสียค่าขึ้นคนละ $10 ค่า

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Downtown Line สายสีน้ำเงินต่อไปลงที่สถานี Bayfront




Marina Barrage

จะบอกว่าเป็นสถานที่ที่เราชอบมากที่สุดในสิงคโปร์ก็ไม่ผิดค่ะ เพราะบรรยากาศชิลดีมาก Marina Barrage นั้นเป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่คนสิงคโปร์เขามาปิคนิคหรือนั่งชิลกันค่ะ สามารถเดินจาก Gardens by the Bay ไปได้เลยนะ หรือจะทุ่นแรงขาด้วยการปั่นจักรยานไปแบบเราก็ได้ เพราะสามารถปั่นข้ามสะพานของเขื่อนไปยังอีกฝั่งได้เลย บอกเลยว่าตรงนั้นวิวสวยสุดๆ สามารถเก็บช็อตได้ครบทุกจุดแลนด์มาร์กของสิงคโปร์ ทั้ง Supertree Grove, Marina Bay Sands รวมไปถึงชิงช้าสวรรค์ Singapore Flyer ด้วย คุ้มค่าต่อการไปอย่างแน่นอนจ้า

Merlion Park

มาถึงสิงคโปร์แล้วไม่แวะมา Merlion Park คงเหมือนมาไม่ถึงค่ะ แนะนำให้ตื่นแต่เช้าตรู่สักวัน แล้วรีบไปให้ถึง Merlion Park ก่อนเวลาพระอาทิตย์ขึ้น เพราะแสงตอนเช้าๆ สวยมากค่ะ แถมคนยังไม่เยอะเท่าช่วงบ่ายๆ เย็นๆ อีกด้วย อากาศก็ไม่ร้อนมาก บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ ผิดจากสิงคโปร์ในช่วงกลางวันมากทีเดียว ถ้าอยากมาเก็บแสงเช้า สิงโตจะเริ่มพ้นน้ำตอนประมาณ 7 โมงนะคะ เตรียมท่งเตรียมท่ามาให้พร้อม จะอ้าปากกินน้ำหรือจะสระผมเก๊กได้ตามสบายแบบไม่ต้องอายใครค่า : p

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย East West Line สีเขียว หรือ North South Line สีแดง ลงสถานี Raffles Place ทางออก H เดินผ่านโรงแรม Fullerton เลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 – 10 นาที




Universal Studios Singapore

ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กกันอีกครั้งที่ Universal Studios Singapore กันดีกว่า ~ ใครถึงวัยมีลูกๆ หลานๆ พามาเที่ยวที่นี่รับรองเพลินทั้งวันค่ะ ถ้าอยากเที่ยวแบบเต็มอิ่มจุใจ แนะนำให้นอนที่เกาะเซ็นโตซ่าเลย ใกล้ๆ กับยูนิเวอร์แซลจะมีโรงแรมตั้งเรียงรายอยู่หลายโรงแรมเลยค่ะ สามารถเดินเท้าไปยูนิเวอร์แซลได้ภายในไม่กี่นาที มาถึงยูนิเวอร์แซลทั้งทีต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่ให้คุ้มน้า เพราะเครื่องเล่นเขาเยอะจริงๆ หรือจะเดินเล่นถ่ายรูปก็แสนจะเพลิน เราเคยไปตอนช่วงวันฮาโลวีน บรรยากาศคึกคักมากค่ะ มีขบวนพาเหรด แถมตกกลางคืนยังมีงานฮาโลวีนไนท์อีกด้วย เขาจัดงานได้ดีมากๆ สมเป็นหนึ่งในสวนสนุกที่ใครๆ ก็อยากมาจ้า

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ MRT สายสีเขียว ลงสถานี Outram Park แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีม่วง ลงสถานี Harbour Front ออกมาจะเจอห้าง Vivo City พุ่งตรงไปทางออก E เพื่อต่อรถไฟ Sentosa Express ลงสถานีต่างๆ ภายในเกาะเซ็นโตซ่าได้เลย

S.E.A. Aquarium

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเกาะเซ็นโตซ่าซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับยูนิเวอร์แซลด้วย สามารถเดินถึงกันได้เลย ฉะนั้นถ้ามาถึงเกาะเซ็นโตซ่าแล้วก็แนะนำให้แวะมาเที่ยวที่ S.E.A Aquarium ด้วยค่ะ เพราะเป็นอควาเรียมที่มีสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ให้เดินชมกันมากกว่า 100,000 ตัว กว่า 800 สายพันธุ์! โดยเขาจะแบ่งโซนต่างๆ ตามมหาสมุทรของโลก เช่น เอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอาร์กติก เดินเล่นเพลินเกินคาด ใครที่ชอบดูสัตว์น้ำหรือถ่ายรูปในอควาเรียมต้องห้ามพลาดเลย




