แผนเที่ยว "ชิบะ" จังหวัดน่าฮักใกล้โตเกียว

Chiba First time

- November, 2017 -

Open_Chiba-web

มีโอกาสได้เข้าร่วม Fam Trip ของการบินไทยที่จับมือร่วมกับการท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ ใจดีพาเราบินลัดฟ้าไปเที่ยวในหลายๆ เมืองของจังหวัดชิบะ ที่ตั้งของสนามบินนาริตะที่หลายคนเผลอมองข้ามไป เพราะรีบตรงปรี่เข้าโตเกียวกันซะก่อน สารภาพกันตามตรงว่าคงรวมถึงตัวเราเองด้วย เข้าทำนองที่ว่า “เรามักมองข้ามอะไรที่อยู่ใกล้ตัวเสมอ” มาคราวนี้ได้จังหวะลองเปิดใจเพื่อเปิดรับอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะหลายสิ่งที่เป็น “ครั้งแรก” เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าร่วม Fam Trip เป็นครั้งแรกที่ต้องไปกิน ไปเที่ยว กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเดินซอกแซกในจังหวัดชิบะแบบเต็มที่สักที ได้มีโอกาสเรียนรู้ว่า บางครั้งความโดดเดี่ยวก็อาจนำมาซึ่งมิตรภาพ และบางสิ่งซึ่งเคยถูกมองข้าม อาจกลายมาเป็นความทรงจำที่แสนมีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่น่ารักและอบอุ่น อย่าง “ชิบะ” จังหวัดน่าฮักใกล้โตเกียว : )

Mix_Chiba-web

ทำความรู้จัก “ชิบะ” กันสักหน่อย

❤️  พูดชื่อ “ชิบะ” หลายคนอาจเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “นาริตะ” ทุกคนต้องร้องอ๋อ! ยาวๆ อย่างแน่นอน เพราะสนามบินนานาชาตินาริตะที่นักท่องเที่ยวซึ่งไปเยือนแดนปลาดิบทุกคนต้องเคยผ่านนั้นตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ ของจังหวัดชิบะ นั่นเอง

❤️  ถึงแม้จะเป็นจังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียงกับ “โตเกียว” แต่ด้วยความที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลและแม่น้ำทั้งสี่ด้าน อากาศที่ชิบะจึงค่อนข้างอบอุ่นกว่าโตเกียวอยู่พอประมาณ คนญี่ปุ่นจึงนิยมหนีหนาวมาท่องเที่ยวในชิบะช่วงฤดูหนาวกันอย่างหนาตา และก็ด้วยความที่อยู่ติดทะเลอีกนั่นแล ทำให้ช่วงฤดูร้อน อากาศที่นี่ก็แสนจะเย็นสบาย ฉะนั้น ชิบะจึงเป็นจังหวัดที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยนะ

❤️  ความจริงแล้ว ชิบะ สามารถจัดเป็น One Day Trip มาเที่ยวจากโตเกียวได้ แต่เราแนะนำว่านอนค้างสักคืน สองคืนจะฟินกว่า เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเยอะแยะมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม สายกิน สายช็อป เราว่าไม่มีผิดหวัง อ้อ เรียวกังที่นี่ก็แจ่มว้าวทีเดียว ถ้าใครบินกับการบินไทยที่มีไฟลท์มาถึงสนามบินนาริตะตอนเช้า ก่อนเข้าโตเกียวก็เลี้ยวมาเที่ยวชิบะก่อนสัก 2 วัน 1 คืน รับรองว่าทริปนี้จะเต็มอิ่มขึ้นกว่าเดิมมากๆ เลย ^^

❤️  สำหรับแผนนี้เราจะขอเรียกน้ำย่อยด้วยการพาไปเที่ยวชิบะแบบ One Day Trip กันก่อน โดยสามารถเดินทางจากโตเกียว หรือจากสนามบินนาริตะก็ได้นะ ถ้าใครอ่านแผนนี้จบแล้วติดใจเสน่ห์ของเมืองชิบะ รอติดตามอ่านคู่มือการท่องเที่ยวจังหวัดชิบะแบบเต็มอิ่ม พร้อมแผนเที่ยวชิบะ 4 วัน 3 คืน ใน E-Book “Munmeplans” ที่กำลังจะออกตามมาเร็วๆ นี้ด้วยน้า รับรองว่าอัดแน่นจัดเต็มแน่นวล! : D

