ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 139
    Shares

แผนเที่ยว “โยโกฮามา” เมืองท่าโรแมนติก ติดโตเกียว

One Romantic Day in Yokohama

- January, 2018 -

ถ้าจะเปรียบญี่ปุ่นเป็นเมืองไทย “โยโกฮามา” คงเหมือนเมืองปริมณฑลอย่าง นนทบุรี หรือปทุมธานี เพราะตั้งอยู่ติดกับโตเกียวมากกกก ชนิดที่ว่านั่งรถไฟไปแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง แต่โยโกฮามาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวแต่อย่างใดนะ หากแต่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคานากาวะ ที่ชื่ออาจไม่คุ้นหู แต่ว่าแต่ละเมืองของจังหวัดเขานี่ ระดับท็อปฮิตของญี่ปุ่นเลยนาจา ไม่ว่าจะเป็น โยโกฮามา คามาคุระ รวมถึงฮาโกเนะที่แสนโด่งดัง ซึ่งแน่นอนว่าเมืองเหล่านี้สามารถจัดแผนเที่ยวแบบ One Day Trip ไปชิลกันได้แบบสบาย รวมถึงใครที่จัดทริปเที่ยวโตเกียวแล้วรู้สึกอยากเปลี่ยนฟีลไปเมืองอื่นบ้าง ปักหมุดที่จังหวัดคานากาวะได้เลย โดยเฉพาะ “โยโกฮามา” เมืองท่าโรแมนติกที่เราจะพาไปสวีทหวานกันในแผนนี้ ทั้งนี้เราขอจัดแผนไว้แบบหลวมๆ นะ เพราะแต่ละสถานที่เหมาะสำหรับการซึมซับทุกนาทีของแต่ละโมเมนต์ที่เกิด มากกว่าการรีบเที่ยว รีบกลับ หรือถ้ามีเวลาเหลือมากๆ จะกลับไปช็อปปิ้งที่โตเกียวต่อก็ยังไหว!

ทำความรู้จัก “โยโกฮามา” กันสักเล็กน้อย

❤️  โยโกฮามา นับเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญของแดนปลาดิบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว อดีตเป็นเพียงหมู่บ้านประมงขนาดเล็ก แต่ก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวตามหน้าประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมาจนกลายเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ซึ่งนับว่าเป็นประตูสู่แดนอาทิตย์อุทัยอย่างในทุกวันนี้

❤️  ด้วยความที่มีพิกัดอยู่ติดกับมหานครโตเกียวแค่เอื้อมก้าว โยโกฮามาจึงได้รับอิทธิพลความล้นหลามจากประชากรที่หนาแน่นเกินคณานับของเมืองหลวง จนต้องเทกันมาอาศัยอยู่ตามเมืองบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างโยโกฮามา ฉะนั้นโยโกฮามาจึงได้รับตำแหน่งเมืองใหญ่อันดับสองรองจากโตเกียวไปโดยปริยาย โดยปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่กว่าสามล้านคน อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากที่สุดในแดนปลาดิบอีกด้วย




การเดินทางสู่เมืองโยโกฮามา

การเดินทางสู่เมืองโยโกฮามานั้นสามารถเลือกได้หลายเส้นทาง เพราะมีรถไฟหลายสายวิ่งผ่าน ที่สำคัญยังใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็จะถึงสถานีหลักของเมืองอย่าง Yokohama Station โดยสามารถเลือกวิธีการตามสะดวกได้ตามนี้เลย

1. รถไฟ JR Tokaido Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 25 นาที ราคา 470 เยน
2. รถไฟ JR Keihin-Tohoku Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 35 นาที ราคา 470 เยน
3. รถไฟ JR Yokosuka Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 32 นาที ราคา 470 เยน
4. รถไฟ Tokyu Toyoko Line จากสถานี Shibuya ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 28 นาที ราคา 270 เยน

หรือค้นหาวิธีการเดินทางเพิ่มเติมจากสถานีต้นทางอื่นๆ ได้ที่ Hyperdia 

เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวกันเลย!

