แผนเที่ยว “Kusatsu Onsen” หนึ่งวันอุ่นใจในเมืองม่านหมอกออนเซ็น

แผนเที่ยว "คุซัทสึ" หนึ่งวัน อุ่นใจ ในเมืองม่านหมอกออนเซ็น

24 Hours in Kusatsu

- October, 2017 -

ออกตัวแบบอลังการเลยว่า “คุซัทสึ” ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสามของเมืองสุดยอดออนเซ็นที่คนญี่ปุ่นเองก็ยังต้องหาโอกาสมาเยือนให้ได้สักครั้ง! ฉะนั้นจะบอกว่าเมืองนี้เป็นสวรรค์ของเหล่าคนรักออนเซ็นก็มิปาน แม้ชื่อจะฟังไม่คุ้นหู ฟังดูเหมือนอยู่ห่างไกล แต่เชื่อมั้ยว่า คุซัทสึ อยู่ห่างจากโตเกียวแค่ร้อยกว่ากิโลเมตรเท่านั้นเอง ฉะนั้นเรื่องจัดแผนเป็น One Day Trip จึงทำได้สบายมาก แต่ก็นะ.. ไปเยือนเมืองออนเซ็นทั้งที ใครอยากจะนอนพักเรียวกัง แช่ออนเซ็นให้สบายตัวสักคืนก็เป็นเรื่องที่ชวนฟินไม่น้อย ส่วนใครที่มีเวลาไม่มาก จะแวะเข้าไปแช่ออนเซ็นอย่างเดียวโดยไม่พักก็สามารถนะ เพราะที่นี่มีออนเซ็นให้เลือกแช่ตั้งแต่บ่อแช่เท้าฟรีไปจนถึงออนเซ็นรายชั่วโมงเลย เอาละ ไม่พูดพร่ำทำเพลงละ อากาศที่ญี่ปุ่นก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ บรรยากาศช่วงนี้ ขอบอกว่าเหมาะแก่การแก้ผ้าท้าลมหนาวแล้วลงแช่ออนเซ็นร้อนๆ ยิ่งนัก!

ทำความรู้จักเมืองคุซัทสึ (Kusatsu) กันสักหน่อย

คุซัทสึ (Kusatsu) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใน กุนมะ (Gunma) จังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียงของโตเกียวที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ธรรมชาติ” และ “ออนเซ็น” สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปโดยใช้เวลาแค่เกือบๆ ชั่วโมงเท่านั้น ฉะนั้นใครที่มองหา One Day Trip จากโตเกียว เราอยากให้ลองเลี้ยวมาที่จังหวัดกุนมะกันดูสักครั้งนะ : )
คุซัทสึ เป็นเมืองกลางหุบเขา สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,200 เมตร แม้จะไม่ใช่เมืองที่ใหญ่โตอะไร แต่ก็ไม่เคยร้างจากนักท่องเที่ยว มีร้านรวงต่างๆ มากมาย มีโรงแรมที่พักให้เลือกหลายราคา หลากบรรยากาศ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้องและที่หลับที่นอนกันเลย
ว่ากันว่าน้ำแร่ของเมืองคุซัทสึ มีคุณสมบัติรักษาโรคได้หลากหลาย แถมยังเป็นเมืองที่มีปริมาณน้ำแร่จากน้ำพุร้อนมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นด้วย มากขนาดมีคนเคยวัดปริมาณไว้ให้ว่า ในหนึ่งวัน มีน้ำแร่ผุดขึ้นมาที่เมืองนี้ประมาณสามหมี่นกว่าลิตรเลยทีเดียว!
เพราะเป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีไฮไลท์ที่โคตรเด็ดอย่าง “ออนเซ็น” ฉะนั้นจะจัดเป็น One Day Trip จากโตเกียวมาเที่ยวแบบชิลๆ ก็ได้นะ ที่นี่มีออนเซ็นรายชั่วโมงให้เข้าไปแช่ได้ หรือถ้าอยากฟินแบบจัดหนัก จะหาเรียวกังดีๆ นอนพักสักคืนเพื่อให้รางวัลตัวเองก็คงนอนหลับฝันหวานสบายตัวแน่นวล ^^




รู้ไว้สักนิด วิธีการแช่ออนเซ็นแบบง่ายๆ อย่าอายที่จะฟิน!

