3 Days 2 Nights in Krabi : เที่ยว “กระบี่” แบบครบรส ไปกี่ครั้งก็หลงรัก

เที่ยว “กระบี่” แบบครบรส ไปกี่ครั้งก็หลงรัก

3 Days 2 Nights in Krabi

- November, 2019 -

ในฐานะคนชอบทะเล “กระบี่” คือหนึ่งในจังหวัดที่เรายกให้เป็นอันดับต้นๆ ในใจ เพราะกระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ยังมีมุมอื่นๆ  ให้สัมผัสแบบไม่รู้หน่าย น้ำทะเลก็ใสแจ๋ว จะเดินเล่นริมชายหาด หรือนั่งเรือออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ก็มีให้เลือกแบบครบทุกบรรยากาศ เบื่อทะเลก็พากันไปเที่ยวสระมรกต หรือไปแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ต้องบอกว่า อื้อหือออ .. มันดีย์ไม่แพ้ออนเซ็นแดนปลาดิบเลย ฉะนั้นกระบี่จึงเป็นจังหวัดที่มีครบทุกอถรรส ไม่ว่าจะไปเที่ยวกี่ครั้ง ก็จะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมาด้วยเสมอ

.. และถ้าใครยังไม่มีทริปสำหรับส่งท้ายปลายปีนี้ เราขอส่ง “กระบี่” เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิง โดยให้รีวิวนี้เป็น Inspiration ในการตัดสินใจ ถ้ารู้สึกว่ามันใช่! ก็ชวนคนข้างๆ ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันเลย : )

Day 1

เราเดินทางถึงกระบี่แต่เช้าตรู่ โดยมีไกด์และคนขับรถจาก Srisawat Transfer มาถือป้ายชื่อรอรับอยู่ที่สนามบิน เนื่องจากทริปนี้เราไม่ได้เช่ารถขับ เลยเลือกจองรถรับ – ส่งสนามบินจากเว็บไซต์ Traveloka > Click < แล้วก็พ่วงการจองโปรแกรมทรีตเมนต์สปารวมวารีบำบัดในบ่อน้ำแร่ร้อนที่ Wareerak Hot Spring Spa ไปด้วย ก็เลยได้ไกด์และรถจาก Srisawat Transfer นี่แหละพาเที่ยวกระบี่ในวันแรกแบบไม่ต้องขับรถเที่ยวเองให้เหนื่อยเลย

ระหว่างทางไป Wareerak Hot Spring Spa นั้นต้องผ่านสระมรกต สถานที่ท่องเที่ยวอันแสนโด่งดังของกระบี่ น้องไกด์ใจดีก็เลยพาแวะเที่ยวที่นี่ด้วย แต่เรามาถึงประมาณเกือบเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่คนกำลังเยอะเลย แถมเด็กๆ ปิดเทอมด้วย สระมรกตก็เลยค่อนข้างคึกคักเชียว

ไกด์สาวของเราบอกว่าถ้าใครอยากเก็บภาพบรรยากาศความเงียบสงบของสระมรกต ให้ลองแวะมาช่วงเช้าตั้งแต่ตอนเขาเปิดเลย ประมาณ 8 โมง ก็น่าจะได้ภาพงามๆ แบบไม่ติดคนจ้า

ก่อนจะไปถึงสระมรกตนั้นต้องใช้เวลาเดินพอสมควรเลยค่ะ โดยทางเดินจะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สามารถเดินใต้ร่มเงาของต้นไม้แบบไม่ร้อน เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แปบๆ ก็ถึงสระมรกตแล้ว

Wareerak Hot Spring Spa

น้ำพุร้อน คืออีกหนึ่งไฮไลท์ของจังหวัดกระบี่ค่ะ เราว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เมืองทะเลแห่งนี้มีความแตกต่าง เพราะนักท่องเที่ยวอย่างเราจะได้สัมผัสบรรยากาศอื่นๆ นอกเหนือจากทะเลได้ด้วย โดย Wareerak Hot Spring Spa เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีบ่อน้ำพุร้อนให้เราได้แช่ผ่อนคลายกันแบบค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่สามารถจองได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ Traveloka ตามลิงก์นี้เลยค่ะ > Click <

