รีวิว Road Trip รอบเกาะ โอกินาว่า (Okinawa) ในมุมแปลกใหม่!

โอกินาว่า

ใครมีความฝันว่าอยากไปขับรถเที่ยวญี่ปุ่น แต่งบน้อย วันลาจำกัด ในใจมันยังสั่นๆ ไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปได้เหรอแว๊ เพราะไม่เคยขับรถเที่ยวต่างประเทศมาก่อนเลยในชีวิต .. แชร์ โพสต์นี้เก็บไว้ พร้อมปักหมุด “โอกินาว่า” แบบรัวๆ ได้เลย! เพราะทริปนี้เราจะพาไป Road Trip รอบเกาะโอกินาว่า ในงบ 15,000 บาท เท่านั้น! รวมถึงจะพาไปเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรีวิวถึง เพราะอยากให้รู้ว่าโอกินาวานั้นยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเหนือความคาดหมายอีกมาก มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แปลกตา มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากภูมิภาคอื่นในญี่ปุ่น แถมน้ำทะเลยังใสกิ๊งกว่าที่คิด ขอยกให้เป็น Slow Life City in Japan เลย ที่สำคัญยังเดินทางไปง่าย บินแค่ 4 ชั่วโมง ในราคาค่าตั๋วเครื่องบินแค่ 4,xxx บาท ก็สามารถไปขับรถเที่ยว เปรี้ยว ซ่า ที่ญี่ปุ่นได้แล้ว .. แล้วจะรออะไร ชวนเพื่อน ชวนแฟน พาครอบครัว บินลัดฟ้าไป Road Trip รอบเกาะโอกินาว่าในมุมแปลกใหม่กัน!

โอกินาว่า

ปอลิง. รีวิวในโพสต์นี้ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่เก๋ๆ หรือจุดถ่ายรูปสวยๆ คลิกลิงก์ไปที่โพสต์นี้ได้เลยเด้อ เรารีวิวแยกเอาไว้ให้แล้วจ้า > แจกลายแทง โลเคชั่นถ่ายรูปสุดพีคในโอกินาว่า ชิค ชิค ฮาวายสไตล์แดนปลาดิบ <

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ “โอกินาว่า”

• โอกินาว่า นับเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ฟังดูอาจเหมือนเป็นแค่เกาะเล็กๆ แต่แท้จริงแล้ว โอกินาว่าถือได้ว่าเป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมายกว่า 160 เกาะเลยทีเดียว โดยบางเกาะนั้นสามารถขับรถข้ามสะพานที่ทอดยาวผ่านมหาสมุทรไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องนั่งเรือข้ามไปเลยนะ

โอกินาว่า

• แม้จะได้ชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น แต่ในอดีต โอกินาว่าเคยเป็นรัฐอิสระที่ปกครองตนเองนะ รวมถึงมีวัฒนธรรมและภาษาเป็นของตัวเองด้วย โดยอาณาจักรริวกิวหรือโอกินาว่าในยุคก่อนได้ถูกแคว้นซัทสึมะหรือจังหวัดคาโกชิมะในปัจจุบัน ยกพลบุกยึดจนต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นและได้กลายมาเป็นจังหวัดโอกินาวา Aloha ฮาวายสไตล์เจแปนจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

• ถ้าได้ไปโอกินาว่า จะสังเกตเห็นว่าในหลายสถานที่นั้นมีกลิ่นอายอเมริกันในยุคเก่าก่อนให้ได้สัมผัสกันอยู่เนืองๆ นั่นอาจเป็นเพราะโอกินาว่าเองเคยถูกใช้เป็นฐานทัพของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลก โอกินาว่าจึงได้สมญานามว่าเป็น ฮาวายสไตล์แดนปลาดิบ รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศของคนญี่ปุ่นในทุกช่วงฤดูกาล เนื่องจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นตลอดทั้งปีแม้แต่ในช่วงฤดูหนาวก็ยังสามารถบินไปเที่ยวลั่นล้าได้แบบเย็นสบายทั้งกายใจจ้า

โอกินาว่า
โอกินาว่า

บินไป โอกินาว่า กับ Peach Air

เดาว่าประมาณ 80% ของคนไทยที่ไปเที่ยวโอกินาว่านั้นต้องบินโดย Peach Air อย่างแน่นวล เพราะสายการบินโลว์คอสสัญชาติญี่ปุ่นที่แม้จะเคยเปิดตัวมาด้วยความไม่ประทับใจสักเท่าไรกับข่าวเทผู้โดยสาร แต่เพราะน้องพีชเขาขยันออกโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินไป – กลับ โอกินาว่าในราคา 4,xxx บาท บ๊อยบ่อย ทำให้คนไทยที่เส้นเลือดขาพร้อมกระตุกอยู่ตลอดเวลาอดใจไม่ไหว เป็นต้องพ่ายให้กับตั๋วโปรของ Peach Air ทุกทีไป รวมถึงหมู่เฮาโด้ย ฉะนั้นทริปนี้เราจึงมีโอกาสบินไปโอกินาว่ากับ Peach Air เป็นครั้งแรก ด้วยการจองล่วงหน้าประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น เรียกว่าเป็นทริปมือลั่นเพราะฉันแพ้ตั๋วโปรนั่นแหละจ้า  

Peach Air

ประสบการณ์กับน้องพีชครั้งแรกนั้นก็ต้องเรียกได้ว่าค่อนข้างประทับใจ เพราะแอร์น่ารัก บริการดี ตรวจเช็ความเรียบร้อยของที่เก็บของเหนือที่นั่งอย่างละเอียด เวลาบินยังดีงามจนอยากยกถ้วยรางวัลให้ เพราะไฟลท์ขาไป Bkk – Naha เครื่องออกตอน 01:45 น. ถึงโอกินาวาตอนเช้า 08:05 น. สามารถออกเที่ยวได้ทันทีแบบเต็มวัน ส่วนขากลับก็ดีงามอี๊ก เพราะเครื่องออกตอน 21:45 น. มีเวลาลั้นล้าก่อนกลับได้อีกหนึ่งวันเต็มๆ จึงอาจเรียกได้ว่านี่เป็นทริปสั้นที่มีคุณภาพมากที่สุดแล้ว ซึ่งนับเป็นข้อดีที่สุดของ Peach Air ที่เราประทับใจ ส่วนเวลาบินนั้นก็ไม่ดีเลย์แต่อย่างใด ถึงแม้จะส่งอีเมลมาแบบงงๆ หน่อย เพราะแจ้งเตือนวันเดินทางผิด แต่ด้วยราคาที่แสนเป็นมิตร ถือว่าโอเคเลยสำหรับการบินไปเที่ยวญี่ปุ่นราคาที่ถูกขนาดนี้จ้า

