Campervan in Hokkaido : เที่ยวญี่ปุ่นฟีลใหม่ ไปขับรถบ้านเที่ยวฮอกไกโดกัน!

เที่ยวญี่ปุ่นฟีลใหม่ ไปขับรถบ้านเที่ยวฮอกไกโดกัน!

Campervan in Hokkaido

- November, 2018 -

Let me go ~
I don’t wanna be your hero.
I don’t wanna be a big man.
Just wanna fight with everyone else.

ขอเปิดโพสต์นี้ด้วยเพลงที่เราเปิดฟังเป็นประจำ เวลาไป Road Trip ที่ไหนก็ตาม รู้สึกว่าเพลงนี้แหละคือเรา! .. เพราะบางครั้ง เราก็ไม่ได้อยากเป็นคนยิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองมากมาย ทุกสิ่งที่เราทำ ไม่จำเป็นต้องมีความหมายกับใครก็ได้ ขอให้มันเป็นสิ่งที่เราทำแล้ว ได้มีความสุขแบบโง่ๆ บ้างก็พอ : )

เหมือนทุกๆ ครั้ง ที่เราเดินทางไปเที่ยวฮอกไกโด ที่ที่เรากล้าพูดได้อย่างเต็มใจเลยว่า “นี่คือภูมิภาคที่เรารักมากที่สุดในญี่ปุ่น” เพราะมันทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลงทุกครั้งเมื่อเทียบกับธรรมชาติกว้างใหญ่ที่ฮอกไกโดมี สำคัญตัวเองน้อยลง และมองเห็นความสำคัญของ “เพื่อนร่วมโลก” ทุกชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ เราต่างอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้อย่างมีสิทธิเท่าเทียมกัน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราจะขับรถผ่านกวางที่กำลังเดินข้ามถนน หรือหยุดรถเพื่อทักทายกับสุนัขจิ้งจอกที่กำลังวิ่งออกมาจากทุ่งหญ้าข้างทาง




ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฮอกไกโด เป็นภูมิภาคที่ Road Trip สนุกที่สุด! และมันก็สนุกยิ่งขึ้น เมื่อทริปนี้ เราได้ลองเช่ารถบ้านขับเที่ยวฮอกไกโด กิน นอน อยู่ในรถ และรู้สึกอิสระไปตามเส้นถนนที่โล่งกว้างของภูมิภาคที่เรารักมากที่สุดแห่งนี้

.. และถ้าเธอคือคนที่กำลังมองหาความรู้สึกใหม่ๆ อยากพาตัวเองออกจากกรอบเดิมๆ ลองโยนทิ้งอะไรที่มันหนักหัวอยู่ตอนนี้ แล้วออกไปหาความสุขแบบโง่ๆ ด้วยการเช่ารถบ้านขับที่ฮอกไกโดกัน อ่อ ~ อย่าลืมเตรียมเพลงที่ชอบไปเปิดคลอระหว่างขับรถดูวิวสวยๆ ด้วยนะ เพราะมันโคตรฟีลเลย ขอบอก! 




ขับรถบ้านเที่ยวญี่ปุ่นได้ด้วยเหรอ?

ถึงแม้การขับรถบ้านเที่ยวที่ญี่ปุ่นจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ากับนิวซีแลนด์ แต่จริงๆ แล้ว การขับรถบ้านนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องปกติมากในญี่ปุ่นค่ะ แล้วก็ไม่ใช่แค่ฮอกไกโดนะ เพราะแม้แต่ในโตเกียวเองก็มีบริษัทเช่ารถบ้านมากมาย เราเห็นฝรั่งเช่าจากโตเกียวขับขึ้นไปเที่ยวทางภูมิภาคโทโฮขุกันก็เยอะ แต่ในฮอกไกโดนั้นอาจจะเห็นรถบ้านกันหนาตากว่าภูมิภาคอื่นหน่อย เพราะอย่างที่บอกว่าฮอกไกโดเนี่ยเป็นภูมิภาคที่ Road Trip ได้สนุกที่สุดแล้ว ถนนหนทางก็ขับไม่ยาก เพราะรถโล่งมากกกกก แถมยังขับพวงมาลัยขวาเหมือนบ้านเราอีกด้วย ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่

ใช้ใบขับขี่แบบไหน?