 

  • เปลี่ยนจากชุดยูกะตะเป็นชุดวันเกิด แล้วเก็บข้าวของใส่ในตระกร้าที่วางไว้ให้บนตู้ล็อกเกอร์ให้เรียบร้อย พร้อมทั้งผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ด้วย สามารถนำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กติดเข้าไปได้ผืนเดียว เพื่อเอาไว้เช็ดหน้า ขัดขี้ไคล หรือวางไว้บนศีรษะเวลาเหงื่อออกขณะแช่
  • ด้านในของห้องออนเซ็นจะมีที่อาบน้ำไว้ให้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะมีเก้าอี้ตัวเล็ก และอุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ แชมพูเตรียมไว้ให้ นั่งลงอาบน้ำให้สะอาด และระวังอย่าให้น้ำกระเด็นไปโดนคนข้างๆ ด้วยนะ
  • หลังอาบน้ำเสร็จ สามารถลงแช่ออนเซ็นได้เลย โดยค่อยๆ ย่อตัวลงไปทีละนิดจากระดับข้อเท้าก่อน อย่าแช่พรวดลงไปทีเดียว เพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิน้า
  • สำหรับบ่อออนเซ็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 42 องศา ควรแช่แค่ประมาณ 10 นาที แต่บ่อออนเซ็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 37 – 39 องศา สามารถแช่ได้ถึงประมาณ 20 นาที ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะน้ำแร่ในออนเซ็นมีอุณหภูมิสูงมาก เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป ระหว่างแช่ก็นวดตามร่างกายไปด้วยจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้นนะ
  • เมื่อขึ้นจากบ่อออนเซ็น คนที่มีผิวบางสามารถอาบน้ำล้างตัวอีกรอบได้ หรือจะไม่ล้างตัวแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่เก็บไว้ในตะกร้าบนตู้ล็อกเกอร์มาเช็ดตัวให้แห้งเลยก็ได้ เหตุผลที่บางคนไม่นิยมล้างตัวอีกรอบก็เพราะต้องการให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำแร่อย่างเต็มที่นั่นเองจ้า

ข่าวดีสำหรับคนมีรอยสัก!

เป็นที่รู้กันดีสำหรับขาออนเซ็นหน้าเก่าว่า ออนเซ็นส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นจะห้ามคนมีรอยสักเข้า แต่เดี๋ยวนี้เขาเริ่มผ่อนปรนแล้วนะ บางแห่ง ถ้ามีรอยสักเล็กๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย แต่เพื่อความชัวร์ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมีแผ่นแปะปิดรอยสักขายแล้ว ฉะนั้นใครมีรอยสักก็ซื้อแผ่นแปะนี้ปิดบังรอยสักเอาไว้ เท่านี้ก็สามารถเข้าไปแก้ผ้าท้าออนเซ็นลงแช่น้ำแร่กันได้อย่างสบายใจแล้ว ^o^



เตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางสู่เมืองคุซัทสึกันเลย!

☝ เดินทางจาก : โตเกียว
✍ วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ Shinkansen Asama หรือ Hakutaka ลงสถานี Takasaki แล้วต่อรถไฟท้องถิ่น JR Agatsuma Line ลงสถานี Naganohara Kusatsu Guchi หลังจากนั้นต่อรถบัสด้านหน้าสถานี มีรถบัสออกทุก 25 นาที ส่งตรงถึงเมืองคุซัทสึ ออนเซ็นเลย
⌚ ใช้เวลา : ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ
⌨ ค่าเดินทาง : รถไฟชินคันเซ็น (ไม่จองที่นั่ง) และรถไฟสาย JR Agatsuma Line 5,490 เยน ถ้าจองที่นั่งรถไฟชินคันเซ็น 6,010 เยน ส่วนรถบัสราคาเที่ยวละ 700 เยน

หลังจากนั่งรถบัสมาถึงเมืองคุซัทสึแล้วก็สามารถเดินเท้าเที่ยวได้ทั่วเมืองเลย โดยจุดศูนย์กลางคือ ยูบาตาเกะ (Yubatake) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ มีลักษณะคล้ายบ่อออนเซ็นขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เสมือนฝายที่ค่อยๆ ลดทอนอุณหภูมิความร้อนของน้ำแร่ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะแก่การใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากบางเวลา น้ำแร่ที่ไหลมาอาจจะมีอุณหภูมิสูงถึงเก้าสิบกว่าองศาทีเดียว เมื่อได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว น้ำแร่จะเดินทางผ่านท่อที่มีการวางระบบไว้ เพื่อลำเลียงไปยังบ้านเรือนและเรียวกังต่างๆ ให้ได้ใช้สอยกันนั่นเอง