เช่ารถขับเที่ยว โอกินาว่า กับ OTS Rent a car

ขับรถเที่ยวโอกินาว่า

อันที่จริงแล้วเราสามารถไปเที่ยวโอกินาว่าแบบไม่เช่ารถขับก็ได้ แต่ก็จะไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เพราะรถไฟโมโนเรลมีแค่ในเมืองนาฮา (Naha) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเท่านั้น ถ้าจะออกไปเที่ยวนอกเมืองต้องพึ่งรถบัส (ที่รอบน้อย) หรือซื้อทัวร์แบบ One Day Trip อย่างเดียว ฉะนั้นการเช่ารถขับเที่ยวจึงอิสระมากกว่า และถ้าใครไม่มั่นใจเพราะไม่เคยเช่ารถขับในต่างประเทศมาก่อน เราอยากบอกไว้ตรงนี้เลยว่า การเช่ารถขับในญี่ปุ่นนั้นง่ายที่สุดในโลกแล้วววว เพราะไม่ต้องใช้บัตรเครดิตเพื่อประกันวงเงิน สามารถจ่ายเงินเงินสดในวันที่รับรถได้เลย ที่สำคัญยังขับพวงมาลัยขวา ฝั่งเดียวกับบ้านเรา ยิ่งเป็นในโอกินาว่าด้วยแล้วยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะถนนค่อนข้างโล่ง พอออกนอกเมืองแล้วรถน้อย คนญี่ปุ่นก็ขับรถกันตามกฎระเบียบ ฉะนั้นปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องกังวลเลย ที่โอกินาว่านี่เขาเช่ารถขับเที่ยวกันเป็นล่ำเป็นสันมาก บริษัทเช่ารถมีปั๊มน้ำมันไว้ให้ข้างๆ เลย เพราะเราต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนคืน เรียกว่าแทบจะเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นเอกฉันท์สากลเมื่อมาเที่ยวโอกินาวากันเลยทีเดียว สำหรับใครที่เพิ่งเคยเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ย้อนกลับไปอ่านรีวิว > วิธีการเช่ารถขับเที่ยวแดนปลาดิบ < ที่เราเคยเขียนเอาไว้ได้นะ รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิดเลยเน้อ

ขับรถเที่ยวโอกินาว่า

ทริปนี้เราเลือกเช่ารถกับ OTS Rent a car ซึ่งเป็นบริษัทเช่ารถเจ้าดังในโอกินาว่า เพราะเปรียบเทียบราคาแล้วค่อนข้างถูกกว่าเจ้าอื่นๆ เช่าทั้งหมด 5 วัน ราคา 16,200 เยน หรือประมาณ 4,700 บาท แล้วเลือกซื้อประกันเพิ่มแบบ Safety Pack อีก 540 เยน/วัน รวม 2,700 เยน ค่าน้ำมันทั้งหมดประมาณ 3,500 เยน ตกเป็นเงินไทยประมาณพันนิดๆ สรุปรวมค่าเช่ารถในทริปนี้คือ 6,500 บาท ได้รถรุ่นเล็ก Toyota Aqua ขับกัน 2 คน หารแล้วก็จะตกคนละ 3,250 บาทเท่านั้นเอง สำหรับค่าเดินทางเที่ยวรอบเกาะโอกินาว่าในทริปนี้ แล้วยิ่งถ้าใครไปกันเยอะก็จะหารกันถูกมากกว่านี้อี๊ก

หรือจะเช่ารถจากที่ไทยไปเลยก็ได้นะ โดยเช่ารถผ่าน Klook คลิกที่นี่ เมื่อลงจากสนามบินนาฮาให้เรานั่งรถ Free Shuttle Bus มายังป้ายรถเมล์หมายเลข 11 ที่ Domestic Terminal จะมีเจ้าหน้าที่รอรับเพื่อจะพาไปที่ร้านเช่ารถ (ไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะไม่มารับเรานะ ตอนที่เราซื้อจากเว็บเค้าจะมีช่องให้เรากรอกเลขไฟล์ทอยู่แล้วจ้า)

ขับรถเที่ยวโอกินาว่า

ข้อดี ของการเช่ารถขับในโอกินาว่าอีกอย่างก็คือ เราสามารถเลือกคืนรถต่างสาขากันได้ เช่น รับรถที่สนามบินแล้วเลือกคืนในเมือง เพราะอยากประหยัดค่าจอดรถ (ค่าจอดรถในเมืองค่อนข้างแพง ช่วงที่วางแผนพักในเมือง นั่งรถไฟโมโนเรลจะสะดวกมากกว่าจ้า) กรณีนี้ก็ไม่เสียค่าส่วนต่างเหมือนภูมิภาคอื่นๆ ในญี่ปุ่น โดย OTS นั้นมีเคาน์เตอร์รับ – คืน รถอยู่ทั้งหมด 4 สาขาในเกาะหลักโอกินาว่า และมี 3 สาขาในเกาะย่อยของโอกินาว่าอย่าง Ishigaki Island / Miyako Island และ Shimoji Island ซึ่งทริปนี้เราเลือกรับที่สาขาใหญ่ Rinku-Toyosaki Main Office ที่อยู่ใกล้สนามบินมากที่สุด เพราะลงจากเครื่องแล้วสามารถติดต่อที่เคาน์เตอร์ในสนามบินได้เลย แล้วเขาจะมี Shuttle Bus ไปส่งยังสาขาหลักอีกที ที่สนามบินมีพนักงานคนไทยด้วยนะ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง จะมีพี่คนไทยนี่แหละคอยจัดคิว เรียกคิวให้เสร็จสรรพ อ้ะ ใครสนใจเช่ารถกับ OTS Rent a car สามารถดูรายละเอียดสาขาต่างๆ ได้ที่ > Click < หรือเข้าไปเช็คราคาและจองได้ที่นี่เลยจ้า > Click <

