ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 3.9K
    Shares

แชร์แผนเที่ยว “ตุรกี” 4 เมืองยอดฮิต อิสตันบูล อิซเมียร์ ปามุคคาเล่ และคัปปาโดเกีย

Amazing Itinerary Ideas for Turkey Trip

- August, 2019 -

รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าระยะหลังมานี้ “ตุรกี” กลายเป็นประเทศที่คนไทยสนใจและไปเที่ยวกันเยอะขึ้นมาก เพราะมีหลายคนอินบ็อกซ์มาปรึกษาในเพจ บ้างก็ขอแผนเที่ยว โพสต์นี้เราก็เลยจะมาแชร์แผนเที่ยวตุรกี เอาแบบให้ลอกตามแพลนกันได้เลย เพราะเป็นแผนสำหรับเที่ยว 4 เมืองยอดนิยมที่ยังไง๊ ยังไงก็ต้องปักหมุดเมื่อไปเที่ยวตุรกี!

Day 1 : Istanbul

การเดินทางไปตุรกีนั้นมีทั้งบินตรงและแวะเปลี่ยนเครื่อง สำหรับไฟลท์บินตรงจะใช้เวลาประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง โดยสายการบินที่ให้บริการแบบบินตรงก็เช่นเจ้าถิ่นอย่าง Turkish Airlines แต่เราไม่ชอบนั่งเครื่องบินนานๆ ค่ะ เลยรู้สึกว่าขอบินแบบเปลี่ยนเครื่องดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ลงมายืดแข้งยืดขา เลยเลือกบินกับสายการบิน Etihad แวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศอาบูดาบี ใช้เวลาในการเปลี่ยนเครื่องไม่นาน ประมาณ 3 ชั่วโมง ราคาตอนที่จิ้มได้คือ 18,xxx บาท ถือว่าโอเคเลย เพราะราคาตั๋วไปอิสตันบูลส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 20,xxx บาทขึ้นไป

สำหรับสายการบิน Etihad เราก็เห็นมีโปร 17,xxx – 18,xxx บาท ออกมาเรื่อยๆ นะ ยังไงลองเข้าไปติดตามเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินราคาถูกอย่าง Traveloka ไว้ รับรองว่าไม่พลาดโปรดีๆ แน่นอน หลายๆ ทริป เราก็เข้าไปเช็คราคาและจองตั๋วเครื่องบินผ่านทราเวลโลก้านี่แหละค่ะ จองง่าย ราคาดี ลองคลิกเข้าไปดูได้เลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปตุรกีกับ TRAVELOKA

ในอิสตันบูลเราพักที่ Ada Home Istanbul เป็นที่พักขนาดย่อม ราคาเป็นมิตร คืนละ 1,640 บาทเท่านั้นเองค่ะ ตั้งอยู่ในย่าน Taksim แต่ไม่จอแจ เพราะต้องเดินจากถนนสายหลักเล็กน้อย เหตุผลที่เลือกที่นี่เพราะเดินทางจากสนามบินสะดวก แล้วก็ง่ายต่อการนั่งเครื่องบินในประเทศเพื่อไปเที่ยวคัปปาโดเกียอีกด้วย 

เช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยก็เย็นแล้ว ไม่ทันได้ไปเที่ยวไหน เลยออกมาเดินเล่น ช็อปปิ้งย่านทักซิม คนเยอะคึกคักตลอดทั้งวันค่ะย่านนี้

Day 2 : Istanbul

วันแรกที่มาถึงก็เย็นแล้ว เราก็เลยไม่ค่อยได้เที่ยวที่ไหน แค่ออกไปเดินเล่น ปรับความคุ้นเคย ส่วนวันที่ 2 นี้ เราจะไปเดินเล่นย่าน Karaköy เป็นย่านชิลๆ ริมท่าเรือที่มีคาเฟ่ชิคๆ อยู่เยอะมาก สามารถเดินไปจากทักซิมได้เลยค่ะ ไม่ไกล ระหว่างทางจะผ่านตึกรามบ้านช่องที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป โอ๊ย เดินเล่นถ่ายรูปเพลินมากๆ

