แชร์เคล็ดลับเด็ด!

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระอย่างไรให้เจอ Full Bloom

How to Plan a Cherry Blossoms Trip to Japan

- March, 2018 -

เทศกาลสงกรานต์กำลังใกล้เข้ามา เป็นสัญญาณเตือนว่า “ใกล้ช่วงเวลาที่แดนปลาดิบจะกลายเป็นสีชมพูแล้ววว ..” วันนี้ Movearound Journey เลยอยากงัดไม้เด็ดส่งต่อเคล็ดลับดีๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิว่าต้องวางแผนอย่างไรบ้างนะ ถึงจะได้ไปเจอดอกซากุระบานแบบ Full Bloom! จะได้ถ่ายรูปสวยๆ มาอวดเพื่อนให้ต่อมอิจฉาสั่นสนั่นโซเชียลไปเล้ยย ; p .. เคล็ดลับดีๆ ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าปีนี้หรือปีไหนๆ ก็สามารถ Bookmarks เก็บไว้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นได้เสมอ เพราะรักนะเธอ ถึงอยากมาแบ่งปันกัน งั้นอย่ารอช้า ไปอ่านเคล็ดลับดีๆ กันเลย : ) #แล้วทริปนี้จะเต็มไปด้วยสีชมพู

จิ้มปฏิทินให้ถูกวัน เพราะช่วงเวลาการเดินทางสำคัญที่สุด

เรารู้ว่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายอาจมีปัญหาเล็กน้อยเรื่องการจิ้มปฏิทินเพื่อวางแผนวันเดินทาง เพราะนอกจากวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แล้ว ก็ต้องรอคอยวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งหลายแหลนี่แหละ แต่โชคดีที่การวางแผนเพื่อไปดูดอกซากุระบานนั้นอาจไม่ต้องปวดหัวเรื่องจิ้มปฏิทินเท่าไรนัก เพราะช่วงเวลาที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งได้อย่างสวยงามมากที่สุดก็คือช่วงเดือนเมษายน หรือเทศกาลสงกรานต์ของหมู่เฮานี่แล!

จองทุกสิ่งอย่างและวางแผนการเดินทางล่วงหน้านานสักนิด

ถ้ารู้ตัวแล้วอย่างแน่ชัดว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระบานก็ควรรีบจองทุกสิ่งอย่างล่วงหน้านานหน่อย เพราะต้องไม่ลืมว่าช่วงสงกรานต์ คนไทยคนอื่นๆ เขาก็หยุดเหมือนเรานาจา นอกจากนี้คนญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็นิยมมาดูดอกซากุระที่ญี่ปุ่นในช่วงเดือนเมษายนมากเหมือนกัน แล้วสิ่งสำคัญที่ควรจองล่วงหน้า 2-3 เดือนขึ้นไปก็คือ “ที่พัก” อย่าทำเป็นเล่นนา โรงแรมที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลทั้งหลายเต็มเร็วยิ่งกว่าจรวด! โดยเฉพาะเมืองยอดนิยม เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโต รวมไปถึงตั๋วเครื่องบิน ถ้าจองล่วงหน้านานหน่อยก็อาจได้ราคาถูกลงมานีสนึง แต่ถ้าจองกระชั้นชิดมากล่ะก็ .. เตรียมตัวกุมขมับกับงบประมาณบานเบอะได้เลย!

ซื้อประกันการเดินทาง เพื่อทริปที่ราบรื่นเป็นสีชมพูตลอดทริป

“สิ่งเล็กน้อยที่หลายคนมักมองข้าม จักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอ” แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเดินทางซึ่งหลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยก็คือ “ประกันการเดินทาง” อย่าลืมว่าอุบัติเหตุมันไม่เลือกเวลาเกิดนา ไม่ว่าจะไปญี่ปุ่นแค่ 4-5 วัน หรือมากกว่านั้นก็ควรทำประกันการเดินทาง! เพราะเดี๋ยวนี้ประกันการเดินทางครอบคลุมผลประโยชน์ของเราแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งอาการเจ็บป่วยระหว่างทริป อีกทั้งยังดูแลไปถึงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับเที่ยวบิน เช่น เที่ยวบินล่าช้า ด้วย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลยิ่งต้องขีดเส้นใต้หนาๆ ว่าควรซื้อ! ประกอบกับอากาศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วงฤดูใบไม้ผลินี่ก็ทำให้คนป่วยมานักต่อนักแล้ว ถ้าเกิดไปเจ็บป่วยกระทันหันหรือเกิดอุบัติที่ไม่พึงประสงค์ระหว่างเที่ยวขึ้นมา คงหมดสนุกแย่เลย จริงมั๊ย?

