Maldives ; Take me back to the sea!

มัลดีฟส์เปิดประเทศแล้ว เตรียมตัวไปติดเกาะกัน!

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว อีกหนึ่งประเทศที่เราคิดถึงมากกกก ก็คือมัลดีฟส์นี่แหละ เราว่ามัลดีฟส์เป็นประเทศที่คนรักทะเลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง! ล่าสุดได้ข่าวว่ามัลดีฟส์ประกาศเปิดประเทศแล้วเรียบร้อย และกำลังเตรียมตัวสำหรับแคมเปญ 3V (Visit, Vaccinate, Vacation) ฉีดวัคซีนให้นักท่องเที่ยวฟรี! หลังจากที่ประชาชนชาวมัลดีฟส์ได้รับวัคซีนครบทั้งหมดแล้วด้วย ซึ่งใกล้เต็มทีแล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้เขาฉีดวัคซีนกันไปเกินครึ่งของประชากรทั้งประเทศแล้ว ~

มาดูเงื่อนไขสำหรับการไปเที่ยวมัลดีฟส์ในช่วงนี้กัน : )

  • คนไทยสามารถไปเที่ยวได้ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า
  • ต้องมีผลตรวจโควิดแบบ PCR เป็นลบ (ภายใน 72 ชั่วโมง)
  • ไม่ต้องฉีดวัคซีนไปก่อน ไม่ต้องกักตัวเมื่อไปถึง เพราะเขายืดหยุ่นสำหรับรีสอร์ทบนเกาะที่มีพนักงาน 95% ได้รับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งรีสอร์ทหลายแห่งตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว และพนักงานแทบทั้งหมดก็ได้รับวัคซีนเรียบร้อยแล้ว Veligandu Island Resort ที่เราเคยไปพักในรีวิวนี้ก็ฉีดวัคซีนให้พนักงานครบแล้วเช่นกัน 
  • ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเดินทางกลับไทย ยังต้องกักตัว 14 วันอยู่นะคะ และปัจจุบันผู้เดินทางต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกักตัวเองค่ะ

ปล. สามารถอัพเดทข้อมูลหรือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ เพิ่มเติมในการเดินทางไปเที่ยวประเทศมัลดีฟส์ได้ที่ > Click <

แนะนำ : อาจจะลองแพลนเดินทางช่วงปลายปี สักประมาณเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปก็ได้ค่ะ แอบหวังไว้เล็กๆ ว่าเงื่อนไขในการเดินทางกลับประเทศไทยตอนนั้นอาจจะไม่ยุบยิบเท่าตอนนี้ หรืออาจจะลดวันกักตัวลงแล้วก็ได้ ที่สำคัญช่วง พ.ย. – เม.ย. ถือว่าเป็นไฮซีซั่นของมัลดีฟส์ด้วย ช่วงนี้ก็เก็บตังค์รอไปก่อนเนาะ เตรียมตัวไปติดเกาะกัน!

การเดินทางไปมัลดีฟส์

รู้สึกว่าปัจจุบันจะมีสายการบิน Singapore Airlines ที่ให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปมัลดีฟส์นะคะ ลองเข้าไปเช็คและจองตั๋วเครื่องบินจากเว็บไซต์หรือแอปฯ Traveloka ได้เลย มีให้เลือกหลายเที่ยวบินค่ะ โดยสนามบินหลักของมัลดีฟส์ คือ Ibrahim Nasir International Airport เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามบินโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงของมัลดีฟส์ คือ เมืองมาเล (Male) เมื่อลงจากเครื่องบิน ผ่านการรับกระเป๋าอะไรต่างๆ เรียบร้อย ก็จะมีพนักงานของรีสอร์ทต่างๆ มารอรับนักท่องเที่ยวเพื่อเดินทางต่อไปยังรีสอร์ทบนเกาะต่างๆ ค่ะ