เรารีวิวคาเฟ่ในย่านคาราคอยเอาไว้ที่ลิงก์นี้ ใครสนใจคลิกเข้าไปอ่านได้นะ > Click <

Day 3 : Cappadocia

วันที่สามนี้เราจะเดินทางไปเมืองแห่งบอลลูน คัปปาโดเกีย ซึ่งเรียกว่าเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมของคนที่มาเที่ยวตุรกีเลย เราเช็คเอาต์ออกจากที่พักแต่เช้า เพื่อรีบไปขึ้นรถบัสของ Havabus ตรงจตุรัสทักซิมไปลงที่สนามบิน Istanbul Sabiha Gokcen International Airport (SAW) โดยเราจะเดินทางไปคัปปาโดเกียด้วยสายการบิน Turkish Airlines (TK7292) ไฟลท์ 08:40 น. ใช้เวลาบินไม่นานเลย ไปถึงสนามบิน Kayseri ตอน 10 โมง และจะเดินทางไปเที่ยวคัปปาโดเกียด้วยการเช่ารถขับ ซึ่งเราจองรถเช่ากับบริษัท Garenta ไว้ มีเคาน์เตอร์รับรถอยู่ในสนามบินเลยค่ะ จากนั้นก็ขับรถเข้าสู่เมืองคัปปาโดเกีย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นเอง

ที่พักคืนแรกที่เราจองไว้คือ Local Cave House เป็นที่พักยอดฮิตของเหล่า Instagrammable เดาว่าหลายคนต้องเคยเห็นภาพผ่านตา ถ้ากด Follow เจ้าพ่อไอจีอย่าง Jack Morris (@doyoutravel) ไว้ ซึ่งความดีงามมันไม่ได้อยู่แค่บรรยากาศและความสวยงามของที่พักอย่างเดียวนะ แต่ที่นี่ยังราคาถูกมาก ราคาที่เราจองได้คือ 56.70 Eur หรือประมาณ 2,160 บาท แต่ปกติห้องพักที่นี่จะสตาร์ทที่ราคา 1,300 บาทต่อคืนแล้วแต่ประเภทห้อง ถือว่าราคาถูกและคุ้มค่า เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกอเรเมเลย มีแหล่งร้านอาหารอยู่ฝั่งตรงข้าม แถมยังอยู่ใกล้จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกและดูบอลลูนตอนเช้าตรง Sunset View Point อีกด้วยค่ะ สามารถเดินเท้าขึ้นไปเองได้เลย

Sunset View Point เดินขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกได้เลย หรือจะตื่นแต่เช้าขึ้นไปดูบอลลูนก็ได้ แต่ตอนเราไปไม่มีบอลลูนขึ้น เพราะฟ้าปิด T^T

Day 4 : Cappadocia

ตื่นเช้าเพื่อไปถ่ายรูปบอลลูน แต่เราอดเห็นบอลลูน เพราะอากาศไม่ดี ฟ้าปิด T^T ก็เลยขับรถไปเที่ยวรอบคัปปาโดเกียแทน แวะที่ Goreme Open air Museum ก่อนที่แรก เสียค่าเข้าคนละ 25 ลีร่า (190 บาท) ค่าจอดรถ 7 ลีร่า ทัวร์ลงเยอะมากกกกก คนเยอะสุดๆ ใครจะไป แนะนำให้ไปถึงเช้าๆ หน่อยก็ดีค่ะ ไม่งั้นแย่งกันถ่ายรูปน่าดูเลย

จุดต่อมาที่เราไปคือ Rose Valley เป็นอีกหนึ่งพิกัดในคัปปาโดเกียที่คนนิยมมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกัน รวมถึงเป็นจุดที่เขาจะพามาขับ ATV สำหรับคนที่จอง ATV Tour ด้วย ฉะนั้นจะเห็นรถ ATV ซิ่งมาเป็นระยะๆ ถ้าใครสนใจขับ ATV สามารถถามหากับทางโรงแรมได้นะ ปกติแล้วค่าทัวร์ ATV จะอยู่ที่ประมาณ 30 Euro ต่อ 2 ชั่วโมงจ้า