แผนนี้ขอจัดแบบหลวมๆ เพราะแต่ละสถานที่ค่อนข้างเหมาะสำหรับการใช้เวลาอยู่ชิลเรื่อยๆ มากกว่า ฉะนั้นจะเดินทางออกจากโตเกียวสายหน่อยก็ได้นะ หรือจะแวะกินข้าวที่โตเกียวก่อนสักหนึ่งมื้อก็ตามแต่ใจ จากนั้นก็จูงมือคนข้างๆ ไปโรแมนติกที่โยโกฮามาด้วยกันเลย!




Yokohama Hakkeijima Sea Paradise

การเดินทาง : กรณีมาจากสถานี Tokyo นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku/Negishi Line ลงสถานี Shin-sugita จากนั้นต่อรถไฟ Seaside Line ซึ่งเป็นสายที่วิ่งตรงสู่อควาเรียม ลงสถานี Hakkejima แล้วเดินข้ามสะพาน Marine Gate สู่อควาเรียมได้เลย

ใช้เวลา : รวมทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ

ค่าเดินทาง : 950 เยน

สะพาน Marine Gate สำหรับเดินข้ามสู่อควาเรียม

อย่าว่าเรานะ ถ้าเราจะบอกว่าแอบชอบที่นี่มากกว่า ไคยูคัง (Aquarium Kaiyukan) อควาเรียมอันแสนโด่งดังของโอซาก้าเสียอีก อาจเป็นเพราะความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่มีน้อยกว่า ขนาดของพื้นที่ที่มากกว่า รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ก็มีมากมายจนเผลอใช้เวลาอยู่ที่นี่นานนับครึ่งวันเลยทีเดียว

“Yokohama Hakkeijima Sea Paradise” คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสนุกขนาดใหญ่ของโยโกฮามา ตั้งอยู่ริมทะเล ฉะนั้นบรรยากาศจึงชิลมากกก ถ้าไปช่วงที่อากาศกำลังดี จะได้กลิ่นอายของลมทะเลพัดมาให้รู้สึกสดชื่นตลอดเวลา โดยที่นี่แบ่งออก 3 โซน มีทั้งอควาเรียมสำหรับชมความน่ารักของสัตว์น้ำ และสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมากมายพอสมควร แต่เราไม่ได้ซื้อตั๋วสำหรับเข้าเล่นในสวนสนุกนะ เพราะแก่เกินวัยแล้ว (แฮร่) สำหรับแผนนี้จะขอพาไปทัวร์เฉพาะโซนอควาเรียมแล้วกันน้า : )

สำหรับคนที่อยากย้อนวัยเข้าสวนสนุกด้วย ก็ไปทางนี้ได้เลย

ถ้ายังไม่ได้จัดมื้อเช้ามาจากโตเกียว เชิญเลี้ยวมาฝากท้องที่ศูนย์อาหารก่อนได้นะ

สำหรับค่าเข้านั้นมีหลายประเภท หลายราคา สามารถเลือกซื้อได้ตามต้องการเลย จะเข้าสวนสนุก + อควาเรียม หรือจะเข้าอควาเรียมอย่างเดียวก็ได้จ้ะ

1. One Day Pass ตั๋วรวมทั้งอควาเรียม และสวนสนุก ราคา ผู้ใหญ่ 5,050 เยน / เด็ก (6-15 ปี) 3,600 เยน / ช่วงฤดูหนาว (1 ธ.ค. – 28 ก.พ.) จะลดราคาเหลือ ผู้ใหญ่ 4,550 เยน / เด็ก (6-15 ปี) 3,300 เยน

2. 4 Aquarium Pass ตั๋วสำหรับเข้าอควาเรียมทั้งสี่แห่ง ราคา ผู้ใหญ่ 3,000 เยน / เด็ก (6-15 ปี) 1,750 เยน