มาถึงก็จะมีพนักงานนำเครื่องดื่มสมุนไพรเย็นๆ มาต้อนรับ

ก่อนเข้าโปรแกรมจะต้องทำแบบสอบถามเพื่อเช็คประวัติสุขภาพกันก่อน เนื่องจากบางคนไม่เคยแช่น้ำร้อนแล้วมาแช่ อาจจะมีอาการเป็นลมเป็นแล้งกันได้ ในกรณีที่ความดันสูงหรือความดันต่ำ ที่นี่เขาคำนึงถึงสุขภาพแขกทุกคนเป็นหลักเลยค่ะ

จริงๆ แล้วที่นี่สามารถมาแช่บ่อน้ำร้อนอย่างเดียวก็ได้ แต่มาทั้งที เราขอผ่อนคลายแบบเต็มที่ด้วยโปรแกรมกินรีเริงร่า ซึ่งจะมีการสครับผิว และนวดคอ บ่า ไหล่ พร้อมพายืดกล้ามเนื้อด้วยโยคะไทยกับท่าฤๅษีดัดตนด้วย ก่อนจะปิดท้ายด้วยกิจกรรมวารีบำบัดในบ่อน้ำร้อนและบ่อน้ำเย็น เป็นการให้เราแช่ตัวในบ่อน้ำร้อนสลับกับบ่อน้ำเย็น เพื่อให้ร่างกายได้คลายความเมื่อยล้าจากการทำงานหนักที่สะสมมาแรมปี จบกิจกรรมนี้นี่นอนหลับสบายไปทั้งคืนเลย

Day 2 : ทัวร์เกาะพีพี

ได้ยินชื่อ “เกาะพีพี” มานานแสนนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเองสักที คราวนี้หมายมั่นปั้นมืออย่างมั่นเหมาะว่าทริปนี้ต้องไปเกาะพีพีให้ได้! แล้วก็สมใจ เพราะทุกสิ่งดีงามอย่างที่เคยได้ยินมาจริงๆ โดยทริปนี้เราเลือกเดินทางกับ ‘เกาะพีพีทัวร์’ โดยจองผ่านเว็บไซต์ Traveloka อีกเช่นเคย ซึ่งเกาะพีพีทัวร์นั้นเป็นบริษัททัวร์ที่ค่อนข้างมีชื่อของจังหวัดกระบี่เลยค่ะ เพราะเขามีท่าเรือส่วนตัวด้วย เวลาจะขึ้นเรือก็จะมีรถมารับที่โรงแรมแล้วพาไปส่งยังท่าเรือของบริษัทเลย แถมมีเรือให้เลือกตั้งสองแบบ คือ สปีดโบ๊ท และคาตามารันที่ลำใหญ่กว่า จุคนได้เยอะกว่า เวลาเจอคลื่นลมแรง เรือจะไม่ค่อยสั่น เราก็เลยเลือกเดินทางด้วยเรือคาตามารันค่ะ

ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงจุดแรกที่เรือจอดคือ ‘ถ้ำไวกิ้ง’ ซึ่งปัจจุบันนั้นเป็นพื้นที่สัมปทานเก็บรังนกนางแอ่น ก็เลยไม่สามารถเข้าไปชมข้างในถ้ำได้ค่ะ เรือก็จะจอดให้ชมความสวยงามจากภายนอก แถวนั้นเนี่ย น้ำทะเลใสแจ๋วซะจนอยากจะกระโดดลงน้ำเดี๋ยวนั้นเลยค่ะ

