ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 481
    Shares

บุกเมืองเอโดะจิ๋ว "Kawagoe" ชิล ชิค ถ่ายรูปสวย

One Day in Kawagoe

- September, 2019 -

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเดินเล่นในย่านเมืองเก่าที่เขาเรียกกันว่า “เอโดะจิ๋ว” จะชิลเวอร์ขนาดนี้ ปกติเราเป็นสายธรรมชาติ ยังต้องยอมรับว่าการเดินเล่นในญี่ปุ่นนี่มันเพลินดีจริงๆ ขนาดว่าไปช่วงฤดูร้อนที่อากาศแทบไม่ต่างจากเมืองไทย ยังเอ็นจอยวอร์คกิ้งสุดๆ คงเพราะได้บรรยากาศช่วงซัมเมอร์ที่มีคนญี่ปุ่นพร้อมใจกันแต่งชุดยูกาตะออกมาเที่ยว ยิ่งทำให้เมืองคาวาโกเอะแห่งนี้ดูเหมือนยุคเอโดะยิ่งขึ้นไปอีก ฉะนั้นถ้าใครมีแพลนไปเที่ยวโตเกียวแล้วอยากเลี้ยวไปเที่ยวเมืองอื่นใกล้ๆ เราว่า Kawagoe” ควรอยู่ในลิสต์เป็นอย่างยิ่ง!




ปอลอตัวโตๆ * คาวาโกเอะเป็นเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ ซึ่งอยู่ใกล้โตเกียวมากกว่าที่คิด สามารถนั่งรถไฟมาได้โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น! นี่จึงเป็นทริปที่จะทำให้เธอได้สัมผัสกับความคลาสสิคของแดนปลาดิบในยุคเอโดะแบบใกล้โตเกียวแค่เอื้อมก้าว ใครมีความใฝ่ฝันว่าอยากใส่ชุดยูกาตะเดินเล่นถ่ายรูปในย่านเมืองเก่า ไม่ต้องไปไกลถึงเกียวโตแล้ว นั่งรถไฟไปคาวาโกเอะ รับรองได้รูปเปลี่ยนโปรไฟล์แน่นวล : )

การเดินทาง

ทริปนี้เราตั้งใจมาเที่ยวโตเกียวช่วงฤดูร้อน ก็เลยมองหาเมืองอื่นใกล้โตเกียวที่สามารถไปเที่ยวแบบเช้า – เย็นกลับได้ สารภาพว่านี่ก็เพิ่งรู้ว่าไซตามะนั้นอยู่ใกล้โตเกียวพอๆ กับโยโกฮาม่าเลย หลังจากที่เคยไปโยโกฮาม่ามาแล้ว ทริปนี้ก็เลยขอมาเที่ยวไซตามะดูบ้าง ซึ่งเราสามารถนอนที่โตเกียวได้เลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่นอนแต่อย่างใด

หลังจากสองเท้าก้าวลงแผ่นดินแดนปลาดิบที่คุ้นเคย เราก็เดินทางไปพักย่านอุเอะโนะซึ่งเป็นย่านโปรดที่พักประจำเวลามาเที่ยวโตเกียว แต่คราวนี้ลองเปลี่ยนวิธีเดินทางเข้าเมืองดูบ้าง จากที่เคยนั่งรถไฟ Keisei Skyliner ซึ่งต้องเดินไปต่อรถไฟใต้ดินอีกหนึ่งต่อ เพราะที่พักของเราไม่ได้อยู่ตรงสถานี Ueno แต่อยู่ตรงสถานี Iriyaguchi เดินลากกระเป๋าไกลพอสมควร ทริปนี้ก็เลยลองใช้บริการรถรับส่งสนามบินดูบ้าง อยากมีอารมณ์แบบราชรถมาเกยแล้วก็ไปส่งลงหน้าที่พักเลยแบบไม่ต้องเดิน เพราะเหนื่อยจากการเดินทางมาพอแล้ว ซึ่งเราสามารถจองบริการรถรับส่งสนามบินนี้ผ่านเว็บไซต์ Traveloka Airport Transfer ได้เลยค่ะ




เมื่อจองผ่านเว็บและได้คอนเฟิร์มทางอีเมลแล้ว เขาจะแจ้งไว้เลยว่าคนขับจะมารอรับเราที่ไหน ซึ่งปกติก็ตรงประตูผู้โดยสารขาออกนั่นแหละ คนขับจะมายืนถือป้ายชื่อชัดเจน แล้วพาเดินไปขึ้นรถตรงบริเวณลานจอดรถของสนามบิน สะดวกสบายมาก

รถที่เราจองเป็นแบบคันใหญ่เลย สามารถนั่งได้ถึง 5 คน มีพื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทางได้หลายใบ มีฟรีไวไฟให้ในรถ ส่วนเวลาการเดินทางนั้นแทบจะพอๆ กับนั่งรถไฟเลยค่ะ อาจจะช้ากว่านิดในกรณีที่เดินทางช่วงรถติด แต่ข้อดีคือรถจะขับไปส่งตรงถึงหน้าโรงแรมเลย เราไม่จำเป็นต้องเดินลากกระเป๋าหาโรงแรมให้เมื่อย เหมาะสำหรับคนที่เดินกันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว ยิ่งมีเด็กหรือผู้สูงอายุยิ่งสะดวกสบาย แนะนำเอาไว้เผื่อใครกำลังมองหาอีกทางเลือกในการเดินทางเข้าเมืองค่า

คาวาโกเอะ เอโดะใกล้โตเกียว!