ขับรถจาก Rose Valley ไปไม่ไกลนักจะถึงอีกจุดที่ห้ามพลาดนั่นก็คือ PASABAG (Monks Valley) เป็นจุดที่มีหินรูปร่างแปลกประหลาด เป็นที่รู้กันในนาม “ปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimneys)” เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติ เช่น ลม ฝน แดด และหิมะ ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนกลายเป็นปล่องๆ อย่างที่เราเห็นกัน คนโบราณเขามองว่ามันแลดูปลอดภัย ก็เลยขอเข้าไปอาศัยหลบภัยอยู่ด้านในซะเลย จึงกลายเป็นที่มาของการอาศัยอยู่ในถ้ำของคนที่นี่ในสมัยโบราณนั่นเองค่ะ

คืนนี้เราเปลี่ยนที่นอน เพราะอยากได้บรรยากาศที่พักหลายๆ ฟีล เลือกพักที่ Mithra Cave Hotel เป็นที่พักโด่งดังพอตัวเหมือนกันเพราะคนเข้าพักเต็มเลย เพราะบนดาดฟ้ามีจุดถ่ายรูปชิคๆ กับบอลลูน ซึ่งเอาเข้าจริง เดี๋ยวนี้โรงแรมแถวนั้นเขาจะประดับประดาดาดฟ้าให้มีที่นั่งถ่ายรูปกันใหญ่เลยค่ะ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นจุดขายไว้สำหรับเรียกแขกเข้าพักได้ ส่วนห้องพักที่นี่ก็กว้างขวาง ใหญ่โตดี ราคาที่เราจองได้คือ 85.00 Eur หรือประมาณ 3,245 บาทค่ะ

Day 5 : Izmir

วันนี้เราจะบินไปอิซเมียร์เพื่อไปเที่ยวปามุคคาเล และเมืองโบราณ Ephesus ซึ่งสายการบินในประเทศที่มีบินตรงจากสนามบิน Kayseri ไปสนามบิน Izmir คือ Pegasus Airlines พอบินมาถึงอิซเมียร์ เราก็เช่ารถกับบริษัท Goldcar เพื่อขับไปเที่ยวปามุคคาเลค่ะ จากสนามบินจะใช้เวลาขับรถไปประมาณ 3 ชั่วโมง เพราะปามุคคาเลตั้งอยู่ในเมืองเดนิซลี ไม่ใช่อิซเมียร์นะ ถึงก็เช็คอินเข้าที่พักก่อน โดยเราเลือกพักที่โรงแรม Venus Hotel ราคาถูกแต่ดีงาม อยู่ไม่ไกลจากปามุคคาเลเลยค่ะ ราคาที่จองได้ตอนนั้นคือ 955 บาท/คืน ราคานี้รวมอาหารเช้าด้วยนา มีสระว่ายน้ำอีกต่างหาก โอ๊ย คุ้มเกินคุ้ม!

พอเย็นย่ำเราก็ขับรถไปเที่ยวปามุคคาเล หรือที่คนไทยรู้จักกันอีกชื่อว่า ปราสาทปุยฝ้าย โดยที่นี่จะมีทางเข้า 2 ทางนะคะ คือด้านล่างกับด้านบน แนะนำว่าถ้าใครเช่ารถขับให้ขับขึ้นไปเข้าด้านบน (South Gate) จะดีกว่า เพราะจุดสวยๆ ที่เขาถ่ายรูปกันจะอยู่บนสุดเลย เห็นเพื่อนๆ ที่เคยไป เข้าทางด้านล่าง บ่นกันอุบว่าน้ำน้อย แล้วก็หาจุดถ่ายรูปยากด้วย ฉะนั้นเราว่าเข้าด้านบนเวิร์คกว่า แถมเข้ามาถึงก็จะเจอ นครโบราณเฮียราโปลิสเลยด้วย ส่วนค่าเข้านั้นเสียเท่ากัน คือคนละ 35 ลีรา มีค่าจอดรถอีกคันละ 5 ลีราจ้า