การเช่ารถบ้านนั้นมีวิธีการทุกสิ่งอย่างเหมือนการเช่ารถทั่วไปในญี่ปุ่นเลยค่ะ เพียงแต่จะมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาก็คือการอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถ ซึ่งตรงนี้จะเสียเวลามากกว่าการเช่ารถปกติ ฉะนั้นสามารถใช้ใบขับขี่สากลเหมือนเช่ารถปกติได้เลย ไม่จำเป็นต้องสอบอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แค่ตรงไปที่กรมขนส่งใกล้บ้าน เตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง (พร้อมฉบับจริง) / สำเนาประจำตัวประชาชน (พร้อมฉบับจริง) / สำเนาใบขับขี่รถส่วนบุคคล (พร้อมฉบับจริง) และรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ไปยื่นพร้อมจ่ายตังค์ 505 บาท เท่านี้ก็รอรับใบขับขี่สากลกลับมาได้ภายในวันเดียวกันนั้นเลยค่ะ

สามารถเช่ารถบ้านได้จากที่ไหนบ้าง?

จริงๆ แล้วมีเว็บไซต์สำหรับเช่ารถบ้านในฮอกไกโดค่อนข้างหลายเว็บอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ส่วนใหญ่ราคาจะสูง ตกวันละประมาณ 2x,xxx เยนขึ้นไป แล้วก็จะสูงขึ้นอีกในช่วง High Season นั่นก็คือช่วงฤดูร้อนที่คนญี่ปุ่นจะนิยมออกมาแคมป์ปิ้งกัน บางเจ้านี่สูงถึง 30,000 เยน/วัน หรือประมาณ 8,xxx บาทเลยทีเดียว โชคดีที่เราพยายามหาข้อมูลแล้วมาเจออยู่เว็บนึงคือ Rentacan Hokkaido > Click < ซึ่งราคาค่อนข้างถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ลอง Inbox ไปคุยในเพจ เขาก็ตอบดี ให้คำแนะนำดี สามารถพิมพ์คุยกับเขาเป็นภาษาอังกฤษได้เลย เราก็เลยตัดสินใจจองกับเจ้านี้ค่ะ เลือกรับรถที่สถานี Chitose หรือสนามบินชิโตเซะก็ได้ เขาจะมีรถมารับเพื่อพาเราไปรับรถบ้านที่บริษัทซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลค่ะ




โดยราคาของเจ้านี้เค้าคิดเป็นวันค่ะ ไม่ได้คิดเป็นรายชั่วโมงเหมือนบริษัทเช่ารถทั่วไป ของที่นี่คือวันละ 11,000 เยน ตกประมาณวันละ 3,000 บาทเท่านั้นเอง ข้อดีของการขับรถบ้านก็คือ เราไม่ต้องเสียค่าโรงแรมเพิ่ม เพราะต้องกินนอนในรถนั่นเอง

อาหารแทบทุกมื้อสำหรับการใช้ชีวิตบนรถบ้านก็ไม่พ้นคอนบินิ หรือมินิมาร์ทตามข้างทางนี่แหละ 555 ในฮอกไกโดที่เจอบ่อยๆ ก็จะเป็น Seicomart ค่ะ จุดเด่นของ Seicomart ก็คือมีมุม Hot Chef คืออาหารที่อุ่นร้อนเอาไว้แล้ว ไป Road Trip ที่ญี่ปุ่นนี่ไม่ต้องกลัวอดตายเลย อาหารแต่ละอย่างในคอนบินินี่สู้ร้านอาหารได้สบายๆ เลยค่ะ

ขับรถบ้านยากมั้ย?

อันนี้ไม่ได้เป็นคนขับเอง แต่จากที่สัมภาษณ์คนขับมาก็ไม่ยากเท่าไรค่ะ เพียงแต่รถมันจะคันใหญ่กว่าปกติ อาจจะต้องปรับโหมดในการกะระยะกันสักพักนึง บรรยากาศในรถก็อาจจะดูรถบรรทุกหน่อยๆ รถที่นี่ปรับแอร์ ปรับฮีทเตอร์ได้ทุกคันนะคะ เพราะฤดูหนาวมันหนาวมากกกกก แทบจะไม่ได้แตะแอร์กันเลยทีเดียว