ขับรถเที่ยวโอกินาว่า

เล่นอินเทอร์เน็ตลื่นปรื้ดดดด กับ 4WiFi

ถึงแม้ทุกวันนี้การเล่นอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่เพราะเป็น Road Trip ที่ต้องเช่ารถขับ ฉะนั้นอินเทอร์เน็ตจึงค่อนข้างสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะเราต้องใช้ดู Google Map เนื่องจากสถานที่ในทริปนี้ค่อนข้างพิเศษ ไม่ธรรมดา เพราะเราเน้นไปในที่ที่ไม่ใช่แลนด์มาร์ก ก็เลยจะพึ่งพาแต่เจ้า Map Code ไม่ได้ เราก็เลยพก Pocket Wifi เจ้าประจำอย่าง 4WiFi ไปด้วย เห็นเขาปรับรูปลักษณ์ใหม่ให้สวยงามน่าใช้มากขึ้น เป็นสีขาวสวยเหมือนสมาร์ทโฟนเลย แบตเตอรี่ก็อึดทนมากขึ้นกว่าเดิม ใช้ทั้งวันยังเหลือๆ แต่ที่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงคือสัญญาณดี เล่นเน็ตได้ลื่นปรื้ด ไม่มีสะดุดเหมือนเดิม เวลาไปญี่ปุ่นทีไร เราก็เลยวางใจใช้บริการเจ้านี้ตลอด

ที่เริ่ดคือทริปนี้เราไปเดินขึ้นเขาที่ Mt. Katsuudake พก Pocket Wifi ของ 4WiFi  ใส่กระเป๋าขึ้นไปถึงยอดยังมีสัญญาณอยู่เลย! ตกใจระคนปนความดีใจ เพราะสามารถถ่ายรูปตอนพิชิตจุดสูงสุดแล้วโพสต์อวดลงโซเชียลได้ทันที ฉะนั้นถ้าใครกำลังมองหา Pocket WiFi สำหรับใช้เดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อเอาไปใช้เล่นอินเทอร์เน็ตที่นู้นแบบลื่นปรื้ด สัญญาณดี ไม่มีสะดุด คลิกเข้าไปจองเครื่องแบบง่ายๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเขาเลย > Click < เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์น่ารัก บริการดีมาก ทริปนี้เราขับรถไปฝากไว้ที่ลานจอดรถระยะยาวของสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เลยเสียเวลารอ Shuttle Bus นาน ทำให้ไปรับเครื่องช้ากว่าเวลาที่ลงจองเครื่องไว้ เจ้าหน้าที่ก็โทรมาถามว่าจะมารับเครื่องกี่โมง เพราะกลัวลูกค้าลืม 555 อ้อ ที่สำคัญ เคาน์เตอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิเปิด 24 ชั่วโมงด้วย ฉะนั้นบินดึกหรือกลับไฟลท์ของพีชมาถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย 

แผน Road Trip รอบเกาะ โอกินาว่า 5 วัน 4 คืน

ขอออกตัวก่อนว่าแผนเที่ยวเราออกจะค่อนข้างแปลกแตกต่างจากชาวบ้านเขาอยู่พอตัว เพราะถึงแม้จะเป็นการไปโอกินาว่าครั้งแรก แต่ทริปนี้เราไม่ได้เข้าอควาเรียมชื่อดังอย่าง Okinawa Churaumi Aquarium ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยอินกับอควาเรียมเป็นการส่วนตัว และอยากให้เวลากับสถานที่ที่เป็นเรียลธรรมชาติเป็นหลัก เราก็เลยตัดสินใจไม่เข้าอควาเรียมในทริปนี้ค่ะ ฉะนั้นถือว่าโพสต์นี้เป็นทริปทางเลือกสำหรับคนที่อยากหาไอเดียเที่ยวโอกินาว่าในมุมแปลกใหม่แล้วกันน้า เผื่อใครไปหลายวันแล้วมีช่วงเวลาว่างๆ อยากลองหาที่ใหม่ๆ เที่ยวดูบ้าง หวังว่าสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวในทริปนี้จะสามารถเป็นไกด์ให้ได้อย่างไม่มากก็น้อยจ้า : )

แผนที่โอกินาว่า

โอกินาว่าโซนกลางและบน
1. Kouri Island
2. Mt. Katsuudake
3. Cape Manzamo
4. Cape Maeda
5. Cape Zanpa Lighthouse

โอกินาว่าโซนล่าง
6. Mihama American Village
7. Miyagi Island
8. Kokusai Dori
9. Cape Kyan

Tip : ทริปนี้เราไปทั้งหมด 5 วัน 4 คืน เปลี่ยนที่นอนทั้งหมด 3 ที่ โดยวางแผนนอนตามเมืองที่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวในวันนั้นๆ ฉะนั้นขอแนะนำเกี่ยวกับการทำแผนเที่ยวโอกินาว่าว่าควรดูแผนที่ประกอบกันสักหน่อยก่อนทำแผน เพราะลักษณะภูมิประเทศของเกาะโอกินาว่าจะเป็นแนวยาว แบ่งออกเป็น โอกินาว่าส่วนใต้ กลาง และบน ตัวเมืองหลวงอย่างนาฮาจะอยู่โซนล่าง ฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับพักในวันแรกหรือวันสุดท้ายก่อนกลับ เนื่องจากค่อนข้างใกล้สนามบิน ส่วนอควาเรียมยอดนิยมอย่าง Okinawa Churaumi Aquarium จะตั้งอยู่ที่เมืองนาโงะ (Nago) ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของเกาะ ฉะนั้นอย่างน้อยๆ ก็ควรเปลี่ยนที่นอนสัก 2 ที่ อาจจะพักในนาฮาช่วงที่เที่ยวทางโซนใต้ และพักที่เมืองนาโงะช่วงที่เที่ยวทางตอนกลางและช่วงบนของเกาะ แบบนี้จะทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาก เพราะจากนาฮาไปยังโซนกลางอย่างอควาเรียมต้องใช้เวลาขับรถเกือบสองชั่วโมง อาจดูเหมือนไม่นาน แต่ไป – กลับ ก็ 4 ชั่วโมงแล้วนา ฉะนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำในโพสต์นี้ เราจะแบ่งออกเป็นโซนๆ ให้นะ ส่วนจะวางแผนเที่ยวโซนล่างก่อน หรือโซนกลางและบนก่อน ก็แล้วแต่ความสะดวกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเลยจ้า