ฉะนั้นเราแนะนำว่าหนึ่งในขั้นตอนการวางแผนของการเที่ยวญี่ปุ่นก็คือซื้อประกันการเดินทาง ซึ่งประกันที่เราเลือกใช้เป็นประจำเวลาไปญี่ปุ่นก็คือ SOMPO เพราะชอบที่มีบริการ SOMPO ASSIST คือสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยสื่อสารกับคุณหมอชาวญี่ปุ่นให้ ฉะนั้นหมดห่วงเรื่องการสื่อสารไปได้เลย นอกจากนี้ถ้าเกิดต้องเข้ารับการรักษา ก็ยังไม่ต้องสำรองจ่ายก่อนด้วย เพราะเมื่อติดต่อผ่าน SOMPO ASSIST เขาจะจัดการประสานงานให้เราทุกอย่างเลยละ .. อ้ะ ไหนๆ ก็พูดเรื่องประกันขึ้นมาแล้ว ขอใช้โอกาสนี้รีวิวเรื่องการซื้อประกันการเดินทางในกรณีที่ต้องเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเลยล่ะกัน อยากให้เห็นกันไปเลยชัดๆ ว่า ซื้อประกันการเดินทางเดี๋ยวนี้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก!

ขั้นตอนการซื้อประกันการเดินทางแผน GO JAPAN กับ SOMPO

1. เข้าเว็บไซต์ของ SOMPO > Click < แล้วเลือกเมนู แผน GO JAPAN

2. กรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ทั้งประเภทการเดินทาง, จำนวนผู้ร่วมเดินทาง, วันเดินทางไป และกลับ รวมถึงรหัสโปรโมชั่น (ถ้ามี)

3. ศึกษารายละเอียดความคุ้มครองของแผนประกันการเดินทางแต่ละแผน โดยของ SOMPO จะแบ่งออกเป็น 4 แผน คือ Plan A, B, B+ และ C ตามลำดับ

** ถ้าถามว่าควรซื้อ Plan ไหนดีที่สุด เราแนะนำว่าซื้อ Plan B ขึ้นไปจะดีกว่า เพราะราคาต่างกันแค่นิดเดียว แต่คุ้มครองได้เยอะกว่า ทั้งวงเงินและสิทธิประโยชน์ โดยเห็นได้ชัดจากการคุ้มครองเกี่ยวกับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นมาใน Plan B แต่ใน Plan A ไม่มี คือนอกจากจะสามารถเรียกคืนค่าเสียหายซึ่งเกิดจากความล่าช้าของไฟลท์บินได้มากกว่าแล้ว ยังสามารถลดจำนวนวันเดินทางและคุ้มครองความล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง รวมไปถึงความสูญเสียหรือความเสียหายของเงินสดและเอกสารการเดินทางด้วย ฉะนั้นถ้าถามเรื่องความครบครันและคุ้มค่าแล้ว Plan B จะมีค่อนข้างมากกว่า Plan A น้า .. ได้ความคุ้มครองที่มากกว่าในราคาที่เพิ่มมานิดเดียวเท่านั้น คุ้มกว่าเห็นๆ เน้อ ^^ **

4. หลังจากเลือกได้แล้วว่าจะซื้อประกันเดินทางแผนใดให้กดตกลงซื้อ แล้วดำเนินการกรอกข้อมูลต่างๆ ให้เรียบร้อย รวมไปถึงช่องทางในการชำระเงิน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ไปเที่ยวญี่ปุ่นดูดอกซากุระบานได้อย่างเบิกบานตลอดทริปแน่นอน

SOMPO ประกันภัย
Website : https://traveljoy.sompo.co.th
Facebook : SompoThailand
Line : @SompoThailand
Phone : 02-119-3088

เข้าใจธรรมชาติของซากุระ ดูพยากรณ์ว่าซากุระจะเริ่มบานในภูมิภาคที่เราจะไปเมื่อไร

“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” สุภาษิตนี้ใช้ได้เสมอกับทุกสถานการณ์จริงๆ นะ เพราะถ้าอยากไปชื่นชมช่วงที่ธรรมชาติเปล่งประกายงดงามที่สุด ก็ต้องเข้าใจธรรมชาติก่อนว่าช่วงเวลาไหนที่ควรไป เพราะเราไม่สามารถไปสั่งให้ดอกซากุระบานเดี๋ยวนี้ได้นี่จริงมั้ย อ้ะ .. ฉะนั้นเคล็ดลับสำคัญของข้อนี้ก็คือ ควรท่องเอาไว้ให้แม่นยำเลยว่า “ดอกซากุระจะเริ่มบานก็ต่อเมื่ออุณหภูมิเริ่มอบอุ่นขึ้น” ซึ่งเป็นสัญญาณการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างแท้จริง อากาศหนาวเย็นจะโบกมือลาไป อากาศอบอุ่นแสนสบายจะเริ่มเข้ามาแทนที่ โดยอุณหภูมิของแดนปลาดิบจะเริ่มอุ่นขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป แต่พักหลังมานี้อากาศแปรปรวนเหลือเกิน ในบางพื้นที่ เดือนมีนาคมยังมีหิมะตกอยู่ด้วยซ้ำ ฉะนั้นจึงควรติดตาม พยากรณ์ดอกซากุระบาน ที่ทางญี่ปุ่นจะรายงานให้ทราบล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี สามารถเช็คดูพยากรณ์แบบอัพเดทได้จากลิงก์นี้เลย > Click <

