แผนเที่ยว “เกียวโต” ฉบับ นั่งรถไฟสายโรแมนติกชมใบไม้เปลี่ยนสี

แผนเที่ยว “เกียวโต” ฉบับ นั่งรถไฟสายโรแมนติกชมใบไม้เปลี่ยนสี

Sagano Romantic Train

- September, 2017 -

เกียวโต เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องใบไม้แดงหรือใบไม้เปลี่ยนสีติดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ฉะนั้นช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน จึงนับเป็นไฮซีซั่นของเกียวโต มีทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแวะมาชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเราเคยแนะนำแผนเที่ยวเกียวโต 1 วันในแถบอาราชิยามะ และวัดทองไปแล้ว คราวนี้ขอพาไปเปลี่ยนฟีล เพิ่มความชิล เติมความหวานเข้าไปอีกเล็กน้อย ด้วยการแนะนำไอเดียการทำแผนเที่ยวย่านอาราชิยามะด้วยการนั่งรถไฟสายโรแมนติก หรือ Sagano Romantic Train รถไฟสายพิเศษชื่อดังของเกียวโต แนะนำว่าควรวางแผนไปเที่ยวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนะ รับรองว่าทริปนี้จะอบอวลไปด้วยความโรแมนติกมากเลยทีเดียว : )

Plan-arashiyama-resize11
Plan-arashiyama-resize1

มาทำความรู้จักสายรถไฟนี้สักเล็กน้อยกันก่อนนะ

❤️ Sagano Romantic Train เป็นรถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษซึ่งมีเส้นทางแยกออกจากสายรถไฟปกติ
❤️ มีทั้งหมด 4 สถานี โดยสามารถเริ่มต้นจาก สถานี Kameoka Torokko (Plan 01) หรือ สถานี Saga Torokko (Plan 02) ก็ได้
❤️ รถไฟใช้เวลาเที่ยวละ 25 นาที แต่ถ้าซื้อตั๋วไป – กลับ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
❤️ ราคา ผู้ใหญ่ 620 เยน เด็ก 310 เยน (ต่อเที่ยว)
❤️ รถไฟมีทั้งหมด 5 ตู้ โดยตู้ที่ 1-4 เป็นตู้นั่งปกติ ต้องมองวิวผ่านกระจก ส่วนตู้ที่ 5 เป็นตู้พิเศษแบบเปิดโล่ง หลังคาเป็นกระจกใส ฉะนั้นจึงสามารถมองวิวได้กว้างกว่าตู้ 1-4
❤️ ตู้ที่ 1-4 สามารถจองล่วงหน้าผ่านเคาท์เตอร์จองตั๋วของ JR West ได้ (แนะนำว่าถ้าไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีควรจองเป็นอย่างยิ่ง)
❤️ ตู้ที่ 5 ต้องไปจองที่สถานีในวันเดินทางเท่านั้น
❤️ ตั๋วมีทั้งตั๋วนั่งและตั๋วยืน ถ้าไปจองหน้างานแล้วช้าก็อาจจะได้ตั๋วยืนซึ่งขาดทุนสุดๆ (โดนมาแล้ว T^T) เพราะต้องอัดแน่นกันและไม่สามารถเห็นวิวได้ชัดเจนเหมือนตั๋วนั่ง
❤️ เวลาเปิดให้บริการของรถไฟสายโรแมนติกคือ 1 มีนาคม – 29 ธันวาคม ของทุกปี




เริ่มต้นวางแผนเที่ยว!