เริ่มจาก โอกินาว่า โซนกลางและบน

Kouri Island

Heart Rock หินรูปหัวใจ

เกาะโคริ (Kouri Island) เป็นหนึ่งในเกาะย่อยของโอกินาว่า ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองนาฮา (Naha) เมืองหลวงของเกาะโอกินาว่า ถ้าเช่ารถขับไปจากนาฮาก็จะใช้เวลาแค่ประมาณ 1.30 ชั่วโมงเท่านั้นเอง อารมณ์เหมือนขับรถไปเที่ยวบางแสน พัทยา แต่เจ๋งกว่าตรงที่เราสามารถขับรถข้ามสะพานจากเกาะหลักไปยังเกาะเล็กๆ แห่งนี้ได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะโคริที่เห็นโด่งดังสุดก็จะเป็น Heart Rock หรือ หินรูปหัวใจ แต่เราแอบเก็บไว้สถานที่สุดท้ายของวัน เพราะอยากไปเก็บแสงเย็นก็เลยแวะไปนั่งชิลที่คาเฟ่สุดชิคอย่าง INN Cafe ก่อน

Studio INN Cafe

Studio INN Cafe

INN Cafe เป็นคาเฟ่กึ่งสตูดิโอ มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยแต่ละชั้นตกแต่งไม่ซ้ำกันเลย พอมาถึงก็ขอให้บึ่งตรงขึ้นไปสั่งเครื่องดื่มที่ชั้นบนสุด (ชั้น 4) ก่อน เพราะที่นี่เขามีกฎว่าห้ามเข้ามาถ่ายรูปอย่างเดียว ต้องสั่งเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วด้วย เช่น มา 2 คน ก็ต้องสั่ง 2 แก้ว แล้วจะไปนั่งตรงไหน ชั้นไหนก็ได้ตามแต่ใจ ซึ่งชั้นที่พีคที่สุดนี่ก็ต้องยกให้ชั้น 3 เพราะมีห้องที่ตกแต่งเป็นห้องนอนและห้องน้ำ โดยมีฉากหน้าเป็นวิวทะเล โอ๊ย สวยเวอร์ จะลั่นชัตเตอร์มุมไหนก็พีคไปหมด อัพลงโซเชียลได้รัวๆ เลย!

Studio INN Cafe
Studio INN Cafe
Studio INN Cafe

แผนที่ Studio INN Cafe

Kouri Shrimp

Kouri Shrimp

นอกจาก INN Cafe บนเกาะโคริยังมีอีกหนึ่งร้านชื่อดังคือ Kouri Shrimp เป็นร้านกุ้งผัดกระเทียมที่อร่อยด้วย แถมยังถ่ายรูปสวยด้วย เนื่องจากซิกเนเจอร์ของร้านเป็น Food Truck สีพาสเทล โดยทุกคนที่มาเช็คอินร้านนี้จะต้องถ่ายรูปตอนถือป้ายคิว คล้ายจะเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าตอนนี้ตูกำลังรอกุ้งอยู่เป็นคิวที่เท่าไร เพราะร้านนี้เขาคิวยาวมากกกก แต่พูดเลยว่าคุ้มค่าเพราะกุ้งผัดกระเทียมอร่อยมากจริงๆ กุ้งตัวใหญ่ ฉ่ำ หวาน ได้กลิ่นเนยและกระเทียมมาเพิ่มรสชาติ อื้มหืมม สมแล้วที่รอคอยยย

Kouri Shrimp
Kouri Shrimp

แผนที่ Kouri Shrimp

Heart Rock

เรานั่งเล่น ถ่ายรูปชิลๆ อยู่บนเกาะโคริจนเริ่มเย็นก็ตรงดิ่งไปที่ Heart Rock หรือ หินรูปหัวใจ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของเกาะแห่งนี้ พิกัดนั้นหาไม่ยากเลย แต่ต้องเดินไปจากที่จอดรถค่อนข้างไกลหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะ เพราะมีคนเดินไปเป็นเพื่อนเยอะแยะ ทุกคนต่างอยากไปแชะรูปคู่กับหินรูปหัวใจทั้งนั้น

Heart Rock หินรูปหัวใจ
เราแอบรู้สึกว่ามันเหมือนหางปลาวาฬแฮะ ก็ดูแปลกตาดีสวยงามดี แต่ที่ชะงักใจเราได้มากกว่าก็คือทุ่งดอกหญ้าริมทางที่อยู่ข้างๆ ลานจอดรถนี่แหละ อือหืออออออ พีค!
โอกินาว่า
โอกินาว่า

เราเดินกลับมาจากหินรูปหัวใจได้จังหวะช่วงพระอาทิตย์ตกพอดี แสงกำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเลย นี่ก็เดินถ่ายรูปตามแสงมาเรื่อยๆ ไม่คิดว่าจะมาเจอกับทุ่งดอกหญ้าขนาดใหญ่ริมทะเล มีกังหันลมเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสถานที่นอกเส้นทางที่ดูธรรมดากลับสวยงามตรึงใจเราได้มากกว่าจุดหมายปลายทางแรกที่ตั้งใจจะไปซะอีก นี่แหละนะ เสน่ห์ของการเดินทาง .. ความสวยงามอยู่รอบตัวเราเสมอ อย่าลืมหยุดมองและดื่มด่ำกับมันบ้างนะ : )