จองตั๋วเครื่องบินไปมัลดีฟส์กับ Traveloka

สำหรับการเดินทางจากสนามบินไปยังเกาะของรีสอร์ทต่างๆ มีอยู่สามวิธี คือ Speed Boat, Sea plane และ Domestic Fight หรือเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งมีไฟลท์ค่อนข้างน้อยค่ะ เพราะใช้กับรีสอร์ทที่มีระยะทางไกลตั้งแต่ 100 – 300 กิโลเมตร แต่รีสอร์ทส่วนมากไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้น ฉะนั้นส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีเดินทางด้วย Speed Boat และ Sea plane นี่แหละ ส่วนจะเดินทางแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกรีสอร์ทด้วย ถ้ารีสอร์ทอยู่ใกล้ก็นั่ง Speed Boat ไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้ารีสอร์ทอยู่ไกลหน่อยก็จำเป็นต้องนั่ง Sea plane ซึ่งแน่นอนว่าราคาแพงกว่า แต่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเที่ยวมัลดีฟส์ที่ไม่ควรพลาด เพราะวิวจากบน Sea plane นั้นงามอิหลีเด้อ และยากจะสัมผัสประสบการณ์นี้ได้จากประเทศอื่นๆ อีกด้วยค่ะ

ก่อนไปเรามีคำถามคาใจมากๆ อยู่หนึ่งข้อค่ะ คือน้ำทะเลที่มัลดีฟส์จะมีความใสและเป็นสีเทอควอยซ์แตกต่างจากสีน้ำทะเลบ้านเราจริงๆ หรือเปล่า พอถึงสนามบินก็ได้คำตอบเดี๋ยวนั้นโดยไม่ต้องรอให้ถึงรีสอร์ทเลย เพราะน้ำใสม๊ากกกก ใสจริงๆ และเป็นสีเทอควอยซ์แตกต่างจากน้ำทะเลบ้านเราจริงๆ ยิ่งอยู่บน Sea plane ยิ่งเห็นชัดเลยว่ามหาสมุทรอินเดียมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ คุ้มค่าต่อการเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิตจริงๆ 

รู้จัก ‘มัลดีฟส์’ กันก่อนสักนีส

มัลดีฟส์ เป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย แอบย้ำว่า มัลดีฟส์เป็น ‘ประเทศ’ นะคะ หลายคนเข้าใจว่า มัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะส่วนหนึ่งของประเทศศรีลังกา แท้จริงแล้วมัลดีฟส์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกา ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการังจำนวนมากกว่า 1,000 เกาะเลยทีเดียว โดยเกาะต่างๆ ของมัลดีฟส์ เขาจะเรียกกันว่า อะตอล  (Atoll) ซึ่งอะตอลต่างๆ จะไล่เรียงสีจากอ่อนไปเข้ม บ่งบอกถึงระดับความลึกของน้ำ โดยพื้นที่น้ำตื้นจะมีสีอ่อนและใสดุจคริสตัลจนสามารถเห็นฝูงปลาและปะการังได้อย่างชัดเจน จะบอกว่าเป็นจุดเด่นของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ




ที่พักในมัลดีฟส์

ถึงแม้ว่าภาพมัลดีฟส์ที่หลายคนรู้จักจะดูสวยหรู เอื้อมไม่ถึง แต่แท้จริงแล้วมัลดีฟส์ก็ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่มีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เกสท์เฮ้าส์ราคาถูกบนเกาะใหญ่ที่มีประชากรชาวมัลดีฟส์อาศัยอยู่ ไปจนถึงรีสอร์ทสุดหรูที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว ซึ่งเอาจริงๆ บางที่ก็ราคาไม่ได้แพงมากจนเอื้อมไม่ถึงค่ะ ส่วนรีสอร์ทที่เราเลือกพักคือ Veligandu Island Resort เป็นรีสอร์ทห้าดาวที่ราคาไม่เจ็บแสบมาก อยู่ในช่วงงบประมาณที่จ่ายไหว (แต่ก็ราคาแรงอยู่ T^T) แถมยังได้นั่ง Sea plane ด้วย ซึ่งราคาที่พักเขาจะมีให้เลือกเป็นแพ็คเกจด้วยนะคะ คือรวมค่าเดินทางไปรีสอร์ทจากสนามแบิน รวมอาหารและเครื่องดื่มครบทุกมื้อ บางช่วงอาจมีโปรโมชั่นแถมกิจกรรมพิเศษ เช่น Sunset Cruise ให้ด้วย เรียกว่าแพ็คเกจแบบ All Inclusive ถ้าจองแบบนี้ก็คือจ่ายครั้งเดียวจบเลยค่ะ สามารถเช็คราคาที่พักและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ > Click <