สำหรับการวางแผนนั่งรถไฟสายโรแมนติกนั้น ตามหลักแล้วนักท่องเที่ยวทั่วไปจะนิยมนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี JR Saga-Arashiyama แล้วเริ่มต้นนั่งรถไฟจากต้นสายที่สถานี Saga Torokko (ดูแผนที่ประกอบจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นน้า) ซึ่งสามารถซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวไปลงที่สถานีปลายทาง (Kameoka Torokko) แล้วนั่งรถไฟกลับโอซาก้าหรือไปเที่ยวต่อยังสถานที่อื่นๆ ในเกียวโตก็ได้ หรือจะซื้อตั๋วแบบไป – กลับ เพื่อย้อนกลับมาเที่ยวต่อในเขตอาราชิยามะก็ได้ แต่เราแอบมีอีกหนึ่งตัวเลือกซึ่งเป็นการเดินทางแบบแหกกฎนิดๆ คือ นั่งรถไฟ JR เลยไปตั้งต้นจากสถานีปลายทาง (Kameoka Torokko) แล้วซื้อตั๋วแค่เที่ยวเดียวย้อนกลับมาเที่ยวต่อในเขตอาราชิยามะ การวางแผนแบบนี้ บางคนบอกว่าจะมีโอกาสเจอคนน้อยกว่า เพราะส่วนใหญ่จะขึ้นที่ต้นทางกันหมด แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ไปมาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อยากบอกว่า เราเองก็เจอคนต่อแถวซื้อตั๋วเยอะจนได้ตั๋วยืนเหมือนกัน T^T แต่วิธีการเที่ยวด้วยรูทนี้จะช่วยประหยัดเวลา และค่าเดินทางได้มากกว่า เพราะเป็นการนั่งรถไฟแค่เที่ยวเดียว ไม่ต้องซื้อตั๋วไป – กลับ แถมยังได้กลับมาเที่ยวยังเขตอาราชิยามะอีกด้วย ฉะนั้นสรุปง่ายๆ คือ การวางแผนนั่งรถไฟสายโรแมนติกนั้นสามารถเลือกได้ 2 แผน คือ เริ่มต้นที่ปลายทาง สถานี Kameoka Torokko (Plan 1) และเริ่มต้นที่ต้นทาง สถานี Saga Torokko (Plan 2) ทั้งนี้จะเลือกเดินทางด้วยแผนไหน ลองดูรายละเอียดและตัดสินใจจากความต้องการส่วนบุคคลได้เลยนะ : )

Plan 01

Start : Kameoka Torokko Station

Plan-arashiyama-resize
Step 1
☝️ เดินทางจาก : โอซาก้า
✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR จากสถานี JR Osaka ลงสถานี JR Kyoto เพื่อเปลี่ยนสายรถไฟเป็น JR Sagano Line ลงสถานี JR Umahori
⌚ ใช้เวลา : ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ
⌨️ ค่าเดินทาง : 1,140 เยน



เมื่อถึงสถานี Umahori เดินออกจากสถานีแล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที เพื่อไปตั้งต้นเริ่มเส้นทางของรถไฟสายโรแมนติกที่สถานี Kameoka Torokko ใครที่ยังไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้ามาหรือต้องการนั่งรถไฟตู้พิเศษ (ตู้ที่ 5) เพื่อชมวิวแบบเปิดโล่งสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ที่สถานี แนะนำว่าควรรีบไปแต่เช้าตรู่ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเพราะที่นั่งเต็มเร็วมว๊ากกกก! อาจทำให้ได้ตั๋วเที่ยวบ่ายหรือเย็น ไม่ก็จำใจต้องซื้อตั๋วยืนซึ่งโอกาสเห็นวิวน้อยนิดกว่าตั๋วนั่งยิ่งนัก

Plan-arashiyama-resize10
Plan-arashiyama-resize9
Plan-arashiyama-resize8
Plan-arashiyama-resize7
Step 2
☝️ เดินทางจาก : สถานี Kameoka Torokko
✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ Sagano Romantic Train จากสถานี Kameoka Torokko ลงสถานี Arashiyama Torokko
⌚ ใช้เวลา : 25 นาที
⌨️ ค่าเดินทาง : 620 เยน

การเที่ยวด้วยแผนนี้จะเริ่มต้นจากสถานี Kameoka Torokko ถ้าดูจากแผนที่ (ด้านบน) จะเป็นการนั่งรถไฟ JR เลยสถานี Saga Torokko เพื่อไปเริ่มต้นที่สถานีสุดท้ายปลายทางแล้วนั่งรถไฟสายโรแมนติกย้อนกลับมา ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เที่ยวด้วยแผนนี้จะนิยมลงที่สถานี Arashiyama Torokko เพื่อเดินเที่ยวชม “ป่าไผ่ซากาโนะ” ต่อด้วย “วัดเท็นริวจิ” และยังสามารถเดินไปจนถึง “สะพานโทเง็ตสึเคียว” ก่อนจะไปเที่ยวต่อยังสถานที่อื่นๆ ในเกียวโตหรือเดินทางกลับโอซาก้า ซึ่งขึ้นอยู่กับแผนของแต่ละคนเลยน้า ^^