การเดินทางสู่จังหวัดชิบะ

TG chiba

มีเที่ยวบินตรงของการบินไทยจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินนานาชาตินาริตะให้บริการทุกวัน พร้อมทั้งมีเวลาบินให้เลือกมากถึง 3 เวลา คือ

Bangkok – Tokyo (NRT)    

TG676   ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08:00 น. ถึงนาริตะ เวลา 15:50 น.
TG640   ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 22:30 น. ถึงนาริตะ เวลา 06:15 น.
TG642   ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 23:55 น. ถึงนาริตะ เวลา 07:35 น.

Tokyo (NRT) – Bangkok    

TG641   ออกจากนาริตะ เวลา 09:45 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 15:10 น.
TG643   ออกจากนาริตะ เวลา 11:45 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 17:05 น.
TG677   ออกจากนาริตะ เวลา 17:30 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 22:30 น.

ทริปนี้ ขาไป เราบินไฟลท์ TG642 ออกจากกรุงเทพฯ ตอนช่วงดึก นอนหลับเอาแรงบนเครื่อง พอไปถึงนาริตะตอนเช้าก็ยิงยาวเข้าชิบะเลย เราว่าเวลาบินแบบนี้ได้กำไรสุดๆ ไม่เหมือนบางเที่ยวบินที่ไปถึงตอนเย็น ต้องเสียเวลาเที่ยวไปหนึ่งวันเต็มๆ แบบน่าเสียดาย ส่วนขากลับก็เลือกไฟลท์ช่วงเย็นอย่าง TG380 มีเวลาเที่ยวเพิ่มมาอีกครึ่งวัน นี่คือสิ่งที่ชอบที่สุดเวลาบินกับการบินไทย คือ ทุกไฟลท์เป็นบินตรง แถมเวลาบินดี ทำให้มีเวลาเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ใครอยากบินไปเที่ยวแบบสบายๆ จองง่าย จ่ายสะดวก กับการบินไทย คลิกไปจองตรงเลยได้ที่ thaiairways.com จ้า

หลังจากถึงสนามบินนาริตะแล้ว เราสามารถตรงดิ่งจากสนามบินไปเที่ยวชิบะเลยก็ได้ หรือใครมีแพลนเที่ยวโตเกียวก็สามารถจัดเป็น One Day Trip จากโตเกียวมาเที่ยวแบบเช้า – เย็นกลับก็ได้เช่นกัน ฉะนั้นขอแยกวิธีการเดินทางสู่จังหวัดชิบะออกเป็นสองข้อนะ


1. เดินทางจากโตเกียว
✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Sobu Line ลงสถานี Chiba
⌚ ใช้เวลา : 40 นาที
⌨️ ค่าเดินทาง : 640 เยน


2. เดินทางจากสนามบินนานาชาตินาริตะ
✍️ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Narita Line ลงสถานี Chiba
⌚ ใช้เวลา : ประมาณ 50 นาที
⌨️ ค่าเดินทาง : 670 เยน