ภายในรถจะมีขนาดของรถบอกไว้เลย แล้วก็เขาจะเตือนเราตั้งแต่ตอนรับรถว่าให้ระวังเวลาจะเลี้ยว จะถอย หรือจะจอด เพราะท้ายรถอาจจะไปโดนรถคันอื่นได้ค่ะ

หัวใจของรถบ้านก็คือเจ้าปุ่มคอนโทรลนี้นี่แหละ ที่จะคอยบอกว่าตอนนี้แบตเตอรี่ของรถเหลืออยู่เท่าไร ถ้าแบตหมด ไฟฟ้าทุกส่วนในรถจะไม่สามารถใช้ได้เลยนะคะ แม้กระทั่งฮีทเตอร์! ซึ่งมันสำคัญมากในฤดูหนาว โดยตอนที่เราไปรับรถจะมีเจ้าหน้าที่สอนเราใช้ สอนเราเช็ค พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ใช้ภาษามือกันเข้าใจค่ะ 5555 ถ้าสงสัยอะไรสามารถ Inbox ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในเพจเฟซบุ๊คของเค้าได้ > Click < เจ้าหน้าที่เพจสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีมากๆ ค่ะ




ราคาที่แจ้งไว้ตอนต้นว่าวันละ 11,000 เยน นั่นคือยังไม่รวมค่าน้ำมันและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถนะคะ เนื่องจากรถบ้านที่นี่จะไม่เหมือนที่นิวซีแลนด์ ก็คือจะไม่มีหมอน ผ้าห่ม หรือพวกจาน ชาม อะไรมาให้เลย ต้องเช่าเพิ่ม แต่ก็เสียค่าเช่าไม่แพง ประมาณอย่างละ 300 – 500 เยน สิ่งที่ควรเช่าเพิ่มเป็นอย่างยิ่งเลยก็คือ หมอน และผ้าห่ม จำเป็นมาก เพราะมันหนาวมากเด้ออออ

สิ่งที่แถมฟรีมาให้ก็จะเป็นพวกถุงสำหรับใส่ขยะ แก้วน้ำพลาสติก แล้วก็จานกระดาษอะไรพวกนี้ค่ะ

ห้องน้ำมี แต่ต้องจ่ายตังค์เพิ่ม 5,000 เยน ถ้าเป็นคนเข้าห้องน้ำบ่อย เราว่าเช่าเพิ่มก็ไม่เสียหาย เพราะระหว่างเวลาขับรถไกล ไม่ค่อยมีห้องน้ำให้เข้าค่ะ นานน๊านทีจะเจอมินิมาร์ทให้แวะ ถ้าเช่าขับไม่นานมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องเปลี่ยนน้ำเปลี่ยนอะไร เพราะเราใช้ไม่บ่อยอยู่แล้ว ราคานั้นเขารวมค่าทำความสะอาดไปแล้วเรียบร้อย เรียกว่ามีเผื่อไว้ให้อุ่นใจละกัน 555

ในรถเพิ่มโถส้วมได้แต่ไม่มีห้องอาบน้ำนะคะ แต่อุณหภูมิที่นี่เลขตัวเดียวค่อนไปทางติดลบ ฉะนั้นไม่ต้องอาบก็ได้เด้อ 555 และนี่คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตของเราระหว่างใช้ชีวิตอยู่บนรถบ้านโดยที่ไม่ได้อาบน้ำ สระผม “COLAB Dry Shampoo” หรือแชมพูแบบแห้งนั่นเอง เวลาจะใช้ก็ฉีดใส่ผมโดยไม่ต้องล้างออก เราว่าช่วยได้เยอะเลยนะคะ เพราะมันจะทำให้หนังศีรษะเราไม่มันแล้วก็รู้สึกสดชื่นแถมมีกลิ่นหอม โดยที่ไม่ต้องสระผมเลย ราคาก็ไม่แพงนะคะ ขวดละ 290 บาท มีหลายสูตร และหลายกลิ่น หาซื้อง่ายได้ตามร้าน Boots หรือ TOPS เลยจ้า

รถบ้านต้องเติมน้ำมันแบบไหน?

