Sado Island เกาะเดียวเที่ยวได้ทุกฤดู!

Sado Island, Niigata, Japan

- March, 2018 -

หากใครใฝ่ฝันถึงสถานที่โรแมนติก อยากคล้องแขนคนรู้ใจไปขับรถเล่นในบรรยากาศงามๆ ท่ามกลางความสงบ ไม่พลุกพล่านวุ่นวาย ขณะเดียวกันก็ยังได้ความสะดวกสบายครบครัน รวมถึงอาหารทะเลที่ทั้งสด ทั้งอร่อย ในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ … เราเอาหัวเป็นประกัน ว่าเกาะซาโดะนี่ละ คือเกาะในฝันที่สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู!

ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก แถมเดินทางก็ง่าย แค่บึ่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นไปประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วลงต่อเรือตามอัธยาศัย ใครที่อยากเดินทางเร็วหน่อยแนะนำให้ใช้บริการเรือ Sado Kisen JetFoil นะ เพราะแค่ชั่วโมงเดียวก็ได้ย่างเท้าลงบนผืนดินเกาะซาโดะแล้ว หรือถ้าชอบนั่งเสพวิวทะเลพลางเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายมากมายบนเรือ ก็สามารถเลือกใช้บริการเรือเฟอร์รี่ได้ ก็จะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถอ่านรายละเอียดและดูรูปได้จากในรีวิวเก่า > Sado Island แดนสวรรค์แห่งนีงาตะ และเช็คค่าเรือตามช่วงเวลาการเดินทางได้ที่นี่เด้อ > Click <

แล้วก็ด้วยความที่เกาะซาโดะเป็นเกาะที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล คราวก่อน เราเคยพามาเสพความเขียวฉ่ำตาของในฤดูร้อนกันไปแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้เราเลยกลับมาใหม่อีกครั้งในฤดูหนาว เพราะเกาะนี้ของดีเขาเยอะจริงๆ แค่ต่างฤดูก็ให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่ต่างไป แต่บอกได้ว่ายังเพลินเหมือนเดิม

และถ้าไฮไลท์ของซาโดะในหน้าร้อนคือวิวตระการตา ไฮไลท์ของการมาเยือนในหนาวนี้ก็คืออาหารและกิจกรรมทั้งหลาย ซึ่งเรายังคงยืนยันตามเดิมนะ ว่าเกาะนี้ควรเช่ารถขับเป็นที่สุดจริงๆ เพราะเส้นทางตลอดสองข้างทางจะมีจุดวิวพ้อยท์สวยๆ ให้ชื่นชมตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ฤดูหนาวที่เรามาในครั้งนี้!

ทันทีที่เหยียบลงบนเกาะ เราจึงมองหาของอร่อยก่อนเลย เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แล้วก็มาได้อิ่มเอมเปรมปรีด์กับหอยนางรมสดๆ กันที่ “Akitsumaru” ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์บ้านๆ ของชาวประมงตัวจริงเสียงจริงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวแวะไปกินได้ ร้านนี้ขายหอยนางรมกันเป็นล่ำเป็นสัน หอยนางรมสดๆ ตัวใหญ่แน่นเต็มฝา ที่เสิร์ฟมาในสารพัดการจัดปรุง ตั้งแต่ชาบูหอยนางรม เทมปุระหอยนางรม หอยนางรมนึ่ง และข้าวอบหอยนางรม! ที่ทุกเมนูใช้หอยสด รสหวานอร่อยจากธรรมชาติ เด็ดขาดสมการรอคอยจริงๆ!!

เทมปุระหอยนางรม หวาน กรอบ อร่อยมากกกก

หลังจากสะใจกับหอยนางรมตัวเบิ้มสดใหม่กันไปแล้วในมื้อแรก เราก็ไปตามหาคอเลสเตอรอลกันต่อที่แหล่งค้าส่งปูบนเกาะนี้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าว่า ความสด หวาน หอม ของเนื้อปูที่นี่ ทำให้ลืมรสชาติปูจากทุกที่ที่เคยกินมา! แถมราคาปูต้มสุกตัวใหญ่ๆ ยังเริ่มที่ตัวละหกสิบกว่าบาทเท่านั้น!!! บ้าไปแล้ววว ..