ดูราคาสำหรับตั๋วประเภทอื่นๆ เช่น ตั๋วสำหรับเที่ยวตลอดทั้งปี หรือตั๋วสำหรับเที่ยวในช่วงกลางคืน ฯลฯ ได้ที่ > Click

เอาละ .. รู้ราคาแล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่าอควาเรียมทั้งสี่ของ Yokohama Hakkejima Sea Paradise มีอะไรน่าสนใจบ้าง



Aqua Museum

อควาเรียมหลักที่รวบรวมเอาวิถีชีวิตของสัตว์ทะเลแสนน่ารักมาจัดแสดงให้ชม พื้นที่ภายในกว้างขวาง และคนไม่เยอะจนเกินไป ฉะนั้นจึงสามารถเดินชม เดินหยอกเล่นกับสัตว์ได้แบบชิลๆ ที่บอกว่าเดินหยอกล้อเล่นกับสัตว์นี่หมายความตามนั้นจริงๆ นะ เพราะสัตว์ที่นี่ดูมีอัธยาศัยดีมากกก นางดูมีความสุขและเอ็นจอยกับคนที่มาเยี่ยมชมนาง ที่ดูจะน่ารักและเรียกเสียงฮาได้ล้นหลามก็น่าจะเป็นเจ้าหมีขาว และวอลรัส ที่ว่ายน้ำโชว์ตัวไปมาอยู่ในตู้ แถมยังว่ายมาทักทายใกล้ๆ แบบชิดติดขอบกระจกอีกด้วย น่ารักมากๆ

ดูดู๊ นางเล่นน้ำสบายใจเฉิบเลยยย

วอลรัสตัวใหญ่มากกกกกก ว่ายมาเล่นกับคนด้วยนะ

อยากจุ๊บชั้นหรอ พวกมนุษย์ ด๊ายยย คิสสิคิสสส ; p

Dolphin Fantasy

โซนนี่ขอบอกว่าเลิฟเลย! เพราะเป็นติ่งพี่โลมาอยู่แล้ว มีโลมาหลากหลายสายพันธุ์นำมาจัดแสดงให้เราสัมผัสความน่ารักกันแบบใกล้ชิด แถมยังมีโชว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โชว์โลมา แมวน้ำ และสิงโตทะเล ให้ชมกันแบบเพลินๆ อีกด้วย

เราว่าที่นี่เขาทำโชว์สนุกดี ขนาดคนไม่ค่อยอินกับโชว์ของสัตว์ต่างๆ อย่างเรา ยังเผลอยิ้มตลอดจนจบโชว์เลย .. มีโอกาสได้ฟังจากคนญี่ปุ่นที่ทำงานโชว์กับสัตว์น้ำ เขาบอกว่า เขาจะมีความผูกพันกับสัตว์ที่เขาฝึกมากๆ ใครฝึกกับตัวไหนก็ต้องแสดงคู่กับตัวนั้นไปตลอด เพื่อที่จะได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ก็เลยคิดว่าเป็นอาชีพที่ต้องใจรักและยากพอดูเลย ฉะนั้นใครมีโอกาสได้ไปที่นี่ก็อย่าลืมรอดูโชว์กันด้วยนะ ยิ่งถ้ามีเจ้าตัวเล็กไปด้วย รับรองว่าจะต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจอย่างแน่นวล



รักใครให้ขอคิสสสส ^3 ขนาดเจ้าฉลามวาฬยังอยากจะแจม : D

Umi Farm และ Fureai Lagoon

สองโซนนี้จะอยู่ใกล้กันซึ่งอยู่ติดริมทะเลเลย เป็นโซนที่เด็กๆ ต้องชอบอีกแล้ว (อันที่จริงผู้ใหญ่อย่างเราก็ชอบนะ ><) เพราะสามารถจับ และสัมผัสสัตว์ทะเลต่างๆ เช่น สิงโตทะเล โลมา และไฮไลท์อย่าง วาฬเบลูก้า ได้อย่างใกล้ชิดแบบไม่กระจกกั้นเลย