จริงๆ เวลาเรารับรถที่ญี่ปุ่น พนักงานจะแจ้งเราทุกครั้งอยู่แล้วว่าต้องเติมน้ำมันประเภทอะไร ตอนรับรถบ้านก็เหมือนกันค่ะ เขาจะระบุเอาไว้ในเอกสารแนะนำเป็นภาษาอังกฤษเลยว่าต้องเติมน้ำมัน “Diesel” ซึ่งปั๊มน้ำมันที่ญี่ปุ่นบางแห่งไม่มีพนักงานนะคะ เป็นปั๊มน้ำมันแบบ Self Service เติมเอง จ่ายตังค์เอง ถ้าเติมครั้งแรกจะอึ้งๆ เพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนเลย 5555 แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ วิธีแก้ปัญหาคือมองหาพนักงานของปั๊มซึ่งส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ในออฟฟิศ แล้วไปขอให้เขามาช่วยแนะนำวิธีเติมให้เรา ถ้าเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็เปิด Google Translate เลยค่ะ คนญี่ปุ่นใจดี เขาจะมาช่วยแนะนำเราตั้งแต่ต้นจนถึงตอนจ่ายตังค์เลย

หัวจ่ายน้ำมันประเภทต่างๆ ของญี่ปุ่นจะแบ่งตามสีนะคะ ถ้าเป็นรถยนต์ธรรมดาทั่วไป ส่วนใหญ่จะต้องเติมแบบ “Regular (สีแดง)” แต่รถบ้านคันนี้ต้องเติม “Diesel (สีเขียว)” ประโยคหากินที่ใช้สื่อสารกับพนักงานเวลาเติมน้ำมันก็คือ “…(ประเภทน้ำมันที่ต้องเติม) มันตัง” เช่น “Regular มันตัง” แปลว่า “เติมน้ำมันแบบธรรมดาเต็มถัง” เพราะเราจะต้องเติมน้ำมันคืนเต็มถังทุกครั้งเวลานำรถไปคืน ไม่งั้นจะโดนปรับค่ะ

ช่องเติมน้ำมันจะอยู่ตรงข้างๆ รถฝั่งคนขับ อันนี้พนักงานจะพามาชี้เลยค่ะตอนที่แนะนำวิธีการใช้รถบ้านให้เรา




จอดรถนอนที่ไหนได้บ้าง?

จริงๆ แล้วฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเช่ารถบ้านขับเที่ยวนั้นคือช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน – กันยายน เพราะจะมีแคมป์ไซต์ทั้งฟรีและไม่ฟรีเปิดให้บริการเต๊มไปหมดเลยล่ะค่ะ ซึ่งเราก็สามารถนำรถบ้านไปจอดนอนได้ตามแคมป์ไซต์เหล่านี้แหละ แต่ก็ไม่ใช่ทุกแคมป์ที่จะมีจุดชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถบ้าน ถ้าอยากชาร์จแบตเตอรี่รถบ้าน เราต้องมองหา RV Park ซึ่งจะมีไม่ค่อยเยอะเท่ากับแคมป์ไซต์สำหรับกางเตนท์ค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็จะไม่เปิดทั้งปีด้วย ตรงจุดนี้สามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในเพจได้ว่าถ้าจะเดินทางท่องเที่ยวในรูทนี้ พอจะมี RV Park ตรงไหนให้เราได้แวะนอนหรือชาร์จแบตเตอรี่ได้บ้าง เจ้าหน้าที่เขาจะส่งลิสต์รายชื่อมาให้เราเลยค่ะ (แคมป์ไซต์ที่มีสายชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถบ้านจะต้องเสียตังค์ค่าจอดนะคะ ราคาแตกต่างกันไปแล้วแต่แคมป์ค่ะ ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 2,000 เยนขึ้นไปต่อรถหนึ่งคัน)

ส่วนแผนที่และรายชื่อแคมป์ต่างๆ ทั้งฟรีและไม่ฟรี สามารถเช็คได้ที่ลิงก์นี้เลยนะคะ > Click <

แต่! ช่วงที่เราไปมันเริ่มเข้าฤดูหนาวแล้ว ประมาณเดือนพฤศจิกายน ฉะนั้นแคมป์ไซต์ต่างๆ ก็เริ่มทยอยปิดกันไปเกือบหมด เราก็เลยไม่มีที่จอดรถสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ของรถบ้าน ต้องอาศัยจอดนอนตาม Michi-no-Eki หรือจุดพักรถ ที่มีลานจอดรถ และห้องน้ำให้บริการฟรี ซึ่งมีหลายแห่งทั่วญี่ปุ่นค่ะ