Veligandu Island Resort มีห้องพักทั้งหมด 81 ห้อง เป็นรีสอร์ทบนเกาะขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก เดินเท้าได้ทั่วเกาะแบบไม่เหนื่อยเท่าไร โดยห้องพักจะแบ่งเป็น Beach Villas 17 ห้อง และ Water Villas 64 ห้อง แน่นอนว่าไปมัลดีฟส์ทั้งที เราต้องเลือกพัก Water Villas เพื่อให้ได้บรรยากาศใกล้ชิดทะเลแบบที่ยากจะหาสัมผัสได้ที่ไทยโน๊ะ โดย Water Bungalow จะมี 3 โซนให้เลือก คือ ฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และโซนท้ายเกาะซึ่งจะเป็นบ้านพักสองฝั่งหันหลังชนกัน สำหรับโซนที่แนะนำคือฝั่งพระอาทิตย์ตกดินค่ะ เพราะได้รับการการันตีผ่านเว็บไซต์ TripAdvisor แล้วว่าสวยงามที่สุด! เนื่องจากฝั่งพระอาทิตย์ขึ้นจะมีแนวกั้นน้ำ มองออกไปอาจทำให้รู้สึกว่ามีอะไรมาขวางตา ส่วนโซนท้ายเกาะก็เป็นบ้านพักสองฝั่งชนกัน จึงอาจจะดูแออัดไปสักนิด ฉะนั้นฝั่งพระอาทิตย์ตกนี่แหละเหมาะเหม็ง! นอกจากวิวจะสวยที่สุดแล้วยังได้นอนตีพุงดูพระอาทิตย์ตกดินหน้าบ้านด้วย ฟินเวอร์ ~

ภายในห้องกว้างขวางพอสมควร มีเตียง โซฟา ห้องน้ำเป็นสัดส่วน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัว แอร์เงียบมาก จำได้ว่าเป็นที่พักที่หลับได้สนิทที่สุดในชีวิตเลยเพราะเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวนตอนกลางคืนเลยล่ะค่ะ
Villas ต่างๆ จะมีให้เลือกสองแบบนะคะ คือ แบบมี Jacuzzi และไม่มี ส่วนตัวเราเลือกแบบมี Jacuzzi จะได้แช่น้ำ จิบไวน์ มองทะเลน้ำใสๆ แบบฟินๆ เป็นความสุขที่เหนือคำบรรยายจริงๆ 
ไฮไลท์ของ Water Villas คือสามารถเดินสวยๆ ลงเล่นน้ำทะเลได้จากระเบียงหน้าวิลล่าเลย น้ำใสมากกก ใสมากจริงๆ 

แค่เดินลงจากวิลล่าก็สามารถ Snorkeling ได้ง่ายๆ เลย โดยรีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ยืมค่ะ (บางรีสอร์ตคิดค่ายืม) แต่เราเตรียมไปเอง ส่วนทัศนียภาพใต้น้ำก็อาจตะขึ้นอยู่กับแต่ละรีสอร์ทที่เลือกด้วย เพราะบางที่จะอุดมไปด้วยปะการังรอบเกาะของรีสอร์ท แต่บางที่อาจมีแค่เศษปะการังเล็กน้อย แต่รับรองว่าน้ำใสกิ๊กทุกที่ และอาจมีโอกาสได้ทักทายกับฉลามและปลากระเบนที่ว่ายมาเซย์ไฮถึงหน้าบ้านอีกด้วยล่ะ

นอกจากกิจกรรมดำน้ำ ถ่ายรูปเก๋ๆ กับทะเลมัลดีฟส์ที่วิลล่าแล้ว เราสามารถเดินเล่นได้รอบเกาะเลยนะคะ มีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกพอสมควร เช่น ฟิตเนส ปิงปอง สนุ๊กเกอร์ ฯลฯ เวลาหิวก็เดินไปที่ร้านอาหารส่วนกลางได้เลย ถ้าจองแพ็คเกจแบบ All Inclusive จะเป็นราคาที่รวมอาหารทุกมื้อ พร้อมเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่อั้นไว้แล้ว หรือถ้าใครจองแค่ห้องพักอย่างเดียว เขาก็จะมีแต่อาหารมื้อเช้าให้ ส่วนมื้ออื่นๆ ก็จ่ายค่าอาหารเหมือนเวลาไปโรงแรมในไทยปกติ แต่ค่าอาหารก็จะโหดหน่อย สำหรับอาหารในแพ็คเกจจะเป็นแบบแบบบุพเฟ่ต์ มีเสิร์ฟ 3 มื้อ พร้อมของว่างทั้งวันค่ะ