ที่เด็ดสุดคือ “Zuwai Kani” ขายาวๆ เนื้อแน่นๆ ต้มมาใหม่ๆ อร่อยจนไม่ต้องถามหาอะไรมาจิ้มกันเลยทีเดียวคุณเอ๊ยยย ที่สำคัญ เมื่อเดินเข้าร้านมาเพื่อหาซื้อปู เขาจะเสิร์ฟให้ชิมกันฟรีก่อนเลยคนละหนึ่งตัว!! ใช่ค่ะ ฟรี!!! เขาบอกว่าเป็นธรรมเนียมของที่นี่ คือใครที่จะซื้อปู จะมีการแจกฟรีหนึ่งตัวให้ชิมรสชาติกันตรงนั้น เป็นการรับรองว่าสดจริงนะจ๊ะ ร้านชั้นไม่มีย้อมแมวขาย .. และหากอยากถามความเห็น บอกเลยตรงนี้ว่าสดจริง อร่อยจริง เนื้อหวานเพราะความสด บวกกับรสเค็มนิดๆ ของทะเล ที่ยังไม่ทันจางหาย โอ๊ยยยย อร่อยแทบดิ้นตายตรงนั้น ไม่ต้องง้อน้ำจิ้มเลยซักนิดละ อ่ะ เหมา!!

ยัง .. ปูแค่นี้ยังไม่สาแก่ใจอีช้อย! เราขอไปเสพปูกันต่อที่ “Sunrise Jyogahama” ศูนย์รวมความครบครันสำหรับนักท่องเที่ยว ที่นี่มีทั้ง ที่พัก ร้านอาหาร และบ่อออนเซ็นสำหรับคนทั่วไปที่อยากแวะมาผ่อนคลาย แต่มื้อนี้เราแวะมากินอาหารกลางวันเซ็ตปูกัน หลังจากแวะไปแทะปูสดๆ กันแล้วในตอนเช้า เซ็ตอาหารกลางวันที่นี่บอกเลยว่าสาแก่ใจในราคา 1,500 เยน!!! เพราะเต็มไปด้วยปู ปู และปู ทุกเมนูในเซ็ต แถมอร่อยทุกอย่างอีกต่างหาก แฟนพันธุ์แท้ปูห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! อ้อ … อีกอย่างที่อร่อยคือ “ข้าว” เพราะข้าวบนเกาะนี้มีรสหวาน หอม อร่อยแตกต่างไปจากที่เราเคยกิน เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสมาตามรอยแล้วได้มาชิม ลองตั้งใจพิจารณาดูนะ ^^

อิ่มท้องกันไปแบบจัดหนัก ไปหากิจกรรมทำเป็นการย่อยอาหารกันบ้างดีกว่า กับการเดินเล่นที่หมู่บ้านโบราณ “Shukunegi” ที่ทั้งหมู่บ้านจะเป็นซอกเล็กซอยน้อย ทางเดินปูหิน และบ้านไม้รูปทรงแปลกตา ส่วนใหญ่สร้างจากไม้ที่เคยเป็นเรือมาก่อน หมู่บ้านเก่าแก่แห่งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ในยุคศตวรรษที่ 17 มีบ้านอยู่ราวๆ ร้อยกว่าหลังคาเรือน โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านของชาวประมงและชาวเหมืองทองในยุคนั้น เป็นอีกหนึ่งจุดเดินเล่นที่เพลินดีเหมือนกันนะ มาแชะภาพเก็บไว้เป็นรูปโปรไฟล์สบายเลย

อีกหนึ่งไฮไลท์ในเกาะนี้ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีนั่นคือเรือ! โดยเอกลักษณ์ของเรือที่นี่คือรูปทรงกลมคล้ายอ่าง จึงเหมาะกับสภาพซอกหินแคบๆ และโขดหินตามชายฝั่งของเกาะซาโดะ เพราะจะสามารถซอกแซกไปตามซอกเล็กซอกน้อยได้อย่างสบาย เหมาะกับการทำประมงชายฝั่งเป็นที่สุด ดูผู้ชำนาญการเขาพายอาจจะดูง่าย แต่บอกเลยว่าพอได้จับไม้พายเองเท่านั้นละ มันไม่ใช่เลย! เพราะพายยังไงเรือก็ไม่กระดิกซักนิด! นับถือเลยจริงๆ พายได้ยังไง??

อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราช้อบบชอบบ นั่นคือการได้ลองไปเป็นชาวเหมืองร่อนทองจากลำธาร เนื่องด้วยเกาะนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยก่อนว่าเป็นแหล่งขุมทองของแดนปลาดิบเขาเลยเชียว เหมืองทองของที่นี่ก็เพิ่งจะเลิกทำการไปเมื่อไม่กี่สิบปีนี่เองละ แต่ยังมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ลองสัมผัสประสบการณ์การร่อนทองของจริง โดยมีหลายสเต็ปให้เลือกร่อน ตั้งแต่ในลำธารสถานที่จริง ซึ่งเหมาะมากหากมาในหน้าร้อน แต่ถ้าหนาวเหน็บลมโกรกเหมือนช่วงที่เรามาคราวนี้ แนะนำให้ลองร่อนทองในร่มกันดูดีกว่า

โดยเขาจะทำรางน้ำที่ด้านล่างเป็นพื้นกรวดเอาไว้ ให้เราได้ใช้อุปกรณ์ร่อนซึ่งเป็นจานทรงกลมที่มีฝั่งหนึ่งหยักเหมือนขั้นบันได และเมื่อเราเขย่าให้กรวดทรายที่โกยมาได้ไหลไปตามน้ำ ก็จะค่อยๆ เห็นแผ่นทองเล็กๆ เด่นชัดขึ้นมา ไม่น่าเชื่อเลยว่าทองชิ้นเล็กนิดเดียวจะมีน้ำหนักกว่าหินอีกนะ เพราะในขณะที่หิน กรวด ทราย ละลายตามน้ำไป ทองจะยังตกผลึกอยู่ในด้านล่างของจาน! โดยปกติแล้วที่นี่ให้เวลาในการได้ลองร่อนทองกันประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเราสามารถนำทองที่ร่อนมาได้กลับบ้านไปเลย!! ว้ายยยย รวยแล้ววววววว เราจึงเลือกที่จะนำทองที่หามาได้ไปใส่ในล็อคเก็ตพร้อมสร้อยคอ ไว้ใส่เป็นที่ระลึกว่านี่คือทองที่ชั้นหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงนะจ๊ะ ช่างน่าภูมิใจ! ถ้าใครมาซาโดะ บอกไว้เลยว่าอันนี้ต้องมา อย่าพลาดเชียวววว

ร่อนทองเสร็จ ท้องก็เริ่มร้องอีกครั้ง เลยแวะไปเติมความหวานกับนางเอกที่ทั้งสวย หวาน ทานอร่อย อย่างสตรอว์เบอร์รี่ดีกว่า! แหมะ .. มาญี่ปุ่นทั้งทีจะพลาดสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตไปได้อย่างไรกัน อย่างที่บอกว่าเกาะนี้มีทุกอย่างที่อยากได้จริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ โดยคราวนี้เราแวะมาที่ “Saito Farm” ซึ่งเจ้าของฟาร์มถือเป็นเกษตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับแนวหน้าของเกาะกันเลยทีเดียว

หลังจากเก็บไปชิมไปจนหนำใจแล้ว เราก็ข้ามฟากมายังร้าน “Fruit Cafe” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจการเจ้าของเดียวกันนี่ละ ร้านนี้มีบริการขนมหวานหลากหลาย โดยเฉพาะผลไม้แช่แข็งไม่ว่าจะสตรอว์เบอร์รี่ แอปเปิ้ล พลับ ที่สไลซ์มาเสิร์ฟเป็นแผ่นบาง หอม หวาน เย็น ชื่นใจ ราดนมข้นหวานๆ มันๆ เพิ่มเข้าไปนะ ยกมาเท่าไหร่ก็หมด บอกเลย!