ดูแผนที่และรายชื่อของ Michi-no-Eki ได้ที่ลิงก์นี้เลยค่ะ > Click <

ถึงแม้จะพูดได้ว่า “ค่ำไหนนอนนั่น” แต่ก็พูดได้แบบไม่เต็มปาก เพราะจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นซะทีเดียวค่ะ เนื่องจากกฎหมายญี่ปุ่นเขาห้ามจอดรถในที่ห้ามจอดด้วย ฉะนั้นเราควรวางแผนคร่าวๆ ไปก่อนว่าจะขับรถไปในเส้นทางไหน และจะจอดนอนตรงไหน จะเลือกนอนแคมป์หรือจะนอนตามจุดพักรถ จะได้กะเวลาขับรถไปถึงจุดหมายถูก เพราะกลางคืนที่ฮอกไกโดนี่ค่อนข้างเปลี่ยวนะคะ ขนาดรู้ดีว่าญี่ปุ่นค่อนข้างปลอดภัย ตอนนอนในรถคืนแรกยังมีสั่นๆ กลัวๆ เพราะมันเงียบมากกกกก ที่สำคัญยังหนาวมากกกก ฮีทเตอร์ก็เอาไม่อยู่ค่ะ แนะนำว่าใครจะไป อย่ามาช่วงหนาวเลยจะดีกว่า ทางที่ดีไม่ควรเกินกลางตุลา จะได้จอดนอนแคมป์ได้แบบอุ่นทั้งกาย อุ่นทั้งใจค่า

ส่วนตัวเรา ถึงแม้จะวางแผนการเดินทางไปแบบคร่าวๆ แล้วก็ยังมีผิดแผน เพราะหิมะดันตก! บางเส้นทางปิด! ชีวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ฝันไว้เลยนะคะ 5555 แต่มันคือรสชาติการเดินทางค่ะ ทุกสิ่งอย่างที่เราเจอ ถ้าร้าย มันก็จะกลายมาเป็นบทเรียน ถ้าดี มันก็จะกลายมาเป็นความทรงจำ การเดินทางไม่มีขาดทุนหรอกค่ะ มีแต่กำไรล้วนๆ




แล้วจะอาบน้ำได้ที่ไหน?

รถบ้านที่ฮอกไกโด จากที่เราหาข้อมูลอย่างหนักหน่วงเนี่ย แทบจะไม่มีเจ้าไหนที่มีรถแบบมีห้องอาบน้ำภายในรถเลยค่ะ ซึ่งถ้าไปช่วงหนาวๆ แบบเรา ห้องอาบน้ำนี่ไม่จำเป็นอยู่แล้ว เพราะไม่อาบ 5555 แต่ถ้าเป็นช่วงอื่นๆ หรือใครติดว่าอยากอาบน้ำก็สามารถอาบได้ตามออนเซ็นที่มีอยู่มากมายทั่วญี่ปุ่น บางโรงแรมก็สามารถเข้าไปใช้บริการออนเซ็นอย่างเดียวก็ได้นะคะ หรือแม้กระทั่งออนเซ็นฟรีก็มีให้แช่อยู่ทั่วฮอกไกโด เพียงแต่ออนเซ็นฟรีจะไม่มีห้องอาบน้ำให้เราเท่านั้นเอง (ดูแผนที่และรายชื่อออนเซ็นฟรีในฮอกไกโดได้ที่ลิงก์นี้เลยค่ะ > Click <