อัพรูปไว เล่นอินเทอร์เน็ตแบบลื่นปรื้ด ลื่นปรื้ด

4GWiFi-web chiba

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มี Free WiFi อยู่ทั่วทุกหัวระแหง แต่การมีอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเองนั้นเราว่าอุ่นใจกว่า เพราะจะงัดสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็คอิน อัพรูปเมื่อไรก็ได้ (รู้สึกเหมือนกันมั้ย ^^) โดยวิธีที่จะมีอินเทอร์เน็ตส่วนตัวเล่นที่ญี่ปุ่นก็สามารถทำได้ด้วยการซื้อ Sim Internet หรือเช่า Pocket Wifi หรือบางคนสะดวกใจที่จะเปิดโรมมิ่งก็ย่อมได้ แต่โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบใช้วิธีเช่า Pocket Wifi มากที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะเดินทางกัน 2 คน เช่า Pocket Wifi แค่ตัวเดียวก็สามารถแชร์อินเทอร์เน็ตกันได้ แถมประหยัดงบด้วย เพราะหารกัน ประหยัดเข้าไปอี๊ก ทริปนี้ เราเช่า Pocket Wifi ของ 4WiFi เพราะสัญญาณดี อัพรูปที ลื่นปรื้ด ไม่มีสะดุดให้เสียอารมณ์ ราคาคุ้มค่าคุณภาพ แล้วก็มีโปรฯ ส่วนลดออกมาบ่อยๆ ด้วย ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นแล้วกำลังมองอินเทอร์เน็ตเล่นแบบลื่นปรื้ดเพื่ออัพรูป เช็คอินแบบไม่สะดุด คลิกไปดูโปรโมชั่นกันก่อนได้ > 4WiFi หรือจะจองเลยก็ได้นะ เขามี Pocket Wifi สำหรับทั่วโลกแล้วตอนนี้ เริ่ด!

เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปเที่ยวกันเลย!

พื้นที่ของจังหวัดชิบะแบ่งออกเป็น 4 เขตหลักๆ ได้แก่ บริเวณอ่าวและโทคัตสึ, บริเวณโฮคุโซ, บริเวณคาซุสะ – มินามิโบโซ และบริเวณคุจูคุริ โดยแผนนี้เราจะพาไปเที่ยวกันที่บริเวณคาซุสะ – มินามิโบโซ สถานที่ซึ่งอัดแน่นด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ร่วมกันได้อย่างสวยงามลงตัว

Nihonji-6 chiba
08:00 - 09:00
Nihonji Temple & Mt. Nokogiri

☝️ เดินทางจาก : Tokyo
✍️ วิธีการเดินทาง : JR Sobu Line ลงสถานี  Chiba แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR Uchibo Line ลงสถานี JR Hamakanaya จากนั้นเรียกแท็กซี่หรือเดินไปที่ Ropeway เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาโนะโกะกิริยะมะซึ่งนับเป็นพื้นที่ทั้งหมดของวัดนิฮง-จิ
ใช้เวลา : นั่งรถไฟจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง เดินไปที่ Ropeway อีกประมาณ 10 – 15 นาที
⌨️ ค่าเดินทาง : รถไฟ 1,940 เยน / Ropeway เที่ยวเดียว 500 เยน ไป – กลับ 930 เยน
⌨️ ค่าเข้า :
600 เยน

Open_Chiba_map-web

เมื่อธรรมชาติกับวัฒนธรรมผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชิบะอย่าง “วัดนิฮง-จิ (Nihonji Temple)” สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็ไม่เคยว่างเว้นจากผู้คน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายวัฒนธรรม เพราะวัดนิฮง-จิ เป็นวัดเก่าแก่นับพันปี มีความศักดิ์สิทธิ์ติดอันดับต้นๆ ของแดนปลาดิบจนคนญี่ปุ่นหลายคนตั้งมั่นอยากจะเดินทางมาสักการะบูชาสักครั้ง ที่น่าสนใจคือวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาโนะโกะกิริ (Mt. Nokogiri) การเดินทางจึงต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้า (Ropeway) ขึ้นไป วิวงามมากกก ด้านบนมีจุดชมวิวที่เขาบอกกันว่าวันไหนท้องฟ้าโปร่งใสจะสามารถมองไกลจนเห็นฟูจิซังได้เลยนา

Nihonji-14 chiba

ถ้าวันไหนฟ้าเคลียร์ไร้ฝุ่น จากตรงนี้จะสามารถมองไกลได้ถึงภูเขาไฟฟูจิด้วยตาเปล่าได้เลยนะ

Nihonji-4 chiba
Nihonji-7 chiba
Nihonji-16 chiba

จากนั้นก็จะมีเส้นทางเดินป่าย่อมๆ ให้เราได้สูดกลิ่นโอโซน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ พร้อมสักการะ “Hyaku Shaku Kannon” องค์เจ้าแม่กวนอิมแกะสลักบนผาหินสูงกว่า 30 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยจากจุดนี้ เงยหน้าขึ้นไปก็จะมองเห็นจุดท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดซึ่งนับเป็นไฮไลท์ของที่นี่เหมือนกัน นั่นก็คือ จุดชมวิว “Jigoku Nozoki” หรือเรียกเป็นภาษาไทยแบบเสียวๆ ว่า “ผามองนรก” ค่า