อันนี้เป็นดอกซากุระที่หยิบขึ้นมาจากพื้นหลังจากร่วงหล่นลงจากต้นแล้วนะจ๊ะ "ห้าม" เด็ดดอกซากุระที่ยังอยู่บนต้นเด็ดขาด รวมถึงไม่ควรดึงหรือพยายามถ่ายรูปโดยทำให้ต้นซากุระเสียหายกันด้วยนา : )

ทั้งนี้อีกข้อที่ไม่ควรลืมก็คือ อากาศของที่ญี่ปุ่นจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคนะ ฉะนั้นดอกซากุระจะเริ่มผลิบานจากทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นคือเกาะโอกินาวาซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิและมีอุณหภูมิอบอุ่นขึ้นก่อนใครเพื่อน แล้วจะค่อยๆ ไล่เบ่งบานสะพรั่งขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ จนถึงภูมิภาคเหนือสุดที่เกาะฮอกไกโด .. ถ้าใครยังงงๆ เอาเป็นว่า เดี๋ยวเรามาสรุปให้เป็นข้อๆ เลยดีกว่าว่าควรจะวางแผนไปชมซากุระบานที่ภูมิภาคไหนในช่วงเดือนไหน

เกาะโอกินาวา

เริ่มบาน (First bloom)      กลางเดือนมกราคม
บานเต็มที่ (Full bloom)    ต้นเดือนกุมภาพันธ์

ภูมิภาคคิวชู

เริ่มบาน (First bloom)      กลางเดือนมีนาคม
บานเต็มที่ (Full bloom)    ปลายเดือนมีนาคม

ภูมิภาคชูโกะกุ และชิโกกุ

เริ่มบาน (First bloom)      กลางเดือนมีนาคม
บานเต็มที่ (Full bloom)    ต้นเดือนเมษายน

ภูมิภาคคันไซ

เริ่มบาน (First bloom)      ปลายเดือนมีนาคม
บานเต็มที่ (Full bloom)    ต้นเดือนเมษายน

ภูมิภาคคันโต

เริ่มบาน (First bloom)      ปลายเดือนมีนาคม
บานเต็มที่ (Full bloom)    กลางเดือนเมษายน

ภูมิภาคโทโฮคุ

เริ่มบาน (First bloom)      ต้นเดือนเมษายน
บานเต็มที่ (Full bloom)    กลางเดือนเมษายน

ภูมิภาคฮอกไกโด

เริ่มบาน (First bloom)      ปลายเดือนเมษายน
บานเต็มที่ (Full bloom)    ต้นเดือนพฤษภาคม

ดอกซากุระจะเบ่งบานงดงามเต็มต้นอยู่เพียงแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น

ระยะเวลาการเบ่งบานของดอกซากุระนั้นสั้นกว่าที่เราคิด ฉะนั้นถ้าวางแผนผิดไปเพียงนิดก็อาจจะเจอแค่กลีบดอกซากุระที่ร่วงโรยอยู่ตรงพื้นก็ได้ ยิ่งถ้าสัปดาห์ไหนมีฝนตกก็จะยิ่งทำให้ซากุระร่วงโรยหล่นจากต้นเร็วกว่าเดิมเข้าไปอี๊ก ฉะนั้นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้สามารถวางแผนวันเดินทางไปชมซากุระให้เจอ Full Bloom ได้ดีที่สุดก็คือ เช็คสถิติหรือรายงานการเบ่งบานของดอกซากุระย้อนหลัง ซึ่งในเว็บไซต์ japan-guide.com จะมีการรายงานอยู่เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว เราก็แค่นำรายงานหรือสถิติย้อนหลังนั้นมาเปรียบเทียบกับพยากรณ์การเบ่งบานของซากุระในปีปัจจุบันที่เราจะเดินทางว่าแนวโน้มของช่วง Full Bloom นั้นน่าจะตรงกับช่วงสัปดาห์ไหนมากที่สุด แล้วก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินไปฟินกับทริปสีชมพูได้เลย!

หมายเหตุ : นี่คือรายงานการบานของดอกซากุระในปีที่แล้ว (2017) > Click

Sharing is caring!

Related Post
Tags:

ใส่ความเห็น