Heart Rock หินรูปหัวใจ
Heart Rock หินรูปหัวใจ

แผนที่ Heart Rock

Cape Maeda

Cape Maeda

ภูมิประเทศของโอกินาว่านั้นเต็มไปด้วย Cape หรือแหลมที่ยื่นลงไปในทะเลเยอะมากๆ ฉะนั้นสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงหนีไม่พ้นอะไรที่เป็นแหลมๆ ทั้งหลาย โดยแหลมมะเอะดะเองก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในกลุ่มคนญี่ปุ่นแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าไร เนื่องจากคนที่เดินทางมายังแหลมมะเอะดะจะเป็นกลุ่มนักดำน้ำซะส่วนใหญ่ เพราะบริเวณนี้มีถ้ำสีฟ้า (Blue Cave) แหล่งดำน้ำชื่อดังของโอกินาว่าซุกซ่อนอยู่ ฉะนั้นจึงต้องดำผุดดำว่ายเพื่อไปชมความสวยงามเท่านั้น ถ้าใครสนใจก็สามารถหาซื้อทัวร์ดำน้ำเพื่อชมถ้ำสีฟ้าได้ เห็นว่ามีทั้งแบบสนอร์เกิลลิ่ง (Snorkeling) และดำน้ำลึกแบบไดวิ่ง (Diving) แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงฤดูหนาว เพราะคลื่นลมค่อนข้างแรงกว่าฤดูอื่นๆ ส่วนตัวเรานั้นแวะไปถ่ายรูปชมวิวเฉยๆ ไม่ได้ลงไปดำน้ำแต่อย่างใด (อยากดำน้ำจะแย่ T^T)

Cape Maeda

ไม่ไกลจากแหลมมะเอะดะ มีหาดลับซ่อนอยู่ สามารถเดินจากที่จอดรถของแหลมมะเอะดะไปได้ เป็นเวิ้งชายหาดเล็กๆ ที่เงียบมากกก ไม่มีคนเลย น้ำทะเลนี่ใสกิ๊ง เราแวะไปนั่งเล่นอยู่แปบนึง มองคนดำน้ำสนอร์เกิลลิ่งแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจเพราะอิจฉา เดี๋ยวเอาไว้คราวหน้าถ้าได้มาโอกินาวาอีกจะไม่พลาดลงไปดำน้ำเล่นแน่นวล!

Cape Maeda
Cape Maeda

แผนที่ Cape Maeda

Mt. Katsuudake

Mt. Katsuudake

เราเป็นคนชอบไฮกิ้งมาก เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็จะแอบยัดแผนเดินป่าขึ้นเขาเข้าไปในทริปทุกที ซึ่งครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการไฮกิ้งในญี่ปุ่นครั้งแรกของเรา ถึงแม้จะมาญี่ปุ่นเป็นสิบรอบแล้วก็ตาม โดย Mt. Katsuudake เป็นเส้นทางไฮกิ้งสั้นๆ บนเกาะโอกินาว่าแต่คุ้มค่าต่อการปีนป่ายขึ้นไป เพราะสามารถเห็นวิวเมืองโอกินาว่าได้โดยรอบเลย

Mt. Katsuudake
Mt. Katsuudake
Mt. Katsuudake

จุดสูงสุดที่เป็นจุดท็อปให้เราขึ้นไปพิชิตนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลแค่ 452 เมตรเท่านั้นเอง สำหรับคนที่เป็นเซียนปีนเขาก็จะใช้เวลาแค่ประมาณ 20 นาที สำหรับการเดินถึงยอด แต่สำหรับมือใหม่อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นสักหน่อย เพราะถึงแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ และยอดเขาก็อยู่ไม่สูงมากนัก แต่ก็นับเป็นเส้นทางที่โหดพอดู เนื่องจาก 80% เป็นทางชันที่ต้องออกแรงปีนป่ายซะส่วนใหญ่ มีเส้นทางที่เป็นทางลาดให้เดินสบายๆ แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้นเอง ยิ่งช่วงระดับก่อนถึงยอดนี่ต้องใช้คำว่า “ปีน” เลยแหละ ฉะนั้นใครที่อยากไปพิชิตเขาลูกนี้ต้องอึดพอตัวน้า

Mt. Katsuudake
Mt. Katsuudake

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากไปพิชิตยอดเขาที่ Mt. Katsuudake คือควรเตรียมตัวไปให้พร้อม ซึ่งต้นทางก่อนเข้าป่าจะมีคนทิ้งถุงมือ ทิ้งไม้ค้ำเอาไว้ให้ (ไม่ใช่ Trekking Pole น้า เป็นแค่ไม้อันยาวๆ ธรรมดา 555) แนะนำหนักๆ ว่าควรหยิบถุงมือมาด้วย ไม้ค้ำไม่สำคัญเท่าถุงมือ เพราะระหว่างทางเดินเป็นหินแหลม ควรใส่ถุงมือในช่วงที่ต้องออกแรงปีนเพื่อไม่ให้หินบาดมือ อีกข้อก็คือควรไปถึงช่วงเช้าได้จะยิ่งดี เสียดายเหมือนกันที่เราออกสายไปหน่อย มาถึงต้นทางก็ประมาณ 8-9 โมงแล้ว พอขึ้นไปถึงยอด แสงอาทิตย์ก็เริ่มแรงพอดี นอกจากร้อนแล้วแสงแดดจะเริ่มสาดส่องจนถ่ายรูปไม่สวย ที่สำคัญยิ่งมาเช้าคนยิ่งน้อย ตอนเรามาถึงนี่เป็นคนแรกบนยอดเลย สักพักถึงมีคนญี่ปุ่นเดินตามขึ้นมา อ้อ ที่นี่มีที่จอดรถฟรี จอดรถแล้วเดินขึ้นมาได้เลย ข้างบนวิวสวยมากกกกก รับประกันเลยว่าคุ้มค่าเหงื่อแน่นอนจ้า

Mt. Katsuudake

แผนที่ Mt. Katsuudake

Cape Manzamo

Cape Manzamo

แหลมมันซาโม นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาโอกินาว่าก็ต้องแวะไปเช็คอิน ด้วยความที่มีไฮไลท์อย่างหน้าผาสูง 20 เมตร ซึ่งถูกกัดกร่อนด้วยน้ำทะเล ผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นผาหินแกร่งหน้าตาคล้ายงวงช้าง ดูสวยงามแปลกตาจนทำให้แหลมแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ส่วนตัวเราแอบรู้สึกประทับใจแหลมอื่นๆ ที่ไปมามากกว่า แต่ธรรมชาติทุกที่นั้นมีความสวยงามซ่อนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ฉะนั้นถ้ามาถึงโอกินาว่าแล้วก็ควรแวะไปถ่ายรูปสักหน่อยเน้อ