 Note : ดูตารางรถบัสได้ที่ Timetable

Yubatake




มีอะไรน่าสนใจในเมืองคุซัทสึบ้าง

Sainokawara Park

ถ้าตั้งอยู่ที่อื่น ที่นี่อาจเป็นเพียงสวนสาธารณะธรรมดา แต่เพราะ “Sainokawara Park” เป็นสวนกลางหุบเขาในเมืองคุซัทสึ สวนสาธารณะแห่งนี้จึงพิเศษขึ้นมาทันทีเพราะมีบ่อออนเซ็นสาธารณะกลางแจ้งขนาดใหญ่ซึ่งมีหมอกควันพ่วยพุ่งตลอดเวลา ระหว่างทางเดินขึ้นไปสู่ออนเซ็นที่อยู่ในสวนแห่งนี้ ทางด้านขวามือจะเป็นเส้นทางไหลของกระแสน้ำร้อนที่รวมตัวกันจนเป็นลำธารเล็กๆ เลาะเลียบริมทางเดินไปตลอด แถมยังมีจุดที่สามารถนั่งเอนกายพักสายตาในขณะที่หย่อนเท้าลงไปแช่ในบ่อน้ำอุ่นได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า มันฟรี! ฉะนั้นใครที่เอียงอายไม่อยากแก้ผ้าแช่ออนเซ็น ลองมานั่งจุ่มเท้าในลำธารออนเซ็นแห่งนี้แทนก็ได้นะ

Sai no Kawara Street

ถนนเส้นเล็กๆ สั้นๆ แต่อัดแน่นด้วยร้านรวงน่ารัก น่าแวะ เป็นถนนที่ทุกคนซึ่งมาเยือนเมืองคุซัทสึต้องเดินผ่าน เพราะเป็นเส้นทางเดินไปสู่บ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่ Sainokawara Park นั่นเอง ฉะนั้นใคร One Day Trip มา ก็สามารถแวะช็อป แวะฝากท้องที่ร้านรวงต่างๆ บนถนนเส้นนี้ได้ เราว่ามันเป็นเอกลักษณ์ที่น่ารักอย่างหนึ่งของเมืองชนบทในญี่ปุ่นเลยนะ : )

Street2
Street3
Street4
Street1



Netsu-no-Yu

เป็นไฮไลท์อีกอย่างของเมืองคุซัทสึที่ไม่อยากให้พลาดเลย เพราะที่โรงอาบน้ำเน็ตสึโนะยุแห่งนี้มีประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมของคนคุซัทสึให้ได้ชม นั่นก็คือ การแสดงพิธีกวนน้ำที่เรียกว่า “ยุโมมิ (Yumomi)” เป็นวิธีการปรับระดับอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ในระดับที่อุ่นพอจะใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากน้ำร้อนที่ไหลเรื่อยมาจากใต้พื้นดินจะมีอุณหภูมิสูงมากจนไม่สามารถใช้ได้ ชาวเมืองนี้จึงใช้ภูมิปัญญาและแรงงานคนเพื่อปรับลดอุณหภูมิของน้ำ แม้ในปัจจุบันนี้ จะมีวิวัฒนาการที่ดีกว่าการใช้แรงงานแล้ว แต่ก็ยังคงมีการนำภูมิปัญญาชาวบ้านแบบโบราณนี้มาจัดแสดงให้ผู้สนใจได้ชมเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 10 – 15 นาที โดยจะจัดแสดงทั้งหมด 6 รอบต่อวัน คือ 9.30 น. / 10.00 น. / 10.30 น. / 15.30 น. / 16.00 น และ 16.30 น. เสียค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน ที่เด็ดคือเขาจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมในพิธีด้วย (เสียค่าเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 250 เยน) แถมยังมีประกาศนียบัตรไว้ให้เก็บเป็นที่ระลึกหลังจากการร่วมโชว์ในแต่ละรอบอีกต่างหาก ใครที่เป็นสายกิจกรรม เราว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลย ^^

Netsu-No-Yu1
Netsu-No-Yu2

นอกจากเมืองคุซัทสึแล้ว จังหวัดกุนมะ ยังมีเมืองน่ารักอื่นๆ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบเลย เอาไว้มีโอกาสจะทำแผนเที่ยวจังหวัดกุนมะมาฝากกันอีกน้า สำหรับใครที่อยากหาข้อมูลของจังหวัดกุนมะเพิ่มเติม สามารถคลิกดูได้ที่นี่เลย Click ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับเมืองคุซัทสึก็คลิกนี้เลยจ้า Click

Niichiiz *
Niichiiz *http://www.movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

อัพเดทเที่ยวญี่ปุ่น Kyushu ~ Kansai หลังกลับมาฟรีวีซ่าอีกครั้ง!

แดนปลาดิบเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังกลับมาเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยเที่ยวได้เต็มอิ่ม 15 วันเหมือนเดิม โดยกฎการเดินทางเข้าประเทศก็ไม่ยุ่งยากแล้วค่ะ เพียงแค่ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม / ลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางที่ Visit Japan Web ซึ่งขั้นตอนนี้แนะนำให้ทำทุกคน เพราะเปรียบเสมือนการเขียนใบ...

ปักหมุด 10 จุดเช็คอินสิงคโปร์ เก็บทุกจุดแลนด์มาร์คแบบไม่ง้อวันลา!

พูดถึงประเทศฮ็อตฮิตติดอันดับตลอดกาล แน่นอนว่าต้องมีชื่อ “สิงคโปร์” อยู่ในลิสต์ด้วยแน่นอนค่ะ เพราะเดินทางง่าย ไม่ไกลจากเมืองไทย แถมยังเป็นประเทศที่เล็กพริกขี้หนูมาก เพราะแม้ขนาดจะเล็กกว่ากรุงเทพมหานครของเรา แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ Green Space หรือพื้นที่สีเขียวที่ทำเอาคนทั่วโลกยอมรับมาแล้วว่าการยกป่ามาไว้ในเมืองนั้นเกิดขึ้นได้จริงที่สิงคโปร์!...

สูดกลิ่นอายแดนปลาดิบให้หายคิดถึง กับ 5 จุดเช็คอินฟีลคลาสสิคในญี่ปุ่น

มันก็นานแล้วนะ .. ที่ไม่ได้ไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ สูดกลิ่นอายบรรยากาศบ้านเมืองของแดนปลาดิบ หลังจากรอคอยญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศและให้ฟรีวีซ่าคนไทยอีกครั้งมานานเกือบสามปี ในที่สุดก็ได้เวลาเก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่าสักที! โพสต์นี้ก็เลยจะพาไปสูดกลิ่นอายแดนปลาดิบกันให้เต็มปอดกับ 5 จุดเช็คอินฟีลคลาสสิคของประเทศญี่ปุ่น เผื่อใครคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ อยากสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นให้หายคิดถึง โพสต์นี้น่าจะตรงใจอยู่น้า : )ญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในรอบเกือบสามปีทั้งที...

เตรียมตัวเที่ยว ‘ฮอกไกโด’ กับ Traveloka EPIC Sale ลดจัดหนักทั้งแอป!

เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นกับ Traveloka EPIC Sale ลดทั้งแอป! พร้อมปักหมุดจุดเช็ค 'ฮอกไกโด' รอเที่ยวแบบอิสระกัน ~ สองปีกว่าแล้วที่ไม่ได้บินไปกินปลาดิบที่แดนปลาดิบ ถึงแม้ตอนนี้ญี่ปุ่นจะยังไม่เปิดให้เที่ยวแบบอิสระซะทีเดียว แต่ก็มีสัญญาณแง้มเปิดประเทศกว้างขึ้นเรื่อยๆ หน้าที่ของเราก็คือ รอ รอ...

X2 Pattaya Oceanphere : Private Pool Villa ในราคาจับต้องได้!

เป็นหนึ่งในคนที่ชอบที่พักแบบ Pool Villa มาก เพราะนอกจากจะมีความเป็นส่วนตัวแล้ว Pool Villa ส่วนใหญ่ยังออกแบบสวย นับเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากมีบ้านซึ่งออกแบบเองอย่างเรามาก แน่นอนว่า หนึ่งในสไตล์การออกแบบในฝันของใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้น ‘สไตล์ลอฟท์’ ซึ่งมีความดิบ เท่...

Travel Hack : แชร์วิธีจองตั๋วเครื่องบินแบบการันตีคืนเงิน แถมได้ส่วนลด 10%

ปีที่แล้วทั้งปี เป็นช่วงเวลาที่เราแทบไม่ได้เดินทางเลย ไม่ใช่เพราะเบื่อการเดินทางหรอกนะ แต่เบื่อความกังวลต่อความไม่แน่นอนในช่วงสถานการณ์แบบนี้มากกว่า เหนื่อยที่ต้องมาคอยลุ้นว่า จะได้เที่ยวหรือเปล่านะ? ถ้าจองตั๋ว จองที่พักไปแล้ว จะต้อง Cancel ก่อนเดินทางอีกหรือเปล่านะ? .. โชคดีที่ปีนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะคลายกังวลมากขึ้น หลายๆ...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่