อิ่มแล้วก็เดินเล่นรอบๆ เกาะสักหน่อย บนเกาะจะมีชายหาดส่วนกลาง สำหรับคนที่เบื่อวิลล่าก็มานั่งเล่น อาบแดดได้ค่ะ เราเห็นคนไทยบางคนเบื่อเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ แต่สำหรับฝรั่งนี่แค่มีหนังสือเล่มเดียวก็อยู่ได้เป็นวันๆ แล้วล่ะค่า

อีกหนึ่งกิจกรรมของเวลิกันดูที่แถมมากับแพ็กเกจ All Inclusive ที่เราจองไปก็คือ Sunset Cruise หรือการนั่งเรือโดนี่ (เรือท้องถิ่นประจำเกาะมัลดีฟส์) ออกไปดูแสงสุดท้ายกลางมหาสมุทรอินเดีย โดยกัปตันจะพาเราขับเรือตามหาฝูงโลมาด้วย ถ้าโชคดีก็จะได้เจอ แต่บางเที่ยวก็โชคร้ายไม่เห็นค่ะ ของเรานี่เกือบจะไม่ได้เห็นแล้ว กัปตันพาวนอยู่นานจนถอดใจหันเรือกลับรีสอร์ทแล้ว ดันเซอร์ไพรส์มาเจอใกล้ๆ รีสอร์ทนี่เอง เป็นโมเมนต์ที่โคตรพิเศษเลย เวลาได้เห็นฝูงโลมาแหวกว่ายอย่างอิสระอยู่กลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ~




สักครั้งในชีวิต ต้องพาตัวเองไปนั่งดูแสงสุดท้ายกลางมหาสมุทรอินเดียให้ได้นะคะ รับรองว่าเป็นโมเมนต์ที่สุดยอดจนลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ : )
แสงสุดท้ายบนเกาะก็สวยงามไม่แพ้กัน พระอาทิตย์ตกริมทะเล ไม่ว่าที่ไหนก็สวยจริงๆ
กลับไปฟินต่อที่ห้อง เปิดไวน์จิบพลางซึมซับบรรยากาศแสงสุดท้ายที่คงไม่มีวันเลื่อนหายไปจากความทรงจำ

มัลดีฟส์นี่ถือว่าเป็น Dream Destinations ของเราเลยนะ เป็นการเสียเงินก้อนใหญ่ให้กับการเดินทางเหมือนกัน ซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็จะยอมจ่ายเพื่อซื้อความฝันนี้เหมือนเดิม เพราะความฝันในวันนั้นได้กลายมาเป็นความทรงจำที่แสนมีค่าในวันนี้ ในช่วงเวลาที่เราต้องหยุดเดินทางไปเกือบสองปีเต็ม เรายังคงยิ้มได้เวลานั่งดูรูปภาพเก่าๆ รู้สึกว่ายังมีหวังว่าสักวัน .. โลกคงจะกลับไปหมุนด้วยความสวยงามอีกครั้ง และเมื่อวันนั้นมาถึง หวังว่า ‘มัลดีฟส์’ จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนปักหมุดนะคะ เอาใจเศร้าๆ นี้ไปทิ้งที่ทะเลมัลดีฟส์กัน : )

Niichiiz *
Niichiiz *http://www.movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

นั่งรถไฟเที่ยว Kamakura-Enoshima อีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่มองเห็นฟูจิซัง!

ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้โตเกียว ลองจัดแพลนชิลๆ สักครึ่งวัน นั่งรถไฟไปเที่ยวจังหวัดคานางาวะ (Kanagawa) กันดีกว่า ฟังจากชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูใช่ไหมคะ แต่อันที่จริง คานางาวะคือจังหวัดที่หลายคนคุ้นเคยมากเลยนะ เพราะคานางาวะเป็นจังหวัดที่ตั้งของเมืองฮาโกเน่ (Hakone) และโยโกฮามา (Yokohama) สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นนั่นเอง...

