แผนเที่ยว "ฮาโกเนะ" นั่งรถไฟ ไต่รถรางภูเขา ขึ้นกระเช้า ชมฟูจิ กินไข่ดำ ล่องเรือโจรสลัด ด้วย Hakone Free Pass!

A Guide to Exploring Hakone

- January, 2018 -

เวลามีคนมาถามว่า “อยากเห็นฟูจิซัง จะไปดูที่ไหนดี” เราจะถามต่อว่า “ชอบฟีลแบบไหน เงียบสงบ ชิลๆ หรือผจญภัย” ถ้าเขาตอบกลับมาว่า “เงียบสงบ ชิลๆ” เราจะแนะนำ คาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) แต่ถ้าได้รับคำตอบว่า “วัยรุ่นอย่างเราก็ต้องผจญภัยเสะเพ่” เราจะแนะนำ ฮาโกเนะ (Hakone) แบบสุดตัวเลย .. อ้อ ยังมีจังหวัดชิซุโอะกะอีกที่นะที่สามารถเห็นฟูจิซังในมุม Unseen ได้ แต่ถ้าถามหาความวาไรตี้ในการเดินทาง ฮาโกะเนะนี่แหละ เหมาะเหม็งที่สุดแล้ว! .. สามารถ One Day Trip จากโตเกียวไปแบบเช้า เย็นกลับได้ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับหลากหลายรสชาติของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น นั่งรถไฟ ไต่รถรางภูเขา ขึ้นกระเช้า ล่องเรือโจรสลัด รวมถึงยืดอายุด้วยการกินไข่ดำอายุยืน ถ่ายรูปฟูจิซังในมุมที่ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้ที่คาวากูจิโกะ แถมตกเย็นยังได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกงามๆ ที่ทะเลสาบอะชิ (Lake Ashi) อีกด้วย แหมะ! มันจะฟินเวอร์วังอลังการอะไรขนาดน้าน ที่สำคัญ! ทั้งหมดนี้สามารถเที่ยวแบบประหยัดได้ด้วย “Hakone Free Pass” พาสสำหรับท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะโดยเฉพาะ สรรพคุณครบครันขนาดนี้ จุดหมายต่อไป .. ฮาโกเนะเลยมั้ยยู? : )

รู้จักเมืองฮาโกเนะ (Hakone) กันสักเล็กน้อย

“ฮาโกเนะ” นับเป็นหนึ่งเมืองออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดคานากาวะ (Kamakura) .. ชื่อจังหวัดอาจจะฟังไม่คุ้นหู แต่ถ้าได้รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของจังหวัดนี้มีอะไรบ้างแล้วจะร้อง อ๋อออออ! เพราะคานากาวะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับโตเกียว มีเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง โยโกฮามา และ คามากุระ ที่ตั้งของพระใหญ่ไดบุทสึที่วัดโคโตะกุนั่นไง .. ร้องอ๋อกันหรือยัง? .. ส่วนเมืองฮาโกเนะจะอยู่ค่อนไปทางใต้ของจังหวัด เชื่อมติดกับจังหวัดยามานาชิ ที่ตั้งของแลนด์มาร์กชื่อก้องโลกของแดนปลาดิบอย่าง “ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji)” ฉะนั้นฮาโกเนะจึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มๆ ตา แถมยังมีธรรมชาติให้ได้สัมผัสอีกหลากหลายฟีล จะจัดเป็น One Day Trip จากโตเกียวไปแบบเช้า เย็นกลับก็ได้ หรือจะนอนค้างเรียวกังสวยๆ แช่ออนเซ็นฟินๆ สักคืนก็เริ่ดไม่แพ้กัน!