Nihonji-12 chiba
Nihonji-13 chiba

จุดชมวิว Jigoku Nozoki ต้องเดินจากตรงผาหินเจ้าแม่กวนอิมขึ้นบันไดไปอีกประมาณ 10 – 15 นาที ไม่เหนื่อยเท่าไรนะ แค่หอบ 5555 โดยตรงนี้เป็นอีกจุดที่คนญี่ปุ่น Recommend ว่าต้องมาถ่ายรูป เช็คอิน เพราะนอกจากวิวจะสวยแล้ว ยังได้ภาพสวยๆ เสียวๆ กลับไปเป็นที่ระทึกอีกด้วย แต่ทางเดินไปตรงหน้าผาค่อนข้างปลอดภัยนะ อาจจะลื่นนิดหน่อย ฉะนั้นใครปักหมุดไว้ว่าจะไปถึงตรงจุดนี้ ใส่รองเท้าผ้าใบไปจะคล่องตัวกว่าน้า ^^

Nihonji-10 chiba
Nihonji-2 chiba
Nihonji-5 chiba

หลังจากเดินเที่ยวชมธรรมชาติและถ่ายรูปกันพอให้อะดรีนาลีนหลั่ง เดินต่อมาอีกไม่ไกลก็จะถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของวัดนี้ นั่นก็คือ “Daibutsu” พระใหญ่ไดบุตสึ หรือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่แกะสลักบนหินผาซึ่งมีความสูงประมาณ 31 เมตร สูงใหญ่กว่าพระพุทธรูปที่เมืองคามากุระอีกน้า อย่าลืมไหว้พระ ขอพร เพื่อเป็นศิริมงคลให้กับชีวิต หรือจะอธิษฐานขอให้ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นอีกบ่อยๆ แบบเราก็ได้นะ ขอแทบจะทุกวัด ทุกศาลเจ้าที่เข้ากันเลยทีเดียว : D

Nihonji-1 chiba
Nihonji-15 chiba

ยากูซ่าแจแปนตัวจริง แดนปลาดิบนี้มีเจ้าเหมียวครองอยู่แทบจะทุกที่ ; P

Nihonji-3 chiba
Nihonji-8 chiba
Nihonji-9 chiba
14:00
Mother Farm

☝️ เดินทางจาก : Nihonji Temple
✍️ วิธีการเดินทาง : จากสถานี JR Hamakanaya ที่วัดนิฮง-จิ นั่งรถไฟ JR Uchibo Line ลงสถานี Kimitsu ทางออก South Exit จากนั้นต่อรถบัสอีกประมาณ 30-40 นาที ดูรายละเอียดของรถบัสได้ที่ Click
⌨️ ค่าเดินทาง : รถไฟ 500 เยน / รถบัส 700 เยน
⌨️ ค่าเข้า :
ผู้ใหญ่ 1,500 เยน เด็ก 800 เยน

Mother-มีโลโก้-web chiba

คนมีอายุแล้ว (อย่างเรา ; p) ได้ยินคำว่า “ฟาร์ม” แล้วอย่าเพิ่งถอยหนี เพราะฟาร์มคุณแม่แห่งนี้มีดีเกินคาดมากๆ โดยเฉพาะดอกไม้นานาพันธุ์ที่เขามีจัดแสดงให้ชมเกือบตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกไม้สีชมพู หรือดอกพิทูเนีย (Petunia) ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม รวมไปถึงดอก Rape Seed สีเหลืองอร่าม ที่จะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนเมษายนด้วย แต่สำหรับคนดวงกุดอย่างเราดันไปช่วงเดือนพฤศจิกายนที่เขาไม่มีดอกไม้ให้ชมพอดี T^T แต่มิเป็นไร เพราะที่ฟาร์มยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกมาก โดยเฉพาะโชว์ความน่ารักของสัตว์นานาพันธุ์ที่มีตารางอัดแน่นให้ชมกันเกือบทั้งวันทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมชวนเสียวไส้เล็กๆ อย่าง บันจี้จัมพ์ และซิปไลน์ด้วย เอาจริงๆ นะ แค่มาเดินเพลินๆ กินซอฟท์ครีมรับลมหนาวเย็นๆ มันก็ฟินไปทั้งวันแล้วววว : )