Fort Siloso Skywalk

บนเกาะเซ็นโตซ่ายังมีที่เที่ยวอื่นๆ นอกจากยูนิเวอร์แซลและ S.E.A. Aquarium นะ ใครที่ชอบเดินชิลๆ ดูวิวสวยๆ แนะนำให้มาที่นี่ค่ะ Fort Siloso Skywalk เป็นเส้นทางเดินชมวิวทะเลที่มีความสูงประมาณ 181 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 11 ชั้นเลย โดยเราสามารถเดินผ่านสะพานชมวิวนี้เพื่อไปยัง Battery Command Post หรือป้อมทหารซึ่งเคยเป็นสถานที่สังเกตการณ์ของทหารจริงๆ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ด้วยค่ะ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาให้เราได้สัมผัส ใครชอบเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ เราว่าน่าจะชอบที่นี่น่าดูเลยล่ะค่ะ

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ Sentosa Express ลงสถานี Imbiah Station แล้วต่อรถบัสฟรี Beach Tram ไปลงที่ป้าย Siloso Point ได้เลย

Tiong Bahru

ย่านสุดชิคของสิงคโปร์ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่มากมายหลากหลายร้าน สายคาเฟ่ที่มาเที่ยวสิงคโปร์ต้องแวะมาย่านนี้เลยค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังเป็นย่านอพาร์ทเมนท์ที่อยู่อาศัยของคนสิงคโปร์ด้วย โดยอพาร์ทเมนท์ในย่านนี้เขาจะทาสีคลุมโทนด้วยสีขาว มีภาพสตรีทอาร์ทหลายๆ มุม ฉะนั้นก็เลยเป็นอีกย่านที่น่าจะเหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปลงไอจีน่าดูเลย ถ้ามาช่วงกลางวันอาจจะร้อนหน่อยนะคะ แต่รับรองว่าถ่ายรูปสวยและมีรูปไปลงไอจีหลายรูปแน่นอนจ้า

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย East West Line สายสีเขียว ลงสถานี Tiong Bahru




MICA Building

อีกหนึ่งมุมที่สายไอจีต้องไม่พลาดแน่นอน เพราะมีคนมาถ่ายรูปมุมนี้ลงไอจีกันเยอะมากๆ แทบจะกลายเป็นจุดเช็คอินหลักของชาวไอจีกันเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะสีสันสดใสของหน้าต่างตัวอาคารที่ดึงดูดสายตาชวนให้ถ่ายรูปซะเหลือเกิน โดย MICA Building ชื่อเต็มๆ คือ Former Hill Street Police Station อดีตเคยเป็นอาคารกองบัญชาการตำรวจค่ะ แน่นอนว่าทุกวันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่เหล่านักเช็คอิน IG ต้องมาล่าแต้มลงไอจีล่ะค่า

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน North East Line สายสีม่วง ลงสถานี Clarke Quey

Haji Lane

ถนนสายศิลปะของสิงคโปร์ที่สายช็อป สายคาเฟ่ไม่ควรพลาดค่ะ ย่านนี้คึกคักมากๆ เพราะเต็มไปด้วยสีสันของงานศิลปะที่มีให้เห็นแทบทุกมุม จะบอกว่าเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นของสิงคโปร์ก็ว่าได้ค่ะ เพราะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ถ้ามาถึงย่านนี้แล้วก็แนะนำให้เดินต่อไปอีกนิดจะถึง Bugis Street ซึ่งมีบันไดวนสีพาสเทลเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดฮิตบนไอจี รวมถึงเป็นอีกย่านที่เต็มไปด้วยความคึกคักจากร้านรวงมากมายที่พร้อมเปิดต้อนรับทั้งสายช็อป และสายกินจ้า

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย East West Line สายสีเขียว ลงสถานี Bugis

Related Stories

Discover

อัพเดทเที่ยวญี่ปุ่น Kyushu ~ Kansai หลังกลับมาฟรีวีซ่าอีกครั้ง!

แดนปลาดิบเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังกลับมาเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยเที่ยวได้เต็มอิ่ม 15 วันเหมือนเดิม โดยกฎการเดินทางเข้าประเทศก็ไม่ยุ่งยากแล้วค่ะ เพียงแค่ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม / ลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางที่ Visit Japan Web ซึ่งขั้นตอนนี้แนะนำให้ทำทุกคน เพราะเปรียบเสมือนการเขียนใบ...

สูดกลิ่นอายแดนปลาดิบให้หายคิดถึง กับ 5 จุดเช็คอินฟีลคลาสสิคในญี่ปุ่น

มันก็นานแล้วนะ .. ที่ไม่ได้ไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ สูดกลิ่นอายบรรยากาศบ้านเมืองของแดนปลาดิบ หลังจากรอคอยญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศและให้ฟรีวีซ่าคนไทยอีกครั้งมานานเกือบสามปี ในที่สุดก็ได้เวลาเก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่าสักที! โพสต์นี้ก็เลยจะพาไปสูดกลิ่นอายแดนปลาดิบกันให้เต็มปอดกับ 5 จุดเช็คอินฟีลคลาสสิคของประเทศญี่ปุ่น เผื่อใครคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ อยากสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นให้หายคิดถึง โพสต์นี้น่าจะตรงใจอยู่น้า : )ญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในรอบเกือบสามปีทั้งที...

เตรียมตัวเที่ยว ‘ฮอกไกโด’ กับ Traveloka EPIC Sale ลดจัดหนักทั้งแอป!

เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นกับ Traveloka EPIC Sale ลดทั้งแอป! พร้อมปักหมุดจุดเช็ค 'ฮอกไกโด' รอเที่ยวแบบอิสระกัน ~ สองปีกว่าแล้วที่ไม่ได้บินไปกินปลาดิบที่แดนปลาดิบ ถึงแม้ตอนนี้ญี่ปุ่นจะยังไม่เปิดให้เที่ยวแบบอิสระซะทีเดียว แต่ก็มีสัญญาณแง้มเปิดประเทศกว้างขึ้นเรื่อยๆ หน้าที่ของเราก็คือ รอ รอ...

X2 Pattaya Oceanphere : Private Pool Villa ในราคาจับต้องได้!

เป็นหนึ่งในคนที่ชอบที่พักแบบ Pool Villa มาก เพราะนอกจากจะมีความเป็นส่วนตัวแล้ว Pool Villa ส่วนใหญ่ยังออกแบบสวย นับเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากมีบ้านซึ่งออกแบบเองอย่างเรามาก แน่นอนว่า หนึ่งในสไตล์การออกแบบในฝันของใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้น ‘สไตล์ลอฟท์’ ซึ่งมีความดิบ เท่...

Travel Hack : แชร์วิธีจองตั๋วเครื่องบินแบบการันตีคืนเงิน แถมได้ส่วนลด 10%

ปีที่แล้วทั้งปี เป็นช่วงเวลาที่เราแทบไม่ได้เดินทางเลย ไม่ใช่เพราะเบื่อการเดินทางหรอกนะ แต่เบื่อความกังวลต่อความไม่แน่นอนในช่วงสถานการณ์แบบนี้มากกว่า เหนื่อยที่ต้องมาคอยลุ้นว่า จะได้เที่ยวหรือเปล่านะ? ถ้าจองตั๋ว จองที่พักไปแล้ว จะต้อง Cancel ก่อนเดินทางอีกหรือเปล่านะ? .. โชคดีที่ปีนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะคลายกังวลมากขึ้น หลายๆ...

ทิ้งโลก ไปติด ‘เกาะหมาก เกาะขาม’ ดื่มด่ำน้ำทะเลสีมรกตแห่งฝั่งอ่าวไทย

ไหนใครบอกว่าอยากสัมผัสทะเลสีใสมรกตต้องลงใต้เท่านั้น นี่ขอปฏิเสธเสียงแข็งเลยว่าไม่จริ๊ง ~ เพราะฝั่งอ่าวไทยเขาก็มี Hidden Gems อย่าง ‘ทะเลตราด’ ซุกซ่อนไว้ให้สาวกทะเลได้พาตัวเองไปดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สวยงามไม่แพ้ทะเลภาคใต้เหมือนกัน ทริปนี้เราก็เลยจะพาไปสัมผัสไข่มุกตะวันออกอย่าง ‘เกาะหมาก’ และ ‘เกาะขาม’ ซึ่งเงียบสงบและสวยเด็ดเทียบเท่า...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่