วิธีการเดินทางสู่เมืองฮาโกเนะ และการใช้พาส

ก่อนจะเริ่มต้นการเดินทางสู่เมืองฮาโกเนะ จะแอบขออธิบายก่อนว่า ความจริงแล้ว ทุกเมืองในญี่ปุ่นนั้นสามารถเดินทางได้ด้วยวิธีการที่ต่างกันไป เหมือนที่เราเดินทางในประเทศไทยนี่แล บางที่อาจจะต้องนั่งรถไฟไป บางที่อาจจะต้องนั่งรถบัส หรือนั่งรถไฟต่อรถบัสก็แล้วแต่ .. แต่การเดินทางสู่เมืองฮาโกเนะนั้นวาไรตี้กว่าเยอะ! ด้วยความที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ตั้งอยู่ใจกลาง อุทยานแห่งชาติฟูจิ ฮาโกเนะ อิซุ (Fuji-Hakone-Ize) พอดิบพอดี สถานที่ท่องเที่ยวจึงมีความหลากหลายทางธรรมชาติ มีทั้งภูเขาไฟ ทะเลสาบ แน่นอนว่ารวมถึงวิวฟูจิซังด้วย จึงเรียกได้ว่าการท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะนั้นเหมือนการผจญภัยในเกมหรือภาพยนตร์เลย เพราะเขาวางรูทการเดินทางท่องเที่ยวเอาไว้ให้แล้วเสร็จสรรพ ฉะนั้นจะขออธิบายให้เห็นภาพตามขั้นตอนแบบนี้นะ : )

เส้นทางท่องเที่ยวในเมืองฮาโกเนะ

1.นั่งรถไฟ Odakyu Line จากสถานี Shinjuku ลงสถานี Odawara

2.จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็น Hakone Tozan Railway for Hakone-Yumoto ลงสถานี Hakone-Yumoto ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางของการท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะ

3.หลังจากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan Railway for Gora ลงสถานี Gora ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปบนภูเขา

4.เปลี่ยนมานั่งรถรางไต่ภูเขา Hakone Tozan Cablecar ขึ้นไปยังสถานี Sounzan ซึ่งเป็นสถานีของกระเช้า Hakone Ropeway ขึ้นไปยังหุบเขานรกหรือ Owakudani ภูเขาไฟที่ยังคงปะทุ สถานที่ท่องเที่ยวจุดสำคัญของฮาโกเนะที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้นั่นเอง

5.จากนั้นก็นั่งกระเช้า Hakone Ropeway ลงมายังสถานี Togendai เพื่อนั่งเรือโจรสลัดล่องทะเลสาบอาชิ

6.นั่งรถบัสจากท่าเรือ Hakone-Machi กลับสถานี Hakone-Yumoto หรือ Odawara เพื่อขึ้นรถไฟกลับโตเกียว

แล้ว “Hakone Free Pass” คืออะไร?

การเดินทางต่างๆ ที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ “เส้นทางท่องเที่ยวในเมืองฮาโกเนะ” นั้น จะง่ายดายต่อการจ่ายตังค์มากขึ้นเมื่อเราซื้อ “Hakone Free Pass” .. ว่าง่ายๆ ก็คือ พาสนี้มีไว้สำหรับเหมาจ่ายค่าเดินทางทั้งหมดสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในฮาโกเนะนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ารวมค่าเดินทางทั้งหมดตั้งแต่อยู่โตเกียวยันกลับโตเกียวเลยทีเดียว ฉะนั้นจึงเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวฮาโกเนะแบบเช้าเย็นกลับจากโตเกียว

อนึ่ง! Hakone Free Pass สามารถซื้อและเริ่มใช้ได้จากสถานี Shinjuku ที่โตเกียว หรือจะซื้อและเริ่มใช้ได้จากสถานี Odawara ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะบางคนอาจใช้พาสผสมระหว่าง JR Pass กับ Hakone Free Pass โดยใช้ JR Pass ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวมาลงที่สถานี Odawara ซึ่งจะใช้เวลาเร็วกว่ามาก แล้วค่อยมาซื้อ Hakone Free Pass ที่สถานี Odawara เพื่อใช้เดินทางท่องเที่ยวในเมืองฮาโกเนะต่อไป ทั้งนี้ JR Pass เหมาะสำหรับคนที่เที่ยวมากกว่าหนึ่งภูมิภาคขึ้นไป อาจมีการวางแผนมาเที่ยวโตเกียวแล้ว One Day Trip มาเที่ยวฮาโกเนะ ถ้าใครไม่ได้มีแผนเที่ยวหลายภูมิภาคก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ JR Pass นะ ซื้อแค่ Hakone Free Pass จากสถานี Shinjuku ให้จบไปทีเดียวก็พอ