Plan-arashiyama-resize6

รถไฟจะวิ่งเป็นระยะทาง 7.3 กิโลเมตร เลียบแม่น้ำโฮสุ ฉะนั้นระหว่างทางก็จะได้เห็นวิวแม่โฮสุพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองแดงไปตลอดเส้นทาง : )




Plan 02

Start : Saga Torokko Station

Plan-arashiyama-resize12
Step 1
☝️ เดินทางจาก : โอซาก้า
✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR จากสถานี JR Osaka ลงสถานี JR Kyoto เพื่อเปลี่ยนสายรถไฟเป็น JR Sagano Line ลงสถานี JR Saga-Arashiyama
⌚ ใช้เวลา : 1 ชั่วโมง
⌨️ ค่าเดินทาง : 970 เยน

เมื่อถึงสถานี Saga-Arashiyama แล้ว เดินออกจากสถานีจะมีทางเชื่อมต่อไปยังสถานี Saga Torokko ซึ่งเป็นต้นทางของรถไฟสายโรแมนติก ใครยังไม่ได้จองตั๋วก็สามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานี Saga Torokko ได้เลยนะ

Plan-arashiyama-resize4
Plan-arashiyama-resize5



Step 2

☝️ เดินทางจาก : สถานี Saga Torokko

✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ Sagano Romantic Train จากสถานี Saga Torokko ไปจนถึงสถานี Kameoka Torokko แล้วรอรถไฟวนกลับมาลงสถานี Arashiyama Torokko

⌚ ใช้เวลา : 1 ชั่วโมง

⌨️ ค่าเดินทาง : 1,240 เยน (ไป - กลับ)

การเที่ยวด้วยแผนนี้ ส่วนใหญ่จะซื้อตั๋วแบบไป – กลับ เพื่อนั่งรถไฟสายโรแมนติกไปถึงสถานี Kameoka Torokko และนั่งกลับมายังสถานี Arashiyama Torokko เพื่อเดินเที่ยวชม “ป่าไผ่ซากาโนะ” ต่อด้วย “วัดเท็นริวจิ” และสถานที่อื่นๆ ในอาราชิยามะเช่นเดียวกับ Plan 01 หรือใครที่มีทุนในกระเป๋าสตางค์หนาหน่อยก็อาจจะซื้อตั๋วไปเที่ยวเดียว แล้วกลับทางเรือพายล่องมาตามเส้นทางของแม่โฮสุก็ได้เช่นกันนะ

Plan-arashiyama-resize3
Plan-arashiyama-resize2

ปล. ถ้าให้แนะนำว่าควรไปแบบแผนไหนดี เราแนะนำว่า Plan 01 จะสามารถประหยัดทั้งค่าเดินทางและเวลาได้มากกว่านะ เพราะในความเป็นจริงแล้วช่วงที่ไปอาจจะเจอคนแน่นจนกลายเป็นรถไฟสายไม่โรแมนติกไปเลยก็ได้ (เหมือนเรา T^T) ฉะนั้นถ้าคิดว่าอยากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีชัวร์ๆ ก็ควรจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อให้ได้ตั๋วนั่ง จะมีโอกาสได้เห็นวิวทิวทัศน์และสัมผัสความโรแมนติกได้มากกว่า แล้วก็นั่งแค่เที่ยวเดียวจากสถานีปลายทางย้อนกลับมาเที่ยวต่อที่ป่าไผ่ซากาโนะ และสถานที่อื่นๆ ในอาราชิยามะก็พอ เท่านี้ก็ประหยัดค่าเดินทาง และเวลาไปได้พอประมาณเลย : )




Niichiiz *http://www.movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

Art of Kobe : พิกัดถ่ายรูปสุดเท่ ณ “โกเบ” เมืองท่าแห่งคันไซ

สาย Photograph มาปักหมุดจุดถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่คันไซกัน! เผื่อใครหมดไอเดียอยากหามุมถ่ายรูป แปลกใหม่ที่ไม่ใช่ป้ายกูลิโกะ ขอจงสะพายกล้องตัวเก่งตรงดิ่งมาที่ Hyogo Prefectural Museum of Art หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเฮียวโงะ ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบใกล้ๆ...