Cape Manzamo
Cape Manzamo

แผนที่ Cape Manzamo

Cape Zanpa Lighthouse

Cape Zanpa Lighthouse

แหลมซันปา คือหนึ่งในสถานที่ดูพระอาทิตย์ตกที่สวยติดอันดับในโอกินาว่า ฉะนั้นเพื่อปิดท้ายวัน เราก็เลยขับรถไปรอถ่ายรูปแสงเย็นที่แหลมซันปา แต่ก็ต้องแอบผิดหวังเพราะตกเย็นแล้วฟ้าปิด เมฆมาเยอะเชียว ก็เลยได้แสงสีชมพูนวลๆ มาแทน แถมประภาคารสีขาวที่นับเป็นไฮไลท์ของแหลมซันปายังปิดซ่อมอีกต่างหาก ก็เลยอดแชะภาพวิวทะเลคู่ประภาคารมาเลย .. แต่ไม่เป็นไร เพราะความสวยงามมีอยู่รอบตัวเสมอ เพียงแค่เปิดใจมอง เนาะ : )

Cape Zanpa Lighthouse

แผนที่ Cape Zanpa Lighthouse

ต่อด้วย โอกินาว่า โซนล่าง

Cape Kyan

Cape Kyan

ถามว่าทริปนี้เราประทับใจที่ไหนมากสุดก็ต้องขอยกให้ Cape Kyan เวอร์ชั่นทรหดอดทนเพราะต้องเสียเหงื่อเพื่อไปพิชิตกันอีกแล้ววว เรียกว่าทริปนี้นี่ทั้งขึ้นเขาลงผากันเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วใครๆ ก็สามารถไปชม Cape Kyan ในเวอร์ชั่นถ่ายรูปสวยๆ สบายๆ ก็ได้นะ เพราะมีจุดชมวิวอยู่ด้านบน แต่เพราะทริปนี้เป็น Unseen Okianwa เราก็เลยอยากพาไปสัมผัสสถานที่แปลกใหม่ที่ยังไม่ค่อยใครมีรีวิวถึงบ้าง ประกอบกับเป็นพวกชอบเที่ยวแบบลำบากด้วย 555 โดยเราดันไปเห็นพิกัดนี้เข้าให้ใน IG ของฝรั่ง เป็นรูปแอ่งริมทะเลที่น้ำใสสีเทอร์ควอยซ์สวยมากกก ก็เลยตามล่าหามาจนเจอว่า อ่อ มันคือแหลมที่อยู่ทางใต้สุดของเกาะโอกินาวานั่นเอง

Cape Kyan
Cape Kyan

ความยากของการไปที่นี่ ขั้นที่หนึ่ง คือ “ต้องดูเวลาน้ำขึ้น น้ำลง” เพราะแอ่งน้ำนี้จะโผล่ขึ้นมาให้เราเห็นความสวยงามเฉพาะช่วงเวลาที่น้ำลงเท่านั้น ฉะนั้นถ้าใครอยากไปตามรอยก็ต้องเช็คเวลาน้ำลงด้วยนะ โดยสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ > Click <

Cape Kyan

เราวางแผนให้ไปถึงตอนประมาณ 10 โมงกว่าๆ เพราะเวลาน้ำลงของวันที่เราไปคือตอน 9 โมง และน้ำจะขึ้นอีกครั้งตอนบ่ายสาม แนะนำว่าให้เลือกไปตอนเช้าถึงช่วงบ่ายนะ ถึงแม้ในหนึ่งวันจะมีเวลาน้ำลงสองครั้งก็ตาม เพราะทางเดินไปค่อนข้างลึกลับซับซ้อน ต้องใช้เวลาและความพยายามพอสมควร ไม่ควรเดินตอนที่ฟ้าเริ่มมืด และนี่ก็คือที่มาของความยากขั้นที่สองของการไปที่นี่ นั่นก็คือ “ต้องเดินเลาะผาเลียบทะเลไป”

Cape Kyan

การเดินทางไปที่นี่ ก่อนอื่นต้องขับรถไปจอดที่ Gushikawa Castle Ruins เป็นซากปราสาทเก่า สามารถไปถ่ายรูปชมวิวแบบสวยๆ ได้ แต่ข้างๆ ซากปราสาทจะมีทางเดินเล็กๆ ที่ต้องไต่ลงไป เป็นการผจญภัยเล็กน้อยพอกรุบกริบ (หราาา) พอถึงด้านล่าง ก็ต้องเดินต่อไปทางซ้ายอีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะทางเดินเป็นหินแหลมหมดเลย ไม่ใช่ชายหาดที่เดินได้แบบสบาย ฉะนั้นสถานที่นี้จึงเหมาะสำหรับขาผจญภัยเท่านั้น แล้วกลางวันนี่แดดโคตรจะแรงเลยแกร๊ เดินไป – กลับมาทีนี่ดำเหมือนไปนอนอาบแดดมายังไงยังงั้น (5555) แต่เราเห็นฝรั่งเขาหอบบิกินี่ไปกระโดดน้ำเล่นกัน เพราะที่นั่นมีเชือกเอาไว้ให้โดดน้ำด้วย แต่เราไม่ได้ลงเล่น เพราะดันวางแผนไปวันที่จะต้องเดินทางกลับ ถ้าลงเล่นน้ำนี่พังแน่ เพราะไม่มีที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว แต่วิวตรงนั้นโคตรสวยเลย ถึงแม้มันจะแลกมาด้วยความยากลำบากต่อการไปถึงก็ตาม แต่มันก็ทำให้การเดินทางของเรามีมิติและเพิ่มน้ำหนักให้ทริปนี้กลายเป็นทริปที่เราจะนึกถึงไปอีกนานแสนนานเลย : )