รายละเอียดของ Hakone Free Pass

1.ซื้อจากสถานี Shinjuku ราคา ผู้ใหญ่ 5,140 เยน / เด็ก 1,500 เยน สามารถใช้ขึ้นรถไฟ Odakyu Line จากสถานี Shinjuku ไป/กลับ รวมถึงทุกการเดินทางท่องเที่ยวในฮาโกเนะที่กล่าวไว้เบื้องต้นภายใน 2 วัน (มีพาสสำหรับ 3 วัน ราคา ผู้ใหญ่ 5,640 เยน / 1,750 เยน)

หมายเหตุ : ใครอยากเดินทางจากชินจูกุไปฮาโกเนะแบบได้สัมผัสโมเมนต์พิเศษกว่านั่งรถไฟธรรมดา สามารถจองรถไฟ Odakyu Romancecar ได้นะ ไฮไลท์ของรถไฟขบวนโรแมนซ์คาร์คือตู้แรกสุดของขบวนจะมีกระจกใสอยู่ด้านหน้ารถ ทำให้สามารถนั่งมองวิวทิวทัศน์อันสวยงามได้ในมุมมองเดียวกับคนขับรถไฟเลยทีเดียว สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตอนซื้อ Hakone Free Pass ได้เลยว่าต้องการจองรถไฟขบวนโรแมนซ์คาร์ แต่ต้องเสียค่าทำเนียมเพิ่มเติม และควรจองก่อนล่วงหน้า ถ้าหากต้องการนั่งตู้แรกสุดนะจ๊ะ 

2.ซื้อจากสถานี Odawara ราคา ผู้ใหญ่ 4,000 เยน / เด็ก 1,000 เยน สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในฮาโกเนะได้ตั้งแต่ที่สถานี Odawara ไม่รวมรถไฟไป – กลับจากโตเกียว ภายใน 2 วัน (มีพาสสำหรับ 3 วัน ราคา ผู้ใหญ่ 4,500 เยน / เด็ก 1,250 เยน)

ปล. อย่าเพิ่งตกใจถ้าเห็นว่าเป็นพาสสำหรับ 2 วัน เพราะจะบอกว่าราคาค่าเดินทางปกติภายใน 1 วันนั้นก็เกินราคาพาสสำหรับ 2 วันไปแล้ว (ค่าเดินทางรวมทั้งหมดราคาปกติประมาณ 6,530 เยน) ฉะนั้นจะวางแผน One Day Trip หรือนอนค้างที่ฮาโกเนะสักคืน ยังไง๊ยังไงซื้อพาสก็คุ้มกว่าอยู่ดี : )

เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวกันเลย!

สำหรับรีวิวนี้ เราเริ่มใช้ Hakone Free Pass จากสถานี Odawara นะ เพราะมี JR Pass อยู่ ฉะนั้นจะขอเริ่มต้นพาทุกคนเที่ยวตั้งแต่สถานี Hakone-Yumoto ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางผจญภัยของเมืองฮาโกเนะน้า จะสนุกสมคำอวดไหม ไปเที่ยวด้วยกันเบยยย ^^

"สถานี Hakone-Yumoto" จุดเริ่มต้นเส้นทางท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะ

Hakone-Yumoto เป็นสถานีเล็กๆ ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางท่องเที่ยวในเมืองฮาโกเนะ ซึ่งจริงๆ แล้วนอกจากนั่งรถไฟ เราสามารถออกจากสถานีนี้ไปเริ่มต้นจากการนั่งรถบัสเที่ยวสถานที่อื่นๆ ก่อนก็ได้ หรือจะตรงดิ่งไปเที่ยวตามเส้นทางของ Hakone Free Pass เลยก็ได้ โดยสามารถเดินทางด้วยการนั่งรถไฟ Hakone Tozan Railway ซึ่งเป็นรถไฟภูเขาดั้งเดิมของแดนปลาดิบ นั่งลัดเลาะไปในหุบเขาเพื่อลงที่สถานี Gora ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที วิวระหว่างทางสวยงามเพลิดเพลินต่อการนั่งมองวิวมาก รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงสถานี Gora แล้ว ..