“วาฬเบลูก้า” นับเป็นไฮไลท์ของ Fureai Lagoon ค่ะ ถึงแม้รูปพรรณสัณฐานจะเหมือนโลมาเป็นอย่างมาก แต่จริงๆ แล้วเป็นสัตว์ในตระกูลวาฬนะ ความน่ารักของมันอยู่ที่ใบหน้าเด๋อๆ ชวนฮา ที่มีหัวปูดๆ เหมือนไปว่ายชนอะไรมา (ฮาาาา) ซึ่งนิสัยมันก็น่ารักมากเลยนะ ฉลาด และสามารถส่งเสียงร้องได้หลายเสียงมาก โดยตรงโซนนี้เขาจะเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับเจ้าวาฬเบลูก้าแบบเนื้อถึงเนื้อเลยทีเดียว อ้อ อย่าลืมล้างมือก่อนสัมผัส แล้วก็ทำตามกฎที่เขากำหนดไว้ด้วยแล้วกันน้า : )

Osanbashi Pier

เดินทางจาก : Yokohama Hakkejima Sea Paradise

วิธีการเดินทาง : จากสถานี Hakkejima นั่งรถไฟ Seaside Line กลับมาลงสถานี Shin-sugita แล้วต่อรถไฟ JR Keihin-Tohoku สาย Negishi Line ลงสถานี Yokohama จากนั้นต่อรถไฟ Tokyu Toyoko สาย Minato mirai Line ลงสถานี Nihon-odori แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ใช้เวลา : รวมทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง

ค่าเดินทาง : 740 เยน

ใครที่ไม่ใช่สายเดิน อาจจะรู้สึกว่ามันไกล๊ไกลจากสถานีรถไฟ Nihon-odori แต่เชื่อเถอะว่าเดินเพลิน เพราะวิวสองข้างทางสวยแจ่มทีเดียว

ชื่อเต็มๆ คือ “The Osanbashi International Passenger Terminal” นอกจากชื่อจะยาวมากกกกแล้ว ยังนับว่าเป็นท่าเรือที่สวยมากกกกกอีกด้วย ทั้งยังพ่วงมาด้วยตำแหน่งท่าเรือเก่าแก่ที่สุดในเมืองโยโกฮามาซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยที่โยโกฮามายังเป็นเพียงท่าเรือเล็กๆ ของหมู่บ้านชาวประมง




การันตีความโรแมนติกแบบชิคๆ คูลๆ ด้วยการถ่ายพรีเวดดิ้ง เห็นมีหลายคู่เลยที่มาถ่ายกันที่นี่

ปัจจุบัน Osanbashi Pier ถูกนำมารีโนเวทและออกแบบใหม่ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวโยโกฮามาหรือจะว่าเป็นสวนสาธารณะที่มีดีไซน์ล้ำยุคนำสมัยก็ว่าได้ โดยจากที่นี่เราจะสามารถมองเห็นวิวฝั่ง Minato Mirai ได้อย่างสวยงาม ที่สำคัญ ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ฉะนั้นขอแนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ นะ เพราะนอกจากจะได้นั่งดูพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเพิ่มความโรแมนติกแล้ว ยังสามารถชมวิวยามค่ำคืนของเมืองโยโกฮามาต่อได้อีกด้วย .. แต่ถ้าอยากรู้ว่าโรแมนติกขนาดไหน คงต้องลองชวนคนข้างๆ ไปดูเองแล้วล่ะนะ : )

แสงสุดท้ายกำลังจะลาลับ เป็นสัญญาณบอกว่า "ได้เวลาตั้งกล้องแล้ววว"

" .. I want to make a lot of memories with you .. "





ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 139
    Shares

ใส่ความเห็น