ภายในถ้ำจะมีภาพเขียนโบราณเป็นรูปเรือไวกิ้ง ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของชื่อถ้ำนั่นแล แต่เราไม่สามารถเข้าไปชมข้างในได้ น้องไกด์ก็เลยเอารูปที่เคยถ่ายเมื่อก่อน สมัยที่เขายังอนุญาตให้เข้าไปชมได้อยู่มาให้ดูแทนค่ะ วาดสวยดีแฮะ

จุดต่อไปคือ อ่าวปิเละ สวยมากกกกกกกก น้ำใสมากกกกกกกกกก ขนาดว่าฝนเพิ่งตกแบบพรำๆ ไป น้ำยังใสจนอดใจไม่ไหวที่จะกระโดดน้ำเลย โดยเรือจะขับพาเราเข้าไปแวะถ่ายรูปกันแปบนึง แล้วขับวนออกมาเพื่อปล่อยยังจุดดำน้ำจุดแรกที่อยู่ตรงปากทางเข้าอ่าวปิเละค่ะ

ดำน้ำจนเหนื่อยก็พากันไปกินข้าวที่อ่าวต้นไทรบนเกาะพีพี พร้อมกับมีเวลาให้เดินเล่นถ่ายรูปกันอีกนิดหน่อยค่ะ

เรือพาแวะไปจอดดูความสวยงามของอ่าวมาหยาในตำนานด้วย ปัจจุบันปิดเกาะเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของธรรมชาติบนเกาะ ขนาดมองไกลๆ ยังรู้ว่าสวยมากกกกก

ที่จุดที่เรือพาแวะแต่ไม่ได้จอดให้ขึ้นไปก็คือหาดลิงค่ะ น้องไกด์บนว่าบนเกาะจะมีลิงเยอะแยะมากมายเลย เราเห็นฝรั่งชอบมาถ่ายรูปกับลิงแล้วโพสต์ลง IG กันบ่อยๆ น่าเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ลงไปถ่ายรูปกับน้องลิงงงง

สุดท้ายก่อนหมดวัน เรือจะพาไปปล่อยอิสระบนเกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะชิลๆ มีพื้นที่ให้เดินเล่น ถ่ายรูป เพราะดำน้ำเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ก่อนจะพาไปส่งยังฝั่ง และมีรถรอรับกลับไปส่งที่โรงแรมเหมือนเดิม ถือเป็นทัวร์แบบเต็มวันที่คุ้มค่าและได้ประสบการณ์แบบจัดเต็ม ใครเป็นคนชอบดำน้ำ ไม่อยากให้พลาดทัวร์เกาะพีพีจริงๆ ค่ะ จองได้ง่ายๆ ที่ลิงก์นี้เลย > Click <

Day 3 : ทัวร์เกาะห้อง

เกาะห้อง เป็นอีกหนึ่งเกาะที่เราได้ยินมานานและหนาหูว่าสวยเหลือเกิน ใครไปกระบี่ต้องห้ามพลาด แต่เราแอบเลี่ยงมานาน เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบน้ำทะเลที่เป็นสีเขียวประมาณนี้ แต่ครั้งนี้อยากลองไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเอง ก็เลยตัดสินใจจองทัวร์เกาะห้องในอีกวันนึงเลย เพราะใช้เวลาไม่นานเท่าทัวร์เกาะพีพี ประมาณครึ่งวันเท่านั้น ลองดูโปรแกรมทัวร์ก็ไม่มีกิจกรรมดำน้ำด้วย เป็นทัวร์ออกเกาะแบบชิลๆ เดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งทัวร์จะพาแวะทั้งหมด 3 เกาะ คือ โถงอ่าวห้อง เกาะผักเบี้ย และไปปิดท้ายทริปที่เกาะห้อง ซึ่งมีเวลาให้ชิลอยู่บนเกาะค่อนข้างนานพอสมควรเลยค่ะ