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าไซตามะนั้นเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้โตเกียวกว่าที่คิดค่ะ โดยเฉพาะเอโดะจิ๋วอย่าง “คาวาโกเอะ” นี่ยิ่งใกล้และเดินทางสะดวกกว่าที่คิดมาก สามารถนั่งรถไฟ Tobu Tojo Line จากสถานี Ikebukuro ไปลงที่สถานี Kawagoe โดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แล้วต่อรถเมล์ไปลงยังย่านเมืองเก่าได้เลย




รถเมล์ที่จะพาเราไปยังย่านเมืองเก่านั้นอยู่ตรงทางออก East Exit นะคะ เดินออกมาจะเห็นป้ายรถเมล์เต็มไปหมดเลย เราเลี้ยวลงขึ้นรถบัสป้ายที่ 1 ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงย่านเมืองเก่าแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะลงผิดป้าย เพราะมีเพื่อนลงเยอะค่ะ

บางคนเขาก็ใช้วิธีเดินเที่ยวเอาจากสถานี Kawagoe เลย แต่เรามาช่วงฤดูร้อน มันร้อนมาก เดินม่ายไหว ขอนั่งรถเมล์แอร์เย็นๆ ดีกว่า ถ้าใครมาช่วงซัมเมอร์ แนะนำให้มาช่วงเช้าไม่ก็เย็นไปเลยนะคะ ประมาณ 4 โมงก็ยังคึกคักอยู่ ร้านรวงยังเปิดอยู่แทบทุกร้าน แต่ถ้าอยากเช่ายูกาตะใส่ให้มาช่วงเช้าน่าจะดีกว่า เพราะร้านเช่ายูกาตะส่วนใหญ่จะระบุให้คืนประมาณ 4-5 โมงค่ะ ถ้ามาเย็นจะใส่ได้ไม่คุ้ม ส่วนเรามาช่วงเย็น ก็เลยอดเช่ายูกาตะใส่ถ่ายรูปเลย Y.Y

แลนด์มาร์กของที่นี่คือ Toki no kane หรือหอระฆังที่อยู่คู่เมืองคาวาโกเอะแห่งนี้มาตั้งแต่ยุคเอโดะเลยล่ะค่ะ ซึ่งเป็นหอระฆังที่ใช้ตีเพื่อบอกเวลาจริงๆ แต่ที่เห็นนี่ไม่ใช่รุ่นออริจินอลนะ เพราะของเก่านั้นถูกไฟไหม้ไปในช่วงปี ค.ศ. 1893 ก็เลยต้องสร้างใหม่ขึ้นมาแทนหอเก่าที่ถูกไฟไหม้ไปค่ะ

บริเวณนี้จะมีของอร่อยเรียงรายไว้ยั่วน้ำลายตลอดทาง และที่ดูจะฮ็อตสุดในช่วงฤดูร้อนก็เห็นจะเป็นไอศครีมนี่แหละค่ะ ดับร้อนได้ดีจริงๆ

ดังโงะก็อร่อยยย เห็นมีขายทุกฤดูกาล ถึงแม้จะดูเหมาะกับฤดูหนาวมากกว่า แต่คนนี่ต่อแถวซื้อยาวเลยล่ะค่ะ

ใครเป็นสาวกมัทฉะห้ามพลาดร้านนี้เลยค่ะ “Sa Wa Wa” ร้านนี้เป็นแหล่งรวมชาเขียวเลยทีเดียว มีทั้งชาเขียวร้อน เย็น ไอศครีม รสชาติเข้มข้นได้ใจคนรักชาเขียวมากกก

หรือจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ แบบนี้ก็เก๋ไม่หยอก

ร้านใหญ่แบบสตาร์บัคส์ก็ไม่พลาดมาตั้งอยู่ในย่านนี้ นี่ถ้ามีร้านสตาร์บัคส์ตั้งแต่สมัยยุคเอโดะ หน้าตาการออกแบบตกแต่งร้านก็คงจะประมาณนี้ล่ะม้างง

อ้ะๆ สายช็อปอย่าเพิ่งปิดหนีจ้ะ เพราะนอกจากของกินแล้ว ตลอดทั้งเส้นถนนยังมีร้านค้าให้ช็อปปิ้งมากมาย ทั้งเสื้อผ้า ของฝาก ของกระจุกกระจิก ไม่เว้นแม้แต่ของเล่นแบบโบราณของญี่ปุ่นค่ะ ไม่ทิ้งฟีลเอโดะจิ๋วจริงๆ

กินจนอิ่ม ช้อปจนเพลินแล้ว ก็เดินเล่น หามุมสวยๆ ถ่ายรูป ยืนแอ็คตรงมุมไหนก็เก๋ไปหมด เราว่าใครชอบถ่ายรูปน่าจะถูกอกถูกใจกันน่าดูจ้า


ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 481
    Shares
Tags:

One thought

ใส่ความเห็น