Cape Kyan
ทางลงเล็กๆ ข้าง Gushikawa Castle Ruins ที่ต้องไต่หน้าผาลงไป!
Cape Kyan

แผนที่ Cape Kyan

Miyagi Island

Miyagi Island

เกาะมิยากิ เป็นเกาะย่อยของโอกินาวาที่สามารถขับรถข้ามสะพานไปเที่ยวได้เลยเหมือนกับเกาะโคริ ตรงนั้นจะมีเกาะเรียงกันอยู่ถึง 3 เกาะ คือ Henza Island, Miyako Island และ Ikei Island รวมถึงมีเกาะย่อยอีกหนึ่งเกาะแยกออกไปทางขวานั่นก็คือ Hamahiga Island ระหว่างขับรถข้ามสะพานข้ามเกาะก่อนถึง Henza Island จะมีจุดแวะคือ Sea Culture Museum สามารถจอดรถลงไปถ่ายรูปหรือนั่งชิลริมทะเลได้ แต่จุดประสงค์ของการขับรถข้ามไปเกาะมิยากิของเราคือ จุดชมวิว Happy Cliff ใกล้กับโรงงานเกลือนุจิมาสึ (Nuchimasu Sightseeing and Salt Factory) และร้านน้ำแข็งไส 瑠庵 + 島色 (ruan + shimairo)

瑠庵 + 島色 (ruan + shimairo)

瑠庵 + 島色 (ruan + shimairo)

เราขับรถตรงไปที่ร้านน้ำแข็งไส 瑠庵 + 島色 (ruan + shimairo) ก่อน เป็นร้านน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่นที่อร่อยมาก มีหลายรสชาติให้เลือก แต่เราสั่งมัทฉะมา รสชาติเข้มข้นสมเป็นชาเขียวญี่ปุ่น ราคาก็ถือว่าไม่แพงเลย บรรยากาศร้านยังสวยแบบชิคๆ สามารถถ่ายรูปเช็คอินอัพขึ้นโซเชียลได้อีก แนะนำเลย!

瑠庵 + 島色 (ruan + shimairo)

แผนที่ 瑠庵 + 島色

Happy Cliff

Happy Cliff

เติมความหวานเสร็จ ก็ขับรถต่อไปยัง Happy Cliff เป็นจุดชมวิวชายหาดที่สวยมากกกกก น้ำใสมากกกกก แล้วลมก็แรงมากกกกกกเช่นกัน 555 เราไปที่นี่ต่อจากแหลมมันซาโมะ รู้สึกชอบที่นี่มากกว่าเยอะเลย เพราะคนไม่ค่อยเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นที่แวะมาเที่ยวโรงงานเกลือ แต่เราไม่ได้เข้าไปในโรงงานเกลือน้า เพราะปักหมุดที่นี่เพื่อมาถ่ายรูปจุดชมวิว Happy Cliff ล้วนๆ เลย ก็ถือว่าแฮปปี้สมชื่อ ได้รูปสวยสมใจ : )

แผนที่จุดชมวิว Happy Cliff

Mihama American Village

Mihama American Village

อย่างที่บอกว่าโอกินาว่าเป็นเกาะที่เราจะได้กลิ่นอายอเมริกันสไตล์กันอยู่เนืองๆ จนใครต่อใครต่างก็บอกว่าโอกินาว่าคือฮาวายในแบบฉบับของแดนปลาดิบ ฉะนั้น หมู่บ้านอเมริกันมิฮามะ แห่งนี้จึงสามารถสะท้อนภาพการผสมผสานวัฒนธรรมเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ที่นี่เต็มไปด้วย แสง สี เสียง เหมาะสำหรับคนที่กระหายความเจริญ 5555 เพราะสถานที่ท่องเที่ยวของโอกินาวาจะเป็นธรรมชาติซะส่วนใหญ่ แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ ถึงค่ำๆ นะ เพราะยิ่งดึกยิ่งคึกคักมาก เต็มไปด้วยของกินน่าอร่อยมากมาย กินไป ช็อปไป โคตรจะเพลิดเพลินเลยจ้าพี่จ๋า

Mihama American Village
Mihama American Village
Mihama American Village

แผนที่ Mihama American Village

The Junglila Cafe

The Junglila Cafe

ใกล้ๆ กับหมู่บ้านอเมริกันจะมีคาเฟ่ชื่อดังอยู่ร้านนึงชื่อ The Junglila Cafe หรือที่เขาเรียกกันว่า คาเฟ่ชิงช้า เพราะภายในร้านมีที่นั่งเป็นชิงช้าด้วย เป็นร้านเล็กๆ ที่มีกลิ่นอายสไตล์โบฮีเมียน หลายคนชอบไปถ่ายรูปแบบชิคๆ เก๋ๆ แต่เราแวะไปช่วงเย็นๆ ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก นั่งดูวิวแสงสุดท้ายจากในร้านโคตรชิลเลย ฉะนั้นใครแวะไปหมู่บ้านอเมริกันสามารถเดินเท้าแบบชิลๆ มานั่งจิบเครื่องดื่มที่ The Junglila Cafe ก่อน แล้วค่อยกลับไปเดินเล่นที่หมู่บ้านอเมริกันตอนค่ำๆ ก็ได้นะ เดินไม่ไกลเลย วิวพระอาทิตย์ตกตอนเย็นสวยเวอร์ๆ อ่ะ ^^

The Junglila Cafe
The Junglila Cafe
The Junglila Cafe

แผนที่ The Junglila Cafe

Kokusai Dori

Kokusai Dori Street

ขอปิดท้ายด้วยถนนช็อปปิ้งอันแสนโด่งดังของเมืองนาฮา ซึ่งแผนเที่ยวโอกินาวาของเรานั้นมาจบที่เมืองนาฮาในวันสุดท้าย (นอนนาฮาแค่ 1 คืนก่อนกลับไทย) เรียกว่าสูดกลิ่นธรรมชาติซะให้เต็มปอดก่อนแล้วค่อยมาช็อปปิ้งในเมืองก่อนกลับ จะได้ไม่ล้มละลายตั้งแต่วันแรกที่มาถึง 555