ข้อดีของการเช่ารถบ้านขับเที่ยวฮอกไกโด

เอาจริงๆ จะว่าลำบากมันก็ลำบากนะคะ เพราะรถบ้านมันไม่เหมือนโรงแรม ไม่สะดวกสบาย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบลาๆ ที่สำคัญถ้าไปผิดฤดูแบบเราเนี่ย โอ๊ยยย เตรียมนอนหนาวปากสั่นได้เลย เพราะมันหนาวมากกกกกก แต่ข้อดีก็คือ เราจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ แบบที่ยากจะลืมออกไปจากความทรงจำ ทุกสิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างการเดินทางนั้นจะกลายมาเป็นความทรงจำที่ดีในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน .. เวลามันแปลกอยู่อย่างนะคะ พอผ่านไปแล้วมันจะนำเอาความรู้สึกบางอย่างของเราไปด้วย วันนี้เราอาจจะอยากไปนู้นไปนี่ อยากทำนู้นทำนี่มากมาย แต่พอวันนึงที่เวลามันผ่านไปแล้ว วันที่เราอาจจะไม่อยากทำนู้นทำนี่ หรือไม่มีแรงไปนู้นไปนี่เหมือนเดิม อย่างน้อยๆ วันนั้น เราก็ยังมีความทรงจำของวันนี้ให้นึกถึง แล้วก็จะไม่ต้องมานั่งเสียดายอะไรอีก เพราะเราได้ทำทุกสิ่งที่เราอยากทำแล้วเรียบร้อย .. ในวันที่เรายังมีแรง : )
ฮอกไกโดทริปนี้ยังมีอะไรมาเล่าอีกเยอะ ยังไม่ได้รีวิวแบบเต็มๆ ทั้งทริปเลย ยังไงรอติดตามกันด้วยน้า แล้วจะหลงรักภูมิภาคนี้เหมือนกับเราค่ะ
Niichiiz *http://www.movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวแบบฟินฟิน กับ 5 สถานที่น่าเช็คอิน รับลมหนาวปลายปีนี้!

เจแปนหนาวแล้วจ้า ฮอกไกโดนี่หิมะตกแบบหนาฟูเลย ใครมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงโค้งสุดท้ายของปลายปีนี้ มีสถานที่ปักหมุดเช็คอินกันหรือยัง? .. ถ้ายัง มามุงกันตรงนี้เลย เพราะเรามี 5 สถานที่น่าเที่ยวช่วงฤดูหนาวของแดนปลาดิบมาฝากกัน : Dอยากจะบอกว่าญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวนี่เป็นอีกฤดูที่เรารักไม่แพ้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเลย เพราะทุกอย่างมันดูขาวสวยแปลกตาไปหมด ยิ่งถ้าไปเจอหิมะในวันฟ้าใสด้วยนะ...

3 Days 2 Nights in Krabi : เที่ยว “กระบี่”...

ในฐานะคนชอบทะเล "กระบี่" คือหนึ่งในจังหวัดที่เรายกให้เป็นอันดับต้นๆ ในใจ เพราะกระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีมุมอื่นๆ  ให้สัมผัสแบบไม่รู้หน่าย น้ำทะเลก็ใสแจ๋ว จะเดินเล่นริมชายหาด หรือนั่งเรือออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ก็มีให้เลือกแบบครบทุกบรรยากาศ เบื่อทะเลก็พากันไปเที่ยวสระมรกต หรือไปแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ต้องบอกว่า อื้อหือออ...

Nagoya 5 Days 4 Nights : จากนาโกย่าถึงทาคายาม่า เส้นทางทรงเสน่ห์น่าค้นหาของภูมิภาคชูบุ

สวัสดี ชูบุ .. นี่คือการสบตากันครั้งแรกแบบจริงจังของเรากับภูมิภาคชูบุ และคิดว่าเส้นทางนี้น่าจะเป็นรูทที่หลายคนคงจะชอบ เพราะตอบโจทย์นักเดินทางทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ วัฒนธรรม สีสัน ความเจริญ เที่ยวกันแบบเพลินๆ แค่ 5 วัน...

Jewel Changi Airport : จะมีสักกี่ประเทศที่ทำให้คนอยากมาเที่ยวสนามบิน!

ไปสิงคโปร์มาอีกรอบเป็นครั้งที่สอง หลังจากตื่นตะลึงกับความเขียวอลังการจากการยกป่ามาไว้ใจกลางเมืองอย่าง ‘Gardens by the Bay’ ในครั้งแรกไปแล้ว มารอบนี้ยิ่งตื่นตาตื่นใจหนักกว่าเดิม เพราะคราวนี้สิงคโปร์เขายกป่ามาไว้ในสนามบินกันเลยทีเดียว! แถมยังสร้างน้ำตกยักษ์ให้ไหลลงมาตรงกลางห้าง!! จนทำให้คนรักธรรมชาติอย่างเราอึ้งจนกล้าพูดได้เลยว่า ‘สิงคโปร์’ นี่แหละ “City...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here