Nankinmachi Kobe Chinatown : กินให้สุดแล้วหยุดที่โกเบ!

เราเป็นคนชอบ Street Food มากกกกก ปกติจะไม่ค่อยเจอตลาดที่คึกคักและเต็มไปด้วยบรรยากาศสตรีทๆ แบบนี้ที่ญี่ปุ่น แต่พอได้มาเดินที่ Nankinmachi หรือ ย่านไชน่าทาวน์ของเมืองโกเบ ยอมรับเลยว่า Street Food ที่นี่ดีงามจนอยากมาบอกต่อ...

Phoenix Lava Cafe : คาเฟ่ซาลาเปาชีสยืดดดด ไส้ทะลัก บรรยากาศน่ารักเหมือนวาร์ปไปอยู่ญี่ปุ่น

สายซาลาเปามาจ้า โพสต์นี้จะพาไปนั่งคิ้วๆ กันที่คาเฟ่ซาลาเปาไส้ทะลัก ‘Phoenix Lava’ ซึ่งจริงๆ แล้วเขามีหลายสาขามาก แถมยังเป็นแบรนด์ไทยแท้ๆ ที่ดังไกลระดับสากล มีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศอย่าง เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเก๊าด้วย แต่สาขาโพธิ์แก้ว...

พาไปเสพความอาร์ต ช็อปปิ้งความชิคที่ไต้หวัน Songshan Cultural and Creative Park

ไทเปเป็นเมืองชิคๆ แถมยังเป็นเมืองหลวงที่ซุกซ่อนความอาร์ตไว้มากกว่าที่คิดอีกด้วย โพสต์นี้เราก็เลยจะพาไปเสพความอาร์ต ช็อปปิ้งความชิคที่ ‘Songshan Cultural and Creative Park’ ศูนย์รวมความอาร์ตใจกลางเมืองไทเป ซึ่งอดีตเคยเป็นโรงงานยาสูบเก่าเมื่อครั้งยุคอาณานิยมของญี่ปุ่นนู้นนน แต่ทุกวันนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแกลอรี่สุดเก๋ มีงานอาร์ตให้เสพ มีมุมถ่ายรูปชิคๆ...

Japan Shopping Guide : รีวิวแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น เสื้อผ้าน่ารัก ราคาน่าคบ

ใครไปญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่สายแบรนด์เนม แต่ก็ยังอยากช็อปปิ้ง มาปักหมุดทางนี้เลย! โพสต์นี้จะพาไปตะลุยช็อปแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น ที่เราแวะไปละลายเงินเยนเป็นประจำทุกครั้งที่ไปแดนปลาดิบ!ใครชอบเสื้อผ้ามือสอง ไปญี่ปุ่นคงเหมือนสวรรค์ย่อมๆ เพราะมีให้เลือกช็อปอยู่หลายร้าน โดยเฉพาะในโตเกียว ถึงแม้บางตัวจะราคาสูง แต่สภาพยังค่อนข้างดีอยู่มากค่ารองเท้าที่ญี่ปุ่น ถ้าไม่ใช่แบรนด์หรือรองเท้ากีฬา ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นไซส์ S M...

Hokkaido 4 Times ความงดงามที่ซ่อนอยู่ในความธรรมดา

“โลกตั้งกว้างใหญ่ จะไปยึดติดอะไรกับหัวใจที่ดวงเล็กนิดเดียว” มีคนเคยบอกว่า “ถ้าชีวิตเหมือนหนังสือหนึ่งเล่ม การออกเดินทางจะทำให้หนังสือของเราหนาขึ้น” .. ก่อนเราก็เคยคิดแบบนั้น จนกระทั่งได้ออกเดินทางบ่อยขึ้น ถึงเพิ่งเข้าใจว่า การเดินทางแบ่งชีวิตของเราเป็นหนังสือสองเล่ม เล่มที่หนาขึ้นเขียนหน้าปกไว้ว่าความทรงจำ ส่วนอีกเล่มซึ่งอาจจะเคยขีดเขียน “อคติส่วนตัว” ไว้ มันกลับบางลง...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here