เอาละ .. เติมพลังเรียบร้อยก็ไปเล่นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังต่อด้าย! ซึ่งกิจกรรมนี้แหละที่จะเป็นการการันตีได้อย่างแจ่มแจ้งเลยว่าบนเกาะซาโดะแห่งนี้มีทุกอย่างจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ลานสกี! ใครจะกล้าคิดว่าที่ญี่ปุ่นจะมีลานสกีอยู่บนเกาะ! แต่ด้วยพื้นที่ไซส์ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเกาะโอกินาว่า ทำให้บนเกาะซาโดะแห่งนี้มีลานสกี “Sado City Daira ski hills” ไว้คอยรองรับนักท่องเที่ยวสายลุยที่ชอบท้าความหนาวกันในช่วงฤดูหนาวด้วย .. ก็บอกแล้วว่าเกาะเดียวเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ อ้อ แต่ลานสกีตรงนี้เป็นพื้นที่ทางการทหารนะ จึงต้องมีการโทรแจ้งก่อนขึ้นเขาไปยังลานสกีด้านบน เดชะบุญเหลือเกินที่เรามีเพื่อนในท้องถิ่นพาไป ไม่งั้นคงได้วนรถกลับกันแล้วละ .. แม้ลานสกีด้านบนจะมีขนาดไม่กว้างใหญ่นัก แต่ความดีที่คนรักกีฬาบนหิมะต้องถูกใจคือมันไม่พลุกพล่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสบาย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่นสกีแล้วไม่อยากล้มอวดประชาชีให้เขาหัวเราะกัน ; p

แม้จะเป็นครั้งที่สองของการมาเยือนเกาะซาโดะแห่งนี้ แต่ด้วยสภาพอากาศ และทัศนียภาพที่แปลกไป ทำให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้แตกต่างไปจากตอนที่มาครั้งแรกจริงๆ ถึงแม้ช่วงนี้อาจจะไม่มีทิวทัศน์เขียวๆ สดชื่นตาให้ได้เสพมากนักแบบในช่วงหน้าร้อน แต่ฤดูหนาวบนเกาะแห่งนี้ก็มีดีและดึงดูดเราได้ไม่แพ้ใคร บอกเลยว่ายังมีอีกหลายแห่งหลากกิจกรรมที่เรายังไม่ได้ทำ แล้วก็ยังไปได้ไม่ครบนะ เพราะเกาะนี้ของดีของเด็ดเขาเยอะเกินไปจริงๆ เอ๊ะ … หรือว่าจะวางแพลนรอบสามกันเลยดี?? เพราะต้องมีแน่นอน!

แนะนำ 2 ที่พัก 2 อารมณ์ บนซาโดะ
ถ้ารักวิวอาทิตย์อัสดง หลงใหลเรียวกัง

เราแนะนำ Hotel Azuma ที่พักแนว Traditional ที่ความเริ่ดอยู่ตรงที่มีสนามด้านหลังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดจิต ติด 1 ใน 100 สถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินในญี่ปุ่นกันเลยทีเดียวละ จากห้องพักมองเห็นวิวทะเลกว้างสุดสายตา ฟูกอุ่นนอนสบาย พร้อมอาหารสไตล์ไคเซกิจะที่จะทำให้รู้สึกฟิน! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click <

ชอบความสะดวก รักความคึกคัก มาพักตรงนี้

Ryokan Urashima จะตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการ แม้ชื่อจะชวนให้นึกถึงบรรยากาศเรียวกังลอยมา แต่บอกเลยว่าห้องพักเป็นคนละเรื่อง! เตียงนอนนุ่มสบาย ทันสมัยทุกกระเบียดนิ้ว ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แถมทำเลที่ตั้งอยู่ในละแวกเขตเมือง ใกล้ร้านสะดวกซื้อ เดินทางง่าย มีอาหารพร้อมเสิร์ฟทั้งแบบฝรั่งเศสและเจแปนิสต์ สไตล์ เอาใจเราไปเลย! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click <

Get Deeper

ข้อมูลลานสกีบนเกาะซาโดะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click

แหล่งค้าส่งปู Yayoshi Maru ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click < (Japanese)

Sunrise Jyogahama ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click

เรืออ่าง Tarai Bune ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > Click

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกาะซาโดะได้ที่ > Click <

AUTHOR

S.J.

สาว (เหลือ) น้อย ที่ชอบคิดว่าตัวเองยังเอ๊าะ
รักการแบกเป้ตะลุยโลก (โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย) ชอบที่จะได้
เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างของแต่ละตารางเมตรบนแผนที่ผ่าน
อาหารการกินและการเม้าท์มอยกับผู้คนท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง
แต่ยังไปได้ไม่กี่ประเทศเพราะทุนยังไม่อำนวย …
รวยเมื่อไหร่จะพาทุกคนในเว็บนี้ไปให้ได้ ไม่เชื่อคอยดู!

Facebook : มนุษย์ป้าพาเที่ยว
Instagram : yui_zaa

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น