Mother-11 chiba
Mother-3z chiba

อยากดูโชว์แกะไม่ต้องไปไกลถึงนิวซีแลนด์ มีให้สัมผัสความน่ารักกันที่ชิบะนี่เอง

Mother-10 chiba
Mother-8 chiba
Mother-9 chiba

เคยแอบสงสัยว่าที่เขาโชว์ตัดขนแกะจะเป็นการทรมานแกะหรือทำให้แกะหนาวหรือเปล่า แต่ความจริงแล้ว แกะที่เลี้ยงตามฟาร์มนั้นเป็นแกะเลี้ยงเอาขนค่ะ เขาจะต้องมีการตัดขนแกะทุกปี โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าฤดูร้อน ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวแกะเอง เพราะถ้าปล่อยให้ขนยาวไปเรื่อยๆ ขนแกะก็จะยิ่งหนาและหนัก นอกจากจะร้อนแล้ว ยังทำให้ขาของแกะรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหวด้วย เคยได้ยินข่าวดังจากฟาร์มเลี้ยงแกะในนิวซีแลนด์ที่มีเจ้าแกะนามว่า เชร็ค หนีออกจากฟาร์มไปหลบอยู่ในถ้ำนานกว่า 6 ปี เพราะเกลียดการตัดขน! แต่สุดท้ายมันก็กลับมาตายรังเพราะส่องกระจกแล้วรับไม่ได้ที่ขนตัวเองยาวจนพะรุงพะรัง เอ้ย! เพราะมันเริ่มรับน้ำหนักของตัวเองไม่ไหวตะหาก (แฮร่) ฉะนั้นการตัดขนแกะจึงไม่ได้ทำเพื่อนำขนแกะไปทำเป็นเสื้อราคาแพงอย่างเดียวนะ ^^

Mother-7 chiba
Mother-6 chiba
Mother-5 chiba

ของฝากน่ารักๆ มีให้ช็อปทุกที่ในญี่ปุ่น

Mother-2 chiba

จาก Mother Farm ก็สามารถมองไกลได้ถึงฟูจิซังเหมือนกันนะ ให้ทายว่าในรูปนี้ฟูจิซังอยู่ตรงไหน : )

Mother-1 chiba

สุดท้าย เราขออนุญาตขอบคุณ การบินไทย และ การท่องเที่ยวชิบะ ที่ชวนคนรักการท่องเที่ยวตัวเล็กๆ อย่าง Movearound Journey ไปร่วมทริปที่น่าประทับใจในครั้งนี้ เป็น Fam Trip ครั้งแรกที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน เพราะเกิดสิ่งที่เป็น “ครั้งแรก” ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ “มิตรภาพ” กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ร่วมทริปนี้ด้วยกัน โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย : ) แต่เรื่องราวของเมืองน่ารักอย่าง “ชิบะ” ยังไม่จบแค่นี้นะคะ เพราะเรามีโอกาสได้ไปสัมผัสมาตั้ง 4 วัน 3 คืน เลยคิดว่าแผนสั้นๆ แบบนี้คงทำได้แค่เรียกน้ำย่อย ถ้าเพื่อนๆ รู้สึกเริ่มหลงรักชิบะเหมือนกัน รอติดตามอ่านคู่มือการท่องเที่ยวจังหวัดชิบะแบบเต็มอิ่ม พร้อมแผนเที่ยวชิบะ 4 วัน 3 คืน ใน E-Book “Munmeplans” ที่กำลังจะออกตามมาเร็วๆ นี้ด้วยน้า สัญญาว่าจะตั้งใจทำให้สามารถตามรอยกันได้แบบละเอียดเลย ^^

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น