ทริปของวันนี้ไปกับ ‘เกาะพีพีทัวร์’ อีกเช่นเคย แต่คราวนี้เป็นเรือสปีดโบ๊ท เพราะหมู่เกาะห้องอยู่ไม่ไกล และใช้เวลาเดินทางไม่นานเท่ากับเกาะพีพีก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้เรือลำใหญ่ค่ะ

นั่งเรือออกมาได้ไม่นาน ก็จะถึงจุดแรกคือ อ่าวห้อง (ลากูน) ไฮไลท์ของทริปนี้ ตรงโซนนี้จะมีลักษณ์เหมือนโถงทะเลล้อมรอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย โดยมีทางเข้าออกแค่ทางเดียวค่ะ ถ้าน้ำลงเรือจะไม่สามารถเข้าไปได้ ฉะนั้นทางทัวร์เขาจะเช็คน้ำขึ้น – น้ำลงก่อน บางทริปอาจจะได้มาตรงนี้จุดแรก แต่บางทริปก็อาจจะได้มาตรงจุดนี้เป็นจุดสุดท้าย ส่วนเรานั้นได้ไปเป็นจุดแรกเลย เพราะน้ำขึ้นช่วงเช้าค่า

หลังจากชมความงามของอ่าวห้องลากูนเสร็จ เรือก็พาไปที่จุดต่อไปคือ เกาะผักเบี้ย และปล่อยให้เดินเล่น ถ่ายรูปบนเกาะอีกสักพักค่ะ

เกาะผักเบี้ย เป็นเกาะเล็กๆ มีพื้นที่ไม่ค่อยมากนัก แต่คนจะไปออกันตรงโซนที่เขากันไว้ให้เล่นน้ำ ดำน้ำ ฉะนั้นถ้าใครชอบบรรยากาศแบบเงียบสงบ แนะนำเดินเลี่ยงมาอีกฝั่งนึงของเกาะดีกว่าค่ะ ไม่มีคนเลย แต่เป็นมุมที่เงียบสงบและสวยงามมาก

เราแวะกินข้าวกลางวันกันบนเกาะเหลาลาดิง อีกเกาะเล็กๆ ที่สวยงามและมีความเงียบสงบมาก หลังจากกินข้าวกันเสร็จ เรือก็จะพาไปจุดสุดท้ายก็คือ เกาะห้อง ซึ่งมีเวลาให้ชิลอยู่บนเกาะนานประมาณ 2 ชั่วโมงเลยล่ะค่ะ

หลังจากที่ได้มีโอกาสมาเห็นเกาะห้องด้วยตาของตัวเองแล้ว ต้องขอยอมรับเลยว่า เฮ้ย มันสวยกว่าที่คิดมาก น้ำทะเลอาจจะไม่ได้ใสอลังการเหมือนทางฝั่งเกาะพีพี แต่เป็นทะเลที่เงียบสงบ มองแล้วสบายตา แถมยังเป็นทัวร์ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเห็นระบบจัดการการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ว่าทำได้ดีมาก ขยะบนเกาะนี่แทบไม่มีเลย มีเวลาเปิดปิดเกาะชัดเจน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่ประทับใจเกินคาดค่ะ ถ้าใครไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมหนักๆ เช่น ดำน้ำ แต่อยากเดินเล่น พักผ่อน ถ่ายรูปสวยๆ แนะนำทัวร์เกาะห้องเลย ไม่ผิดแน่นอนจ้า สามารถคลิกจองได้ที่ลิงก์นี้เลย > Click <

Niichiiz *http://www.movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

Maldives ; Let Me Dream A While

ไม่ว่าจะเป็นเสียงคลื่นซัดที่ฟังคล้ายคำว่า “สู้สู้” หรือ เพราะแสงสุดท้าย ณ ปลายเส้นขอบฟ้าที่สวยงามราวกับจะบอกเราว่า “ยังมีพรุ่งนี้เสมอ” หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราก็รู้สึกมาเสมอว่า “ทะเล” แม่งเหมือนมีมนต์สะกดบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ทุกครั้งเวลาที่ชีวิตมันเหนื่อยล้าเกินไป“มัลดีฟส์” คือ Dream Destinations...