ที่สถานีมีของที่ระทึก เอ้ย! ของที่ระลึกขายด้วยนา ^^

“สถานี Gora” ผจญภัยต่อด้วยรถรางไต่ภูเขาสีแดงสด

สถานี Gora คือสถานีที่เราจะต้องเปลี่ยนจากรถไฟมาเป็นรถรางไต่ภูเขาหรือ Hakone Tozan Cablecar โดยรถรางจะไต่ระดับขึ้นเขาไปเรื่อยๆ สู่ยอดเขาที่สถานี Sounzan ระยะทางเพียง 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้นจ้า

“สถานี Sounzan” นั่งกระเช้าลอยฟ้า แลดูเงาฟูจิซัง

เมื่อถึงสถานี Sounzan ก็ต้องเปลี่ยนฟีลกันนิดหน่อยด้วยการเปลี่ยนจากรถรางไต่เขาไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าแทน ซึ่งกระเช้านี้แหละที่จะพาเราขึ้นไปสู่ยอดเขาโอวาคุดานิ (Owakudani) หรือหุบเขานรก ภูเขาไฟที่ยังคงปะทุ รวมถึงเป็นจุดที่เราจะได้สบตากับฟูจิซัง ภูเขาไฟลูกใหญ่ที่สุดของแดนอาทิตย์อุทัยในวันที่ฟ้าใสอีกด้วย

วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะสามารถมองเห็นฟูจิซังได้จากบนกระเช้าเลยนา นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเดินทางเลยทีเดียว

“Owakudani” สัมผัสลมหายใจของหุบเขานรก พร้อมกินไข่ดำอายุยืน

ในที่สุดก็มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเราในแผนเที่ยวนี้จนได้ แต่นี่ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางของฮาโกเนะนะ เพราะขึ้นให้สุดก็ต้องลงให้มิด (เดี๋ยวๆ ไม่ใช่เพลง : p) แต่ก่อนจะไปถึงจุดหมายต่อไป เรามากล่าวถึงหุบเขานรกแห่งนี้กันสักเล็กน้อยก่อนดีกว่า

หุบเขาโอวาคุดานิ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเนะเมื่อประมาณหลายพันปีก่อน ปัจจุบันหุบเขาแห่งนี้ก็ยังคงมีลมหายใจและยังคงพ่นควันพ่วยพุ่งออกมาให้เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่างที่เคยเป็นข่าวเมื่อสมัยสองปีที่แล้วว่าเกิดการปะทุหนักจนต้องปิดเส้นทางท่องเที่ยวนี้นั่นไง

เอ๊ .. เขาส่องอะไรกันอยู่น้าา

อ้อออ .. ส่องฟูจิซังนั่นเอง : )

ไฮไลท์ของการมาเยือนหุบเขาโอวาคุดานิ นอกจากการได้มาเห็นภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่แบบเต็มๆ ตาแล้ว ยังต้อง “กินไข่ดำอายุยืน” ไข่ที่ต้มในน้ำพุร้อนธรรมชาติจนเปลือกไข่กลายเป็นสีดำจากการถูกแร่กำมะถัน โดยมีความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมาว่า “ถ้ากินไข่ดำ 1 ลูก อายุจะยืนขึ้น 7 ปี” .. จริง ไม่จริง อันนี้ไม่รู้นะจ๊ะ ต้องขอให้ไปพิสูจน์กันเอาเอง เรารู้แต่ว่าการได้กินไข่ต้มร้อนๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นนี่มันฟินชะมัดดด!

“Lake Ashi” ล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบอาชิแล้วกลับโตเกียว

กินไข่ดำเพิ่มอายุแล้ว เราไปผจญภัยกันต่อด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้ากลับลงไปอีกฝั่งนึง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานี Togendai เพื่อนั่งเรือโจรสลัดล่อง “ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi)” ทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากภูเขาไฟฮาโกเนะเมื่อสมัยหลายพันปีก่อน เช่นเดียวกับหุบเขาโอวาคุดานินั่นเอง โดยเรือจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที และจะจอดที่ท่าเรือ Hakone-Machi หลังจากนั้นเราก็สามารถขึ้นรถบัสที่ป้ายตรงท่าเรือเพื่อกลับไปที่สถานี Hakone-Yumoto หรือ Odawara เพื่อขึ้นรถไฟกลับโตเกียวได้เลยจ้า : )

ต่างคน ต่างส่อง ต่างคน ต่างมอง ตามมุมถนัดของตน : )

" .. Say yes to new adventures! .. "

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น