Kokusai Dori Street
การเดินทางใน โอกินาว่า
การเดินทางใน โอกินาว่า

ในนาฮาเราไม่ค่อยได้ไปไหนไกล เพราะไม่ได้สนใจที่ไหนเป็นพิเศษ นอกจาก Kokusai Dori หรือถนนช็อปปิ้งที่ทอดยาวเกือบ 2 กิโลเมตรผ่านใจกลางเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงดูคึกคักมาก พอเข้าเมืองปุ๊บเราก็เปลี่ยนมาใช้รถไฟโมโนเรลของเมืองนาฮาแทนการขับรถ เพราะสะดวกกว่า แล้ว Yui Rail ที่เป็นระบบคมนาคมหลักของเมืองนาฮาเนี่ยก็ขึ้นง่ายมากกก เพราะมีแค่ 15 สถานีเท่านั้น วิ่งเป็นเส้นตรงยาวประมาณ 13 กิโลเมตร แต่ก็ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเมืองนาฮา ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 150 เยน ถ้าใครมีแพลนขึ้นหลายเที่ยวจะซื้อเป็น 1 Day Ticket ก็ได้ ราคาอยู่ที่ 800 เยน ต่อ 1 วัน แต่เราต้องการนั่งแค่ 2 เที่ยว คือ ไป – กลับ Kokusai Dori จากโรงแรมเท่านั้น ก็เลยซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปลงที่สถานี Miebashi Station เพราะจุดหมายของเราอยู่ที่ร้าน Ball Donut Park คาเฟ่อบอุ่นน่ารักที่มีเมนูเด็ดเป็นโดนัทสูตรเฉพาะของโอกินาวา แล้วค่อยไปเดินเล่นช็อปปิ้งต่อที่ถนนโคคุไซโดริต่อ

Ball Donut Park

Ball Donut Park

โดนัทของร้าน Ball Donut Park มีหลายรสชาติให้เลือก มันก็คือโดนัทก้อนกลมๆ ที่เป็นขนมประจำถิ่นโอกินาวานั่นแหละ เพียงแต่เอามาครีเอทให้กลายเป็นหลากหลายเมนู อร่อยหนึบหนับดี กินคู่กับเมลอนโซดามิ้นต์ โอ๊ย โคตรชื่นใจ มีพลังเดินไปช็อปปิ้งต่อที่ถนนโคคุไซโดริได้ทั้งคืนเลย!

Ball Donut Park

แผนที่ Ball Donut Park

Niichiiz *
Niichiiz *https://movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

วิธีจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน ผ่านแอปฯ แบบละเอียด

ทุกวันนี้การจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน สำหรับเดินทางข้ามเมืองหรือข้ามมณฑล เราสามารถจองผ่านแอปฯ ได้แล้ว สะดวกสบายมากๆ แอปพลิเคชันสำหรับจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน มีอยู่ 3 แอปฯ ได้แก่ Trip.com, Railway 12306 และ...

แผนเที่ยวอิชิคาวา (Ishikawa) 3 วัน 2 คืน อีกหนึ่งเมืองสวยห้ามพลาดของญี่ปุ่น

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่มีหลากหลายบรรยากาศให้สัมผัส เปรียบเหมือนดังการทานอาหารหนึ่งจานที่มีครบทุกรส เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเสิร์ฟ แผนเที่ยวอิชิคาวา ให้ได้ลิ้มลองความหลากรสที่ซุกซ่อนอยู่ในจังหวัดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชุมชน รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ต่างก็เป็นเสน่ห์อันเหลือร้ายที่ทำให้อิชิคาวาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้พากันมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี อิชิคาวา เป็นจังหวัดที่มีความสวยงามทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะมีสวนเก่าแก่ของตระกูลดังที่สร้างมาตั้งแต่ยุคเอโดะอย่าง...

รวม 10 พิกัด ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ ถ่ายรูปสวยชิค

หลังจากจีนฟรีวีซ่าก็ทำเอาเราหยุดเที่ยวจีนไม่ได้เลย หลงเสน่ห์ประเทศนี้เข้าเต็มเปา! ใครที่กำลังลังเลใจ กล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรกดีมั้ย? แนะนำลองจองตั๋วบินไปเที่ยว “เซี่ยงไฮ้” ก่อนเป็นที่แรกเลยค่ะ เพราะเที่ยวง่าย การเดินทางสะดวกสบาย มีรถไฟใต้ดินไปถึงทุกที่ บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ไฮเทค...

วิธีขึ้นรถไฟความเร็วสูงประเทศจีน สำหรับเดินทางข้ามเมือง

หลังจากจีนฟรีวีซ่าให้คนไทยได้เข้าไปเที่ยวประเทศจีนอย่างสะดวกโยธินมากยิ่งขึ้นแล้ว เชื่อว่ามีสายเที่ยวหลายคนที่กำลังเมียงมองประเทศจีนไว้เป็นหนึ่งใน Destination List อาจจะตั้งคำถามว่า เที่ยวจีนด้วยตัวเองยากมั้ย? เราอยากจะย้ำความมั่นใจให้ว่า "เที่ยวจีนด้วยตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด" เลยค่ะ โพสนี้เราก็เลยอยากมาแชร์ วิธีขึ้นรถไฟความเร็วสูงประเทศจีน ไว้ให้เป็นข้อมูล สำหรับคนที่มีแพลนอยากไปเที่ยวจีนด้วยตัวเอง อยากจะบอกว่าการเดินทางไปเมืองใกล้เคียงด้วยรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นวิธีที่คนจีนใช้กันเป็นเรื่องปกติมากๆ...

รีวิว ซัวเถา (Shantou) กิน เที่ยว มู รับเฮงปีมังกร 3 วัน...

ยินดีกับนักท่องเที่ยวไทยทุกคนที่กำลังจะมีประเทศฟรีวีซ่าให้เที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งประเทศแล้ววว นั่นก็คือ “ประเทศจีน” นั่นเอง โพสนี้ก็เลยจะขอพาไปเปิดม่านเมือง "ซัวเถา" บ้านเกิดของคนไทยเชื้อสายจีนในอดีตที่โล้สำเภาเดินทางแบบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากในประเทศไทย จะขอพาไป กิน เที่ยว มู ในเมืองซัวเถา และแต้จิ๋ว หนึ่งในที่เที่ยวเมืองจีนที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นเที่ยวเมืองจีนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกแบบเราที่สุด...

รีวิว Sea Season Pool Villas ที่พักสวยติดทะเลพัทยา

วันหยุดว่างๆ ทีไร เราล่ะชอบพาตัวเองไปพักผ่อนชิลๆ ที่พัทยามากจริงๆ อาจเพราะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปไม่ไกล ก็ได้นั่งมองทะเลสวยๆ แล้ว โพสนี้ก็เลยอยากมารีวิวที่พักติดทะเลพัทยาที่เพิ่งไปมาแล้วชอบมากอย่าง Sea Season Pool Villas Pattaya...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่