ที่ปามุคคาเลนี่ตอนเช้าเขาก็จะขึ้นบอลลูนกันนะคะ แต่ไม่เยอะเท่าคัปปาโดเกีย ใครอยากถ่ายรูปก็ตื่นเช้าหน่อย ถ้าอยากนั่งบอลลูนด้วยก็จองกับที่พักได้เลย ราคาถูกกว่าที่คัปปาโดเกียค่ะ

Day 6 : Selcuk

เช้าวันนี้เช็คเอาต์จากที่พักแล้วจะขับรถไปเซลจุก (Selcuk) ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครกรีกโบราณ เอฟิซัส (Ephesus) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของตุรกีค่ะ จากปามุคคาเลขับรถไปประมาณสองชั่วโมงครึ่ง คืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรม Villa Dreams น่ารักมากกก วิวสวยสุดๆ มีระเบียบให้นั่งดูวิวตรงหน้าห้อง แถมราคาเป็นมิตรด้วยค่ะ เราจองได้ 42 EUR หรือประมาณ 1,600 บาท/คืน เท่านั้นเอง

ตกเย็นนั่งดูแสงสุดท้ายที่ระเบียงหน้าห้องพัก ชิลสุดอะไรสุด วิวสวยขนาดนี้ แทบไม่อยากออกไปไหนเลย

มาถึงเซลจุกแล้วต้องแวะไปเที่ยวเมืองกรีกโบราณ Ephesus นะคะ ที่นี่เสียค่าเข้าคนละ 25 ลีร่า แนะนำว่าควรไปแต่เช้า เพราะช่วงบ่ายทัวร์จีนลง และถ้าใครไม่ได้ไปช่วงฤดูหนาว อากาศก็จะร้อนมากกกก ข้างในค่อนข้างกว้างค่ะ ต้องเดินไกลพอสมควร ฉะนั้นไปแต่เช้า คนไม่เยอะ แถมไม่ร้อน มันจะชิลกว่าช่วงกลางวันเยอะเลยค่า

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเมืองเซลจุคคือ Sirince เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา บรรยากาศอบอุ่นน่ารัก เมืองนี้เคยโด่งดังเพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่จะรอดพ้นจากวันสิ้นโลก คนก็เลยแห่ไปอยู่กันเยอะเลยในช่วงที่มีข่าวลือวันโลกแตกปี 2012 พอโลกไม่แตก Sirince ก็เลยกลายมาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของตุรกี ซึ่งสามารถขับรถจากเซลจุคไปประมาณแค่ 15 นาทีเท่านั้น ถ้าใครมาเซลจุคแล้วพอมีเวลา อยากให้ลองไปเที่ยวกันดูค่ะ บรรยากาศชิลมาก

Day 7 : Thailand

วันสุดท้ายนี้อาจจะตรงกลับไทยเลยก็ได้ หรือจะแวะนอนอิสตันบูลและเที่ยวต่ออีกสัก 1-2 คืนก็ได้ สุดแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนเลยนะคะ เพราะเราอยากวางแผนเอาไว้หลวมๆ เผื่อหลายคนนำไปปรับได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่โดยรวมแล้ว แผนเที่ยวนี้คือ 4 เมืองยอดนิยมของประเทศตุรกีที่แทบทุกคนต้องแวะไปเที่ยวอย่างแน่นอน ถ้าอยากอ่านรีวิวของแต่ละเมืองแบบละเอียดเพิ่มเติม สามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิวที่เราเคยเขียนไว้ที่ลิงก์นี้เลยจ้า > Click <

รีวิวเที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง Turkey

ชอบกด Like ใช่กด Share
  • 3.9K
    Shares
Tags:

ใส่ความเห็น