Mojiko Retro เมืองท่าบรรยากาศยุโรป อีกหนึ่งเมืองถ่ายรูปสวยในคิวชู

ใครที่กำลังมองหาแพลนเที่ยว One Day Trip ชิลๆ จากฟุกุโอกะ แนะนำให้ปักหมุดที่เมืองนี้เลยค่ะ Mojiko Retro เมืองท่าที่บรรยากาศโรแมนติกแบบเกินเบอร์! ตั้งอยู่ที่จังหวัดคิตะคิวชู (Kitakyushu) ซึ่งอยู่ห่างจากฟุกุโอกะเพียงนิดเดียวเท่านั้น สามารถนั่งรถไฟมาเที่ยวแบบเช้า...

รวม 9 มุมถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิ แบบสวย Unseen ไม่ซ้ำใคร

เคยมีคำถามกับตัวเองตอนไปญี่ปุ่นครั้งแรกว่า “ทำไมคนเขาถึงตื่นเต้นกับภูเขาไฟฟูจินักหนานะ” ถึงกับพูดกันปากต่อปากว่า ถ้าไปญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วได้เห็นฟูจิซัง ก็จะได้ไปญี่ปุ่นซ้ำอีก ทำไมภูเขาไฟลูกนี้ถึงสำคัญกับคนญี่ปุ่นมากขนาดยกให้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมพลังใจของประเทศญี่ปุ่น .. เราไม่เคยเข้าใจ จนกระทั่งได้ไปเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยตาตัวเอง จากคนที่เคยมีคำถามมากมายในวันนั้น รู้สึกตัวอีกที เราก็กลายมาเป็นคนที่ตามล่าหามุมถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิแบบ Unseen เหมือนช่างภาพคนญี่ปุ่นบางคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตถ่ายแต่รูปฟูจิซังแล้วล่ะโพสต์นี้ก็เลยอยากมาแชร์...

อัพเดทขั้นตอนเข้าประเทศญี่ปุ่น พร้อมวิธีลงทะเบียน Visit Japan Web แบบละเอียด

กลับมาทวงบัลลังก์ "ประเทศในฝันของคนไทย" หลังจากเริ่มกลับมาเปิดประเทศและเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยอีกครั้ง "ญี่ปุ่น" ก็กลายเป็นประเทศที่หลายคนปักหมุดไว้อย่างรวดเร็ว! แต่ถึงแม้ว่าจะกลับมาเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทย 15 วัน เหมือนเดิม แต่ก็มีอะไรที่เพิ่มเติมมาจากเดิมเยอะเลยนะ โพสต์นี้เราก็เลยจะมาอัพเดทมาตรการการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นหลังกลับมาฟรีวีซ่าให้แบบละเอี๊ยดละเอียด ทุกขั้นตอนแบบ Step by...

นั่งรถไฟเลียบทะเลไปถ่ายรูป Chiwata Station สถานีรถไฟสุดคลาสสิคของนางาซากิ คิวชู

วงการนั่งรถไฟเล่นที่ญี่ปุ่น เข้าแล้วออกยากจริงๆ ใครที่ยังไม่เคยเข้าวงการนี้ ก็อยากให้ลองสักครั้งค่ะ เพราะญี่ปุ่นมีสายรถไฟและสถานีสวยๆ เยอะมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะสถานีดังๆ เช่น Kawaguchiko Station ที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ แต่สถานีรถไฟโลคอลในญี่ปุ่นหลายแห่งก็ดีงามจนกลายมาเป็นโลเคชั่นยอดฮิตใน Instagram ของคนญี่ปุ่น...

อัพเดทเที่ยวญี่ปุ่น Kyushu ~ Kansai หลังกลับมาฟรีวีซ่าอีกครั้ง!

แดนปลาดิบเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังกลับมาเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยเที่ยวได้เต็มอิ่ม 15 วันเหมือนเดิม โดยกฎการเดินทางเข้าประเทศก็ไม่ยุ่งยากแล้วค่ะ เพียงแค่ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม / ลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางที่ Visit Japan Web ซึ่งขั้นตอนนี้แนะนำให้ทำทุกคน เพราะเปรียบเสมือนการเขียนใบ...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่