COSI Pattaya Wong Amat Beach : จ่ายน้อย ได้ครบ จบทุกไลฟ์สไตล์

เราเป็นคนที่ไปพัทยาบ่อยมาก เหตุผลง่ายๆ คือ ใกล้ ขับรถไม่นาน แล้วคนรักทะเลแบบเรา แค่ได้ไปฟังเสียงคลื่นกระทบทรายก็สบายใจละ ฉะนั้นเรื่องโรงแรมพัทยา นี่ขอให้ถาม พักมาหลายโรงแรมมาก และนี่คือหนึ่งในโรงแรมที่เรา Proud to Present...

Savoey Restaurant, Tha Maharaj : กินกุ้งเผา เคล้าดนตรีสด ท่ามกลางแสงทองของแม่น้ำเจ้าพระยา

“อาหาร” สำหรับเรา บางมื้อมันไม่ใช่แค่กินเพื่อให้ท้องอิ่ม แต่มันคือ “ความทรงจำ” พอมีโอกาสได้กลับมาสัมผัสความทรงจำในร้านอาหารที่เคยกินตั้งแต่เด็กอย่าง Savoey Restaurant ซึ่งมีระยะเวลาการันตีถึงความเด็ด เพราะเขาเปิดมาเกือบ 50 ปีแล้ว ยิ่งทำให้เราอยากทำรีวิวมาฝากเพื่อชี้เป้าร้านเด็ด ชวนสายกินไปอิ่มท้องอิ่มใจด้วยกันที่ร้านเสวย ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีทั้งหมด...

10 Best Photo Spots in Okinawa 2020 : อัพเดท...

ใครชอบค้นหามุมใหม่ๆ สำหรับถ่ายรูป ใครอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ในงบสบายกระเป๋า ใครชอบเที่ยวแบบชิคๆ ชิลๆ สโลว์ไลฟ์ ใครชอบสถานที่ที่อากาศดี มามุงตรงนี้! เรายังอยากยืนยันว่า "โอกินาวา" เกาะใต้สุดของแดนปลาดิบนั้นผ่านเกณฑ์ทุกข้อที่กล่าวมา! และถึงแม้นี่จะเป็นการไปเที่ยวโอกินาวาเป็นครั้งที่สองของเราแล้ว โอกินาวาก็ยังคงมีมุมชิคๆ ให้แวะไปเที่ยว ไปถ่ายรูปแบบไม่รู้จบสิ้น ฉะนั้นเอาความคิดที่ว่า “โอกินาวาไม่มีอะไรนอกจากอควาเรียม”...

Art of Kobe : พิกัดถ่ายรูปสุดเท่ ณ “โกเบ” เมืองท่าแห่งคันไซ

สาย Photograph มาปักหมุดจุดถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่คันไซกัน! เผื่อใครหมดไอเดียอยากหามุมถ่ายรูป แปลกใหม่ที่ไม่ใช่ป้ายกูลิโกะ ขอจงสะพายกล้องตัวเก่งตรงดิ่งมาที่ Hyogo Prefectural Museum of Art หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเฮียวโงะ ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบใกล้ๆ...

Nankinmachi Kobe Chinatown : กินให้สุดแล้วหยุดที่โกเบ!

เราเป็นคนชอบ Street Food มากกกกก ปกติจะไม่ค่อยเจอตลาดที่คึกคักและเต็มไปด้วยบรรยากาศสตรีทๆ แบบนี้ที่ญี่ปุ่น แต่พอได้มาเดินที่ Nankinmachi หรือ ย่านไชน่าทาวน์ของเมืองโกเบ ยอมรับเลยว่า Street Food ที่นี่ดีงามจนอยากมาบอกต่อ...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here