Rain Tree Residence

เอนกายใต้ร่มจามจุรี สัมผัสที่พักบรรยากาศดีท่ามกลางขุนเขาแห่งดงพญาเย็น

Nakhon Ratchasima, Thailand

- November, 2018 -

อีกไม่ถึงสองเดือน นาฬิกาจะหมุนวนจนครบรอบ 365 วันอีกแล้วนะ เธอเดินผ่านการหมุนของโลกมากี่รอบแล้ว รู้สึกเหนื่อยบ้างมั้ย กับหลายสิ่งที่ตั้งใจทำเมื่อหลายร้อยวันที่ผ่านมา .. เอาละ! ลืมความเหนื่อยล้าทั้งหมดไป วางสิ่งที่แบกไว้ลงสักพัก  เพราะเราจะมาชวนเธอไปผ่อนคลาย เอนกายใต้ร่มเงาของต้นจามจุรี นอนหลับฝันดีท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาแห่งดงพญาเย็น เขาใหญ่ ที่โรงแรม Rain Tree Residence ซึ่งเนรมิตทุกพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด .. ปล่อยให้ธรรมชาติหมุนรอบตัวเรา แล้วชาร์จพลังให้ชีวิตซะบ้าง จะได้มีแรงสู้ต่อไปในปีหน้านะ : )

ในฐานะคนชอบอ่านหนังสือ รวมถึงเคยเป็นคนเขียนหนังสือและคลุกคลีอยู่กับวงการสื่อสิ่งพิมพ์ สิ่งที่กำลังจะเลือนหายไปเหมือนหยดหมึกที่ซีดจางตามกาลเวลา เราจะรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ยังเห็นคนที่ให้ความสำคัญกับหนังสืออยู่ ฉะนั้นเราจึงค่อนข้างปลื้มปริ่มกับโรงแรมแห่งนี้มากเป็นพิเศษ เพราะ Rain Tree Residence เต็มไปด้วยหนังสือมากมายหลายประเภท วางไว้ให้หยิบอ่านได้ทั้งในห้องนอน ห้องสมุด รวมถึงมีมุมอ่านหนังสืออยู่แทบจะทุกอณูพื้นที่ของโรงแรม อาจเพราะนี่เป็นหนึ่งในความตั้งใจของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ (Nanmeebooks) ที่ต้องการสร้าง Nature Learning Space หรือ พื้นที่การเรียนรู้ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและไม่ยึดติดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ เพื่อย้ำถึงวัตถุประสงค์ของสำนักพิมพ์ที่ต้องการส่งเสริมการอ่านและมุ่งมั่นตั้งใจให้คนไทยเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต แน่นอนว่า การเรียนรู้นั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดอยู่แต่เพียงในหนังสือหรือห้องเรียนเช่นเดียวกัน

จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้มีเพียงคอนเซปต์ Nature Learning Space เพียงเท่านั้น แต่ด้วยหนังสือมากมายที่วางเรียงรายอยู่ทุกมุมของโรงแรมทำให้เรารู้สึกว่า หากจะนิยามที่นี่ว่าเป็นโรงแรมหนังสือก็คงไม่ผิดนัก เพราะภายในห้องสมุดส่วนกลางนั้นมีหนังสือให้เลือกอ่านมากกว่า 1,000 เล่มเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมหนังสือที่วางไว้ให้อยู่ในห้องพักแต่ละห้องและตามจุดพักผ่อนต่างๆ ภายในโรงแรมอีกนาจา สมชื่อนานมีบุ๊คส์จริงๆ

ห้องสมุดของโรงแรม เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แห่งการพักผ่อน คนที่เข้าพักในโรงแรมสามารถมายืมหนังสือไปอ่านที่ห้องนอนหรือที่อื่นๆ ภายในโรงแรมได้ แค่เซ็นชื่อยืม – คืน เท่านั้นเอง

สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาพักที่นี่ต้องฟินแน่ เพราะสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็คือสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์นี่เองจ้าา

นอกจากหนังสือมากมายที่ขนกันมาเอาใจหนอนหนังสือแล้ว ที่เก๋ไปกว่านั้นคือห้องพักทุกห้องจะถูกตั้งชื่อตามนักเขียนชื่อดังที่ทางสำนักพิมพ์เคยตีพิมพ์ผลงาน รวมถึงออกแบบและตกแต่งภายในห้องพักตามเรื่องราวและคำคมในหนังสือของนักเขียนคนนั้นๆ ฉะนั้นห้องพักแต่ละห้องจึงออกแบบไม่ซ้ำกันเลย ถ้าใครเคยมาพักห้องนี้แล้ว หนหน้าก็สามารถมาเข้าพักห้องอื่นๆ ได้ ไม่มีเบื่อแน่นอน

ห้องพักของ Rain Tree Residence แบ่งออกเป็นห้อง Rain Tree Deluxe เตียงคู่ จำนวน 20 ห้อง Rain Tree Suite เตียงเดี่ยว จำนวน 7 ห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องพักแบบ Family อีก 20 ห้อง ซึ่งนอนได้ห้องละ 3-4 คน รวมไปถึงมีห้องนอนรวมแบบ Dorm ที่สามารถนอนได้ห้องละประมาณ 20 – 30 คน อีก 4 ยูนิต สำหรับรองรับนักเรียนที่มาเข้าค่าย เพราะทางโรงแรมมีพื้นที่เรียนรู้ Go Genius Learning Center เพื่อเปิดต้อนรับทุกหน่วยงานที่ต้องการมาเปิดค่ายหรือจัดงานอบรมสัมมนาด้วย นับเป็นโรงแรมที่สมคอนเซปต์ Nature Learning Space จริงๆ

มีห้องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ด้วยนา เป็นห้อง Dorm แบบนอนรวม เวลาเด็กๆ มาพักก็จะได้อารมณ์เหมือนได้มาเข้าค่ายในฮอกวอตส์เลย

ห้องไฮไลท์ที่ทางโรงแรมภูมิใจนำเสนอมาก คือ ห้องแว่นแก้ว โดย ‘แว่นแก้ว’ คือพระนามแฝง (นามปากกา) ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงใช้ในพระราชนิพนธ์เรื่องสำหรับเด็ก .. ห้องนี้เป็นห้อง Suite Panorama View สามารถมองเห็นวิวภูเขาได้โดยรอบ มีระเบียง และโซฟาสำหรับพักผ่อนอ่านหนังสือแบบเพลินๆ เปิดให้จองและเข้าพักได้เหมือนห้องอื่นๆ เห็นแล้วแอบรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติแทนโรงแรมเหลือเกิน เพราะวันที่เปิดโรงแรมนั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มาร่วมในพิธีพร้อมลงพระนามาภิไธย “สิรินธร” ที่ป้ายชื่อของห้องแว่นแก้วด้วย

นอกจากคอนเซปต์เก๋ไก๋ที่ทำให้คนรักการอ่านตกหลุมรักโรงแรมแห่งนี้แล้ว คนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือก็อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีนะ เพราะบรรยากาศโดยรอบของโรงแรมก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน เนื่องจากเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะ ‘ต้นจามจุรี’ ความหมายของ ‘Rain Tree’ ตามชื่อของโรงแรม ที่มีตั้งเด่นสูงใหญ่ให้ร่มเงาอยู่เต๊มไปหมด ทำให้เรายิ่งรู้สึกผ่อนคลาย อยากถือหนังสือสักเล่มมานั่งอ่านนอนอ่านอยู่ใต้ต้นจามจุรีนี่แหละ ไม่อยากออกไปเที่ยวที่อื่นเลย 

ต้นไม้ทุกต้นในพื้นที่ของโรงแรม เป็นต้นไม้ตามธรรมชาติที่มีมาตั้งแต่ก่อนทางสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์จะเข้ามาซื้อที่ดินซะอีก ทางโรงแรมบอกว่า ต้นไม้ทุกต้น รวมถึงเนินเขาที่มีอยู่นั้น ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนหรือตัดแต่งอะไรเลย ทุกสิ่งที่เคยมี ยังคงไว้เหมือนอย่างที่เคยมี .. โรงแรมที่ให้เกียรติธรรมชาติแบบนี้ ใครได้มาก็ต้องตกหลุมรัก ว่ามั้ย : )

พื้นที่ของโรงแรมโดยรวมนั้นกว้างขวางมาก จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน โดยมีโซน A เป็นส่วนของพื้นที่แห่งการเรียนรู้ Go Genius Learning Center ซึ่งถูกจัดเป็นสถานที่สำหรับจัดค่าย อบรม สัมมนา หรือเวิร์คช็อป ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่พาเด็กๆ มาเข้าค่าย หรือองค์กรต่างๆ ที่พาพนักงานมาอบรม สะท้อนให้เราได้เห็นว่านานมีบุ๊คส์ต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับคนไทยตลอดทุกช่วงวัยจริงๆ 

สระว่ายน้ำของที่นี่เป็นสระเกลือ ตั้งอยู่ที่โซน A นั่นเองจ้า

เรามีโอกาสได้เข้าพักที่นี่ 2 วัน 1 คืน นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามากทุกวินาที เพราะถึงแม้จะไม่ได้ออกไปไหนไกลจากตัวโรงแรมเลย ก็ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ เนื่องจากที่โรงแรมมีกิจกรรมให้ทำมากมาย อยากลองทำผ้ามัดย้อมก็ได้ หรือถ้าอยากออกไปเที่ยวดูวิถีชุมชนตามโครงการ OTOP นวัตวิถี ใกล้ๆ กับโรงแรมก็จะมีชุมชนหมู่บ้านซับใต้ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในดงผญาเย็น สามารถติดต่อสอบถามกับทางโรงแรมให้พาไปเยี่ยมชมได้เช่นกัน ที่นั่นมีฟาร์มโคนมตามธรรมชาติ รวมถึงไร่ข้าวโพดให้เราได้ศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน เป็นบรรยากาศที่จะไม่สามารถสัมผัสได้แน่ ถ้าไปเที่ยวตามฟาร์มที่เขาเปิดไว้เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น

ถ้าใครไม่อยากไปไหนไกล ช่วงเย็นๆ แนะนำให้ออกมาเดินเล่น ดูวิว ถ่ายรูปแสงเย็น ด้านหน้าของโรงแรมเพราะว่าวิวสวยมากกกกกก ถ้าขยันหน่อยก็เดินขึ้นเขาไปอีกนิด ด้านบนจะเป็น จุดชมวิวภูอุทัย มีเนินกุ้ยหลินให้แวะถ่ายรูปชิลๆ เราว่ามันโคตรเป็นช่วงเวลาที่ดีในการปล่อยทิ้งเรื่องที่เหนื่อยล้ามาทั้งปี หยุดวิ่งตามโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน หันมาฟังเสียงลมหายใจของตัวเองบ้าง แล้วปล่อยให้ธรรมชาติหมุนรอบตัวเรา : )

สิ้นปี อากาศดีๆ แบบนี้ ขับรถใกล้ๆ ไปพักผ่อนที่เขาใหญ่กันนะ สนใจจองห้องพักที่ Rain Tree Residence สามารถจองตรงกับทางโรงแรมได้ที่เว็บไซต์ www.raintree-residence.com เบอร์โทรศัพท์ 02-662-3000 ต่อ 4420 หรือ 062-8753599 (คุณสิตา) ติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : Raintree.khaoyai จ้า

" .. The world is a book and those who do not travel read only one page .. "

Sharing is caring!

Related